น้ำใจของมนุษย์ไม่ว่าชาติใด-ศาสนาใดหรอกค่ะ  พวกเราล้วนเป็นเพื่อนกัน

พี่หนิงไม่เคยเจอนานขนาดนั้นค่ะ  เคยติดอยู่ในโรงแรม ในกทม.ค่ะ  ขำไม๊คะ  แต่ไม่ขำหรอกนะคะ 

เทศกาลสงกรานต์ปี 42 เดินทางว่าจะไปเที่ยวหาดใหญ่นี่แหละค่ะ  นัดกับเพื่อนที่นั่น  แต่ไม่มีไฟท์บิน  ต่อเนื่องพี่ก็พักที่กทม.ก่อนรอไฟท์เช้า  แต่ไม่อยู่ดีๆอ่ะค่ะ  ออกไปช้อปปิ้ง  ปรากฏว่าโชคร้าย  โดนล้วงกระเป๋าในห้างดัง มารู้ตัวตอนกลับจะจ่ายค่าแท๊กซี่  ไม่มีเงินเลย 

รู้มั๊ยคะ  พี่แท๊กซี่ใจดีมาก  บอกว่า  เห็นใจนะพาไปแจ้งความแล้วพามาส่งที่โรงแรมอีก  ซึ้งจริงๆ  ปกติพี่เองก็ไม่ใช่คนใส่เครื่องทอง  จะถอดให้ค่ารถก็ไม่ได้  มีแหวนเพชรเล็กๆติดนิ้วอยู่วงเดียว  กับโทรศัทพ์มือถือ กับตั๋วเครื่องบินอยู่ที่โรงแรม  ตัวคนเดียวทำอะไรไม่ถูก  พี่แท๊กซี่เลยบอกว่า  เอางี้นะ  คนอีสานเหมือนกัน  ผมไม่คิดว่าคุณนายจะโกงผมหรอก  พี่หนิงซึ้งมาก  รถพี่เขาก็ต้องเช่านะ  ไหนจะน้ำมันอีกทั้งมาส่งเราทั้งพาเราไปแจ้งความ 

พี่หนิงจะให้แหวนก็เสียดายเพราะมีที่มา  จะไปจำนำก็ไม่ได้  เพราะดึกแล้ว  บัตรต่างๆก็ไม่มีเหลือ  ในตัวมีเศษสตางค์ในกางเกงยีนส์อยู่แค่ 6 บาท เศร้าจริงๆ  พี่หนิงเลยขอบคุณพี่เขามากๆแต่ขอเบอร์เขาไว้เพราะถ้ามีเมื่อไหร่พี่หนิงจะได้นัดมาเอาเงิน  พี่เขาให้เบอร์โทรบ้านข้างๆมา และขอให้ตามเขา 

พี่หนิงติดอยู่ที่โรงแรมในกทม.  3 วันเต็มๆ  ไปทำอะไร  ติดต่ออะไรก็ไม่ได้เพราะช่วงวันหยุดยาว  เพื่อนๆก็ออกเที่ยวตจว.กันหมด  กว่าเพื่อนจะมาไถ่ตัวออกจากโรงแรมได้  ทั้งค่าห้อง ค่าอาหาร  หมดไปเยอะเลย  พี่ก็รีบโทรไปให้พี่แท๊กซี่มารับตังค์  และขอเลี้ยงข้าวพี่เขา  เขาบอกเขาไม่มีเวลาต้องรีบไปทำงาน  เลยได้แค่ให้รางวัล

น้ำเอย...น้ำใจ...^__*

นับแต่นั้นเป็นต้นมา  พี่หนิงเดินทางไปไหน  พี่จะแบ่งเงินใส่กระเป๋าหลายๆใบ ซ่อนๆไว้  เผื่อใบไหนหาย  ก็จะพอเหลืออีกที่บ้าง...

 ยาวเนอะ...