เห็นด้วยกับทั้งท่านเจ้าของบ้าน ท่าน sr และท่าน ผ.อ.วัฒนา ครับ

โดนเฉพาะที่ท่าน sr ให้ความเห็นไว้หากเรายังให้เรื่องอย่างนี้ถูกผูกขาดอยู่กับเอกชนรายเดียว ต่อไปความมั่นคงของชาติก็คงถูกผูกขาดไว้โดยพวกเขานั่นเอง ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้ opensource software ตั้งแต่ตัว os (Linux-Ubuntu)ไปจนถึง application ในการทำงาน

..อย่างที่ส่งข้อความมาให้ความเห็นนี่ก็มาจาก opensource 100% ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรนี่ครับ เร็วแล้วก็เสถียรดีมากๆด้วยซ้ำไป

..ได้ยินว่า 10 supercomputer ที่เร็วที่สุดในโลกก็ใช้ระบบปฏิบัติการ Linux

..รวมถึงองค์กรที่มีเทคโนโลยีสูงมากๆอย่าง NASA

สำหรับบ้านเราปัญหาเรื่องภาครัฐส่งเสริมไม่จริงจังเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจอะไรแต่ถ้าแล้วเรามัวรออยู่ก็คงเป็นการให้ความหวังกับความไร้สาระเกินไป

Suriyan พัฒนากันมาตั้งนานล้มลุคลุกคลานไม่เป็นเรื่องเป็นราว ต้นปีที่แล้วทำท่าจะดี ไม่รู้ใครเกิดวิสัยทัศน์เริดหรูไป rebranding ซะให้เป็น Thai OS

..ลงรูตายสนิทฟื้นไม่ขึ้นไปเรียบร้อยโรงเรียน SIPA แล้ว

จันทราอีกโครงการ ดูเหมือนจะดีเอา software opensource มาเผยแพร่..แต่ไม่รู้ว่าทำไมเอามาเฉพาะที่มันรันบน Windows ก็ไม่รู้

ปัญหาใหญ่จริงๆคือคนไทยไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่ต้องเพิ่มการพัฒนาทักษะและการใฝ่หาความรู้เพิ่มเติม

ขณะที่ชุมชน(community) ที่เขาส่งเสริมกันด้วยใจหลายๆแห่งเขาพัฒนาไปถึงไหนแล้ว บางแห่งทำ distro มาแจกกันใช้แล้วตั้งหลายตัว (วันหลังถ้ามีเวลาจะเอามาแบ่งปันให้อ่านครับ)

..หากพูดตรงๆก็คือคนไทยชอบอะไรที่มีคนจับยัดเข้าปากเคี้ยวได้เลย ชอบอะไรที่ง่ายๆ ที่ไม่ต้องออกแรง

เวลาที่ผมออกประเมินโรงเรียน สิ่งที่ต้องพบเห็นเป็นประจำแล้วก็ทำให้เกิดความรู้สึกเสียดายทรัพยากรมากๆก็คือ ทุกโรงเรียนจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เก่าๆกองเต็มไปหมด ไม่ใช่มันเสียนะครับ ! แต่เพราะมันรันบน os (ผูกขาด) version ปัจจุบันไม่ได้ ก็เลยต้องวางทิ้งอย่างน่าเสียดาย(รวมทั้งประเทศน่าจะหลายแสนตัว) ทั้งที่จริงๆแล้วหากนำมาใช้กับ os ที่เป็น opensource อย่างกับ Linux ที่มีทางเลือกนับไม่ถ้วนก็สามารถทำงานได้อย่างที่เครื่องรุ่นใหม่ๆบน os ใหม่ๆทำได้ทุกอย่าง เด็กที่ขาดโอกาสก็จะได้เข้าถึงอีกมาก...ไม่เห็นมีใครทำ !

..นี่แค่ตัวอย่างเดียวนะครับ