ความเห็น 2305640

Journal Impact Factors ไม่เหมาะสำหรับประเมินคุณภาพงานวิจัย

ศจี สัตยุตม์
IP: xxx.47.121.13
เขียนเมื่อ 

อาจารย์เปิดประเด็นที่ดีมากสำหรับทั้งนักวิชาการ นักวิจัย และผู้บริหารมหาวิทยาลัย เรื่องของ impact factor เริ่มเข้ามารู้จักในประเทศไทยประมาณ 2543 ความหมายเชิงปริมาณก็เป็นไปตามสูตรนั่นแหละคะ แต่ความหมายเชิงคุณภาพสู่การนำไปใช้อย่างกว้างขวางในสังคม ที่ไม่ใช่เฉพาะใครเอาไปเขียนอ้างอิงต่อในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์อีก ซึ่งนี่คือ impact ตัวจริง ไม่ถูกนำมาคิดว่า เพราะอาจเป็นอะไรที่วัดยากคิดยาก หาตัวเลขยาก ที่นี่มาดูว่าประโยชน์โดยตรงตกแก่ผู้ใด ในกรณีของการมองแต่ impact factor ที่ประกาศโดยสถาบันอะไรสักอย่างที่จริงๆแล้ว มีเฉพาะความรู้ทาง database และขยันรวมข้อมูลก็พอ พัฒนาการจึงทำให้วารสารทั้งหลายที่ส่วนใหญ่เกิดมาจากการร่วมตัวทางชมรมสมาคมทางวิชาการด้วยสุจริตใจที่จะเผยแพร่ความรู้ ต้องพยายามหาที่เผยแพร่ทาง database และหาทางทำให้ impact factor ขึ้น แต่ทุกอย่างไม่ฟรีอีกต่อไปแล้ว ฉะนั้นในทึ่สุดภาระจึงตกแต่นักวิจัยและนักวิชาการที่กลายเป็นต้องเสียเงินถึงจะได้ตีพิมพ์ อะไรทำนองนี้ และตอนนี้กำลังลามไปถึงเรื่องบริหารการงานวิจัยที่ผู้บริหารกำลังใช้ตัวเลขง่ายๆสำเร็จรูปนี้ตัดสินใจคุณภาพของนักวิชาการและนักวิจัยในสถาบันของตน

น่าเสียดายที่เราคิดและเชื่อว่า นักวิจัยและนักวิชาการ คือ ผู้คิดค้น และนำเสนอองค์ความรู้เพี่อประโยชน์ต่อสังคม แต่เรายังยอมให้มิติใดมิติ มาครอบงำได้อีกหรือ ถ้าไม่คุยกันอย่างสร้างสรรค์เพื่อหาและประกาศมาตรฐานเกี่ยวกับการตีพิมพ์บทความวิชาการและวิจัยให้สังคมได้รับรู้อย่างมั่นใจ ซึ่งแน่นอนไม่ใช่ การคิดตัวเลขของการนับจำนวนเรื่องและการถูกอ้างถึง (เท่าที่ค้นได้ หรือ จ่ายเงินแล้วทำให้ค้นเจอ) ที่ให้ชื่อจนเกินความจริงว่า impact factor

อย่ารอจนถึงวันที่เราถูกกำหนดว่า ต้องลงวารสารเล่มไหนบ้าง หรือ การหาบทความมาอ่านหรืออ้างอิงต้องดูก่อนสิว่า impact factor เท่าไร ไม่เช่นนั้นไม่อ่านหรืออ้างอิงไม่ได้ อย่าให้ อิสระและความงอกงามของวิชาการ ต้องสูญเสียไป จากวิธีการทางการตลาดที่ใช้อันดับและการแข่งขันเป็นเครื่องล่อใจ มิเช่นนั้น สังคมจะพึ่งนักวิชาการไม่ได้ (อีกเช่นเคย)