สรุปหลักสูตร สสว. กับเส้นทางสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization Development)
ในวันที่ 29 ธันวาคม 2553
Learning Forum & Workshop หัวข้อ “สสว. กับเส้นทางสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้” โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
- สสว.ต้องทำเรื่องเกี่ยวกับความรู้ที่มองไม่เห็นให้มากขึ้น
- ถ้าอ่าน KM แล้วคิดข้ามศาสตร์ ก็ไปอ่านเพิ่ม
- วัฒนธรรมการเรียนรู้+KM = future knowledge+ old knowledge (Best Practices) จะมีคุณค่าต่อธุรกิจมาก เพราะเราต้องทำธุรกิจแบบใหม่
- SMEs ต้องเก่ง creativity, innovation และลดต้นทุน
- Value จาก LO มีมาก
- สสว.ควรอ่านบทความแล้วจัดเวทีแบ่งปันความรู้กัน
- การรู้กับเรียนรู้ไม่เหมือนกัน เรียนรู้คือการรู้แล้วนำไปคิดวิเคราะห์
- ต้องนำการเรียนรู้ไปแก้ปัญหาองค์กรแล้วเข้าไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้สสว.
- สสว.ต้องสร้างโอกาสให้คนรอดในยุคโลกาภิวัตน์
- KM ไม่ใช่ LO
- ต้องมี LC (Learning Culture)
- ต้องค้นหาพฤติกรรมของแต่ละคนในการใฝ่รู้
- ปัญหาของคนไทยคือคิดว่าได้ปริญญาดีกว่าปัญญา
- กรณีศึกษา LO ของกฟภ.เป็นตัวอย่างที่ได้ไปทำมาแล้ว มีการทำแบบสอบถามพฤติกรรมการการเรียนรู้หลังเรียนอย่างไร
- ความรู้ใหม่ของสสว.ที่สามารถนำไปช่วย SMEs มาจากที่ไหน ควรจะอ่านบทความทั้งไทยและอังกฤษ เพราะจะได้แนะนำธุรกิจ SMEs ได้ ควรจะพัฒนาภาษาอังกฤษให้ดี
- ถ้าจะลดต้นทุน SMEs ถ้าอยากให้เขาเก่งการตลาด การเงิน เขาจะต้องเก่งองค์กรการเรียนรู้ แต่จะทำได้อย่างไรในเมื่อสสว.ก็ยังไม่เป็นองค์กรการเรียนรู้เลย
- กรณีศึกษา LO ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้คะแนนองค์กรการเรียนรู้แค่ 2 จากคะแนนเต็ม 10
- กรณีศึกษา LO ของกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์เป็น SMEs มากมาย และก็เป็น subcontract ของบริษัทนี้ แต่ตอนนี้จะเปลี่ยนเป็นอีโค่คาร์ก็จะมีปัญหา
- การเป็นองค์กรการเรียนรู้ช่วยให้สสว.ช่วยให้ลูกค้าที่เป็น SMEs อยู่ในโลกแห่งการแข่งขันได้
- ทำให้สสว.เป็นองค์กรที่มีผลประกอบการเป็นที่ยอมรับ
- อย่าพอใจกับการที่จะอยู่ไปวันๆ
- ทำให้พนักงานทำงานแบบมีความภาคภูมิใจและรู้เท่าทันเหตุการณ์
- และทำงานอย่างยั่งยืน
- Training ไม่ใช่เน้นเรื่อง job แต่เป็นพฤติกรรมที่ใฝ่รู้ นำไปสู่ความเป็นเลิศ
- Training ต้องสร้างแรงบันดาลใจ สนุกกับการเรียนและเกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ
- Training ต้องสร้างมูลค่าเพิ่ม
- Training ต้องกระจายไปทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเจ้านายต้องใฝ่รู้ด้วย
- แล้ว Training ก็จะมี Learning
- สสว.ไม่ขาดงบประมาณ แต่ยังไม่มีวิธีสร้างแรงบันดาลใจ
- สสว.ต้องรอบรู้ ต้องมองอนาคตด้วย ไม่ใช่มองแค่อดีต
- ควรทำงานตามหลักการทรงงานของในหลวง
- SMEs ต้องมองโลกาภิวัตน์ มองอาเซียนไปสู่อินโดจีน
- ทำงานเป็นขั้นตอน
- SMEs จะดี สสว.ต้องใฝ่รู้ก่อนให้คำแนะนำแก่ SMEs
- ควรทำตามกฎ Peter Senge
- รู้ให้จริง แต่โดยการพึ่งตนเอง
- อย่าติดกับกรอบความคิดเดิมๆ มันต้องเป็นไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่าคิดว่าไม่มีทุนแล้วไม่ทำ ทุนมันอยู่ที่ความคิด อย่าลอกคนอื่น SMEs เกิดที่ไหนก็ได้ และ sector ไหนก็ได้
- ต้องมีเป้าหมายคล้ายๆ กัน
- เรียนหนังสือเป็นทีม
- มีระบบความคิดที่มีเหตุผล
- ทำตามหลัก 7 Habits ของ Covey ต้องแสวงหาความรู้ตลอดชีวิต อย่าประมาทเรื่องสุขภาพ
- Edward De Bono เน้น Lateral Thinking คือ ศาสตร์ในการผสมความคิด
- SMEs ต้องรู้ทุกศาสตร์ สสว.ต้องเข้าไปรู้เรื่องวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมากขึ้นจะได้แนะนำ SMEs ได้
- อย่าเชื่อมั่นในสมมติฐานที่เห็น เราต้องท้าทายมันตลอดเวลา ผู้บริหาร SMEs มักคิดว่า SMEs สู้บริษัทใหญ่ๆไม่ได้ ซึ่งมันไม่เป็นความจริง ธุรกิจเล็กอาจจะดีก็ได้ คนเก่งก็อาจจะมาทำงาน SMEs ก็ได้ถ้าเถ้าแก่ไม่เอาเปรียบลูกน้อง
- ต้องมี Critical Thinking
- ต้องมี Creative Thinking คือคิดให้แตกต่างจากคนอื่น
- Democracy of ideas and information ของ Grid เน้นให้มีเสรีภาพในการกระจายความรู้
- ทำตามหลัก 4L’s
- วิธีการเรียนรู้
- บรรยากาศการเรียน
- การเรียนรู้ที่ดีมีการปะทะกันทางปัญญา
- สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้
- ทำตามหลัก 3L’s
- เรียนรู้จากประสบการณ์
- เรียนรู้จากความเจ็บปวด
- เรียนรู้จากการฟังคนอื่น
- 2R’s
- รู้ว่าเราอยู่ไหน
- สิ่งที่เรียนมีผลต่อองค์กรของเราหรือไม่
- 2I’s
- เรียนแล้วเกิดแรงบันดาลใจ
- ต้องวิเคราะห์ข้อมูลแล้วนำเสนอ สสว.และ SMEs ต้องมีจินตนาการ
- ปัจจัยที่จะช่วยสสว.ให้เป็นองค์กรการเรียนรู้
- ผู้นำต้องเอาใจใส่เรื่องทรัพยากรมนุษย์อย่างแท้จริง มันจะกระทบไปถึงผู้นำ SMEs ถ้าเขาสนแต่เรื่องเงิน ไม่เอาใจใส่พนักงาน ก็จะไม่ยั่งยืน จากหนังสือ Good to Great ผู้นำต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดการกับการเปลี่ยนแปลง Leader ต้องเป็น Learner
- บรรยากาศในการเรียนรู้ในองค์กร ต้องสร้างเป็นวัฒนธรรมในองค์การ
- สร้าง facility สนับสนุน
- ต้องมี KPI ถ้าประสบความสำเร็จในการใฝ่รู้แล้วคนได้อะไร
- ต้องมี Learning Coach และ Mentor
- โยงไปสู่การทำงานอย่างมีความสุข ทำให้ SMEs ไปค้นหาธุรกิจและลูกค้าใหม่ๆ
Workshop 1
กลุ่มซ้าย
1.ถ้าจะให้คะแนน 0-10 Individual LC และ LC ใน สสว. ได้เท่าไหร่ เพราะอะไร
- Individual LC 5.14 คะแนน
- LC ใน สสว. 3.95 คะแนน เพราะขาดการแลกเปลี่ยนความรู้
2.ถ้าจะพัฒนาตัวเองให้มี LC ต้องทำอะไรเพิ่มขึ้น
- มาทำงานก่อนเวลาจับกลุ่มแลกเปลี่ยนความเห็นในรูปโต๊ะกาแฟ
- สร้างเฟซบุ๊ค
- สร้างแรงกระตุ้น จัดรายการประกวดหาความรู้
3.อุปสรรคที่จะทำให้ สสว. ไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้มีอะไร 3 เรื่อง
- ขาดแนวทางที่ชัดในการปฏิบัติ
- ขาดแรงจูงใจ
- ขาดเครื่องมือและสิ่งแวดล้อม
4.เสนอแนะโครงการที่ปฏิบัติได้ 2 โครงการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
- สร้างกิจกรรมสันทนาการต่างจังหวัดไตรมาสละ 1ครั้งเพ่อให้พนักงานพัฒนาการเรียนรู้และมนุษยสัมพันธ์
- จัดประกวดตอบคำถามความรู้ชิงรางวัล
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
- ขอชมเชยการนำเสนอครั้งแรก
- แต่ข้อ 2 ต้องมี individual habits ก่อน เพราะองค์กรการเรียนรู้มาจาก Learning Culture
- ต่างประเทศเน้นให้ถามคำถามที่ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
- ควรสำรวจว่า ที่บ้านมีคอมพิวเตอร์ ใช้เวลา search ข้อมูลเพื่อเรียนรู้เท่าไหร่
- ขอให้ไปทบทวนทฤษฎีที่เรียนมา
- ควรจัดสัมมนาในลักษณะที่มีการ debate กัน
- คะแนนองค์กรกับคะแนนส่วนบุคคลมีความแตกต่างกันมาก
กลุ่มขวา
1.ถ้าจะให้คะแนน 0-10 Individual LC และ LC ใน สสว. ได้เท่าไหร่ เพราะอะไร
- Individual LC 6 คะแนน อ่านข่าวจริงแต่เฉพาะข่าวที่ตนสนใจ บางทีอ่านข้อมูลผ่านๆแบบไม่ลึก
- LC ใน สสว. 5.1 คะแนน สสว.มีหน่วยงานวิจัย เรามองว่าข้อมูลมากมี KM แต่ขาดแรงกระตุ้นให้แต่ละคนอ่านข้อมูล ไม่มีการกระจายความรู้ให้ทั่วทั้งองค์กร
2.ถ้าจะพัฒนาตัวเองให้มี LC ต้องทำอะไรเพิ่มขึ้น
- ปรับทัศนคติของแต่ละคน พอเข้าทำงานก็เป็นความถนัดเฉพาะด้าน มองว่าตัวเองรู้หมดแล้ว ไม่ยอมรับความคิดใหม่ๆ
- เปิดรับความคิดใหม่ๆของเพื่อนร่วมงาน
- ปรุงแต่งพฤติกรรมให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา
3.อุปสรรคที่จะทำให้ สสว. ไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้มีอะไร 3 เรื่อง
- ความทะนงตัวของแต่ละคน ต้องมีการละลายพฤติกรรม
- นโยบายขององค์กร บางคนต้องไปทำงานการเมือง ไม่มีเวลาไปหาความรู้เพิ่ม
- มองเรื่องการบริหารจัดการภายในองค์กรเราเอง เช่าตึกแบบชั้นไม่ต่อกัน แต่ละสำนักอยู่กระจายกัน สื่อสารไม่ทั่วถึงกัน
4.เสนอแนะโครงการที่ปฏิบัติได้ 2 โครงการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
- โครงการพี่สอนน้อง จัดตั้งเว็บบอร์ดคนที่มีความสนใจร่วมกัน เน้นเรื่องวิชาการและองค์ความรู้ต่างๆ
- โครงการสร้างองค์ความรู้ ออกเอกสารรายเดือนหรือ ราย 6 เดือนแล้วนำขึ้นเว็บไซต์
- E-office เป็นศูนย์เรียนรู้ให้ทุกคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตเข้าถึงข้อมูลได้
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
- จับประเด็นการเรียนรู้ระดับองค์กรได้ดี แต่ share แบบมีมูลค่าเพิ่มน้อย
- ควรใช้ 4L’s แล้วปะทะกันทางปัญญา
- ต้องคิดเป็นระบบและคิดสร้างสรรค์
- Reality เป็นตัวกำหนด
- กระบวนการทำองค์กรการเรียนรู้ ต้องจัดเรื่อง Awareness 2 วัน Audit ตรวจสอบประเมิน Research วิจัยแล้วนำมาวิจารณ์กัน
- ต้องแนะนำให้ SMEs อยู่รอด
- อยากให้ share ความรู้กัน
อาจารย์ศิริลักษณ์ เมฆสังข์
- งานวิจัยที่ทำ ได้ทำเรื่องการเรียนรู้ของคนในองค์กร SMEs ได้มีการสัมภาษณ์คนทุกระดับเรื่องการเรียนรู้
- สิ่งที่พูดมาเป็นอุปสรรค
- หน่วยงานเราต้อง Awakening ให้เป็นองค์กรการเรียนรู้
คุณวราพร ชูภักดี
- อาจารย์ทำให้มีวัฒนธรรมการเรียนรู้มากขึ้น
- อาจารย์ให้คิดเรื่องใหม่ๆ ขึ้นมา และหาข้อมูลคิดและเขียนขึ้นมา
- อยากให้ทุกคนลองกลับไปดูทฤษฎีการเรียนรู้ของอาจารย์แล้วนำมาทำ ก็จะทำให้เป็นองค์กรการเรียนรู้ได้จริงๆ