ที่ไหนได้พี่ครูอิง  กลายเป็น "คนบ้านเดียวกัน"

ต้องไปหาเพลง ของ ไผ่ พงศธร มาเปิดครับ จะได้อารมณ์มาก  

แลกเปลี่ยน คำถาม ในข้อ 3. เราจะทำอย่างไร ที่จะให้ชาวนา ได้เป็น "ผู้ผลิตในระบบเศรษฐกิจ"  มากกว่าเป็น "แรงงานในระบบเศรษฐกิจ

 

ขอเอาความเห็นที่ต้นกล้า ได้ตอบ คุณนายดอกเตอร์ ไว้ในบันทึก

 ข้าววัชพืช เป็นวิกฤติชาติ - ชาวนาไทย : ทำนาปี นาปรัง มีแต่หญ้า ยา ปุ๋ยเคมี

ศาสตร์เรื่องของการปลูกข้าว ของญี่ปุ่น น่าทึ่งมาก ครับ ว่ากันด้วยพัฒนาอย่างเป็น ระบบ ระเบียบ และความปราณีต เอาใจใส่ทุกขั้นตอน ทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม

พัฒนาคน : มีคุณภาพ มีการศึกษา มีจิตวิญญาณของเกษตรกร ห่วงใยสิ่งแวดล้อม

พัฒนาพันธุ์ :ให้ได้ผลผลิตสูง ต้านทานโรคเเมลง รสชาตถูกปากผู้บริโภค

พัฒนาเครื่องจักร: รองรับแรงงานภาคเกษตรที่หายไป ซึ่งปัจจุบันเหลือประมาณ ร้อยละ 7 ของประชากรทั้งหมด

ตั้งแต่เครื่องมือ

การเพาะกล้า-เป็นระบบสายพานลำเลียงผลิตแผ่นกล้า ใช้เมล็ดพันธุ์ จำนวนที่เหมาะสม มีการอนุบาลก่อนลงเเปลง ต้นกล้าข้าวไม่ต้องลงไปโตแข่งกับหญ้าในแปลงนา 

เตรียมดิน -ให้เรียบเสมอ  ลึกในระดับที่เหมาะสม 12-18 cm.พร้อมสำหรับการปักดำ

ปักดำ - เป็นแถวเป็นแนว มีระเบียบ มีช่องว่างให้อากาศผ่าน แสงแดดส่องถึงพื้น การจัดการดูแลในเเปลงนาก็ง่ายขึ้น

ดูแล -ใช้เครื่องพรวนหญ้า (weeder)ลดการใช้ยาปราบวัชพืช และเครื่องชักร่องน้ำ ระบายน้ำได้ น้ำไม่ท่วมขังเเปลงนา

เก็บเกี่ยว -ใช้ระบบนวดเฉพาะคอรวง ใช้พลังงานในการนวดนวดน้อยลง ได้ข้าวที่มีความชื้นต่ำ เนื่องจากไม่ต้องเอาต้นข้าวเข้าตู้นวด (ซึ่งบริเวณโคนต้นข้าวมีความชื้นสูง) ประหยัดพลังงานในการอบลดความชื้น หลังการเก็บเกี่ยว

การจัดเก็บ -ไซโล ขนาดเล็ก เก็บข้าวที่โรงนาเกษตรกร ไว้ทยอยสีขายทั้งปี สีเป็นข้าวกล้อง และข้าวขาว หรือบรรจุเป็นข้าวเปลือกใส่ถุง กระดาษรีไซเคิล

การสี - มีตู้สีข้าวหยอดเหรียญตามชุมชน เพื่อผู้บริโภคได้สารอาหารครบถ้วน กรณีซื้อข้าวเปลือกมาไว้ที่บ้าน แล้วต้องการบริโภคข้าวกล้องเเบบสีสดๆร้อน

เพราะ เปลือกข้าวเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ดูแลคุณภาพข้าวได้ดีที่สุด ...

หลังการเก็บเกี่ยว : เครื่อง กระจายฟาง รวมฟาง อัดฟาง ไว้ใช้ประโยชน์ทำปุ๋ย เลี้ยงสัตว์ต่อ   

พัฒนาระบบชลประทาน : ควบคุมน้ำ ได้ก็ประหยัดน้ำ จัดการในเเปลงนาได้ดั่งใจ ที่ระดับ 5cm. น้ำสลับเเห้ง  ข้าวก็ไม่ต้องโตยืดตัว หนีน้ำ (มีผลต่อปัจจัยการผลิตอย่างอื่นต่อ ปุ๋ย ยา การร่วงหล่น ) หรือเเห้งตาย เพราะไม่มีน้ำ 

(ตัวเลขโดยประมาณ พื้นที่ชลประทานของแต่ประเทศ ไทย 25% พม่า 50% (พม่าเคยเป็นประเทศส่งออกข้าวอันดับหนึ่ง แต่มีปัญหาการเมืองภายใน ถ้าจบได้ ก็จะกลับมาใหม่ ตอนนี้เค้าซุ่มทำอยู่ มีหลาย Project มาก ที่รู้ๆมา น่ากลัวครับ)  เวียดนาม 80% ส่วนประเทศพัฒนาแล้ว เกือบจะ 100% ของพื้นที่ ถ้าไทยจะเเข่งขันส่งออกข้าว ต้องมาพัฒนาระบบชลประทานก่อนครับ )

พัฒนาตลาด :ผ่านระบบสหกรณ์ หรือ JA ทำให้เกษตรกรได้รับส่วนแบ่งที่เป็นธรรม

และให้ "คุณค่ากับเเหล่งผลิต ว่ามาจากเเปลงนาใคร คนปลูก ดูแลอย่างไร"  ใส่ใจกันทุกขั้นตอนจริงๆ ครับ

ยืนยันคุณภาพการผลิตกันตั้งแต่เเปลงนา ผู้บริโภคก็มั่นใจ

ไม่ใช่ ทำ Marketing ข้าวบรรจุถุงขาย อย่างเดียวเหมือนบ้านเรา ที่ใครปลูกก็ไม่รู้ ปลูกดูแลกันอย่างไร ก็ไม่รู้อีก  คนกิน คนซื้อ รู้แค่ว่าข้าวยี่ห้ออะไร รู้ กันอยู่ไม่กี่ยี่ห้อ ตราห้าง... ตราร่ม... ตราหัวเรือ...  ตรา ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่  ...

 

"ชาวนาญี่ปุ่น ไม่ขายข้าวเปลือกทีเดียวหลังเก็บเกี่ยวครับ แต่จะเก็บและทยอยสีขายตลอดทั้งปี ทำ packing ติด brand เจ้าของนา brand เเหล่งผลิต ทำให้ปริมาณข้าวไม่ล้นตลาด (มี Buffer stock ที่โรงนาเกษตรกร) "