คุณภาพวัดที่หัวใจ....
การทำงานด้วยใจรัก ต้องหวังผลงานนั้นเป็นสำคัญ แม้ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น ก็ไม่เป็นไร เพราะผลของความสำเร็จนั้น จะเป็นประจักษ์พยานที่มั่นคง และก็จะเป็นผลงานที่ทำให้เรามีรอยยิ้มเล็กๆ ทุกครั้งเมื่อคิดถึงมัน
จากการที่ได้มีโอกาสทำงานในแผนกส่งเสริมสุขภาพ หลายครั้งที่มีคนถามว่า วันๆ แผนกส่งเสริมสุขภาพทำอะไรกันบ้าง มีแค่งานเยี่ยมบ้านหรือเปล่า ...ทำแล้วได้อะไรมั่ง... ทุกครั้งก็ได้แต่ยิ้ม เพราะรู้ดีว่าคงไม่สามารถอธิบายให้ใครเข้าใจได้ทั้งหมดว่าทุกวันนี้งานของเรามีอะไรบ้าง มีความจริงที่อยากจะบอกเพื่อนๆว่า การรักษาคนไข้ในโรงพยาบาล ให้มีอาการดีขึ้นแล้วกลับบ้านได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การที่จะทำยังไงไม่ให้คนไข้ กลับมา Re-admit ยากยิ่งกว่าเพราะตอนอยู่ที่บ้านกับ ที่โรงพยาบาลมันต่างกัน....ก็เลยขอยกตัวอย่างผู้ป่วยเบาหวานในชุมชนรายหนึ่งที่สะท้อนความคิดและสิ่งดีที่เราจะได้มาเรียนรู้ร่วมกัน
คุณตาวิสุทธิ์ อายุ 79 ปี อดีตทหารผ่านศึก ที่ผ่านสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน เป็นผู้มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง แต่ป่วยเป็น DM , HT มากว่า 30 ปี จนเกิดภาวะแทรกซ้อน และต้องตัดขาซ้าย ( Lt leg ambutation) นอกจากนี้คุณตายังมา Admit บ่อยมากๆ เพราะมีปัญหาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ (DM poor control) หอผู้ป่วยทุกหอ หรือ แม้กระทั่ง หอผู้ป่วย ICU ต่างก็รู้จักคุณตาเป็นอย่างดี จนกระทั่งการ Admit ครั้งล่าสุด เมื่อ 6 สิงหาคม 2553 หอผู้ป่วยอายุรกรรม ได้ส่งต่อเยี่ยมบ้านมาที่แผนกส่งเสริมสุขภาพ เราก็ทำการลงทะเบียนรับข้อมูล ศึกษาประวัติ และกำหนดแผนลงเยี่ยม.....ครั้งแรกที่โทรไปนัดคุณตา ขอไปเยี่ยมที่บ้าน คุณตาปฏิเสธทั้งๆที่ใบส่งต่อ มีหลักฐานยืนยันว่า “ ยินดีให้เยี่ยม” แต่เอาเข้าจริงๆ โทรนัดหมายลงเยี่ยมคุณตาปฏิเสธแบบมีมารยาท.... และให้เหตุผลว่าคุณตาเข้าใจเรื่องโรคที่เป็น เป็นอย่างดี เราก็พยายามอ้อน และ ขอแสดงความตั้งใจในการขออนุญาตไปเยี่ยมบ้านให้ได้ จนคุณตาใจอ่อนยินยอมให้เราไปเยี่ยมโดยดีเมื่อทนลูกตื้อ ของเราไม่ไหว
ครั้งแรกที่ได้คุยกับคุณ คุณตาอธิบายเรื่องโรค เรื่องยา ที่คุณตาทานพร้อมทั้งบอกถึงการปฏิบัติตนที่ถูกต้องให้เราฟังได้อย่างถูกต้อง....โอ้โห...ขั้นเทพ...เราคิดในใจ...แต่เอ๊ะ เราเกิดความสงสัยว่า คุณตาเข้าใจเรื่องโรคขนาดนี้ ทำไมยังไม่สามารถคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้??? นับเม็ดยาแล้วก็ง๊ง...งง... จากการพูดคุยกับคุณตา เกือบชั่วโมงเศษ ทำให้เราได้ทราบว่า คุณตา จัดยา กว่า 10 ชนิดทานเอง เนื่องจากไม่มั่นใจที่จะให้ ญาติทำให้ ญาติทั้งหลายก็เลยไม่มีใครกล้าทำให้ คุณตาบอกว่า “ พ่อจำได้หมดทุกตัว ตัวไหน ชื่ออะไร กินตอนไหน แต่มันเยอะ บางทีก็ทำหล่นบ้าง บางทีก็ลืมว่ากินหรือยัง เลยกินใหม่” (แน๊ะ...รู้แล้ว) เราจึงถามคุณตาว่า “ทำไมคุณตาไม่ให้ลูกจัดยาให้ล่ะคะ” แกบอกว่า “ โอ๊ย ไม่ได้หรอกเดี๋ยวจัดให้ผิด” ตอนนี้เลยทำให้เราทราบสาเหตุที่ทำให้คุณตาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ก็คงเพราะการบริหารยาไม่ถูกต้องนี่แหละ นอกจากนี้ ที่บ้านของคุณตา มีสวนผลไม้ซะด้วย ผลไม้ในสวน...โดยเฉพาะ....น้อยหน่า กล้วย ลำไย....รสหวานมากๆๆติดผลตลอดทั้งปีซึ่ง คุณตาเองก็ชอบที่จะเก็บผลไม้พวกนี้มาแจกจ่ายให้กับเพื่อนทหารรุ่นเดียวกัน แล้วคุณตาก็บอกพวกเราว่าอย่างอารมณ์ดีว่า “ พ่อก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของรุ่นเหมือนกันก็เลยต้องกินกับเขา” และวันนั้นเราก็ได้ทราบถึงปัญหาของคุณตาพร้อมกับกลับมาช่วยกันคิดว่าเราจะทำยังไงดี เพื่อให้คนตาตระหนักความสำคัญของการรับประทานยาที่ถูกต้องและ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และที่สำคัญคุณตาเป็น อดีตชายชาติทหารที่ค่อนข้างภูมิใจในตัวเองมากๆ คงไม่ง่ายที่จะมานั่งแนะนำ สอนๆๆๆ ให้ความรู้อย่างเดียว .....เราจึงขอไปเยี่ยมคุณตาทุกสัปดาห์ เพื่อให้คุณตาเห็นถึงความตั้งใจของเราที่อยากจะช่วยไม่ให้คุณตาต้องกลับมานอนโรงพยาบาลอีก .....จนคุณตา ยอมรับพวกเรามากขึ้นและพยายามที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารตามที่เราแนะนำ คุณตาจะนั่งรอพวกเราในทุกๆ วันพฤหัสช่วงบ่าย ซึ่งเมื่อเวลาเราไปถึงคุณตา จะมีสีหน้าแสดงออกถึงอาการดีใจ และกระตือรือร้นมาก ๆ ตอนนี้ คุณตาดูแลตัวเองในเรื่องการรับประทานอาหารได้ดีขึ้น แต่คุณตายังรับประทานยาไม่ถูกอยู่ดี ...แถมคุณตาก็ยังไม่ยอมให้ญาติจัดยาให้อีกตะหาก และแล้วเราก็คิดออกใช่เลย.....นวัตกรรม ปฏิทินยา จัดยาตามตารางปฏิทินซะเลย ให้คุณตารับประทานยาเองเหมือนเดิม โดยเราจะจัดยาเป็นวันๆ ล่วงหน้า ไว้ให้ ตามตารางปฏิทิน เพราะเรารู้ว่าเหตุผลที่คุณตาอยากทานยาเองก็เพราะไม่อยากพึ่งพาลูกหลาน ถ้างั้นปฏิทินยาก็จะช่วยคุณตาได้ และไม่สูญเสียความภาคภูมิใจในการดูแลตัวเองอีกด้วย....
ในที่สุด ใช้เวลาประมาณ ไม่ถึงชั่วโมงเราก็สามารถสร้างสรรค์ “ปฏิทินยา” จากวัสดุเหลือใช้จากการจัดนิทรรศการ (ลดโลกร้อนได้ด้วย) หลังจากนั้นก็นำกลับไปให้คุณตาอีกครั้งหนึ่ง โดยทีมงานของเราจะออกไปจัดยาให้คุณตาและตรวสอบการบริหารยาที่บ้านทุกสองอาทิตย์ ด้วยความหวังว่า คุณตาจะทานยาได้ถูกต้องและสามารถคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยไม่กลับมา Admit ซ้ำ จากวันแรกที่เราได้ลงไปเยี่ยมคุณตาที่บ้าน ( ส.ค.53 ) จนครั้งล่าสุดที่คุณตามา F/U ตามนัด ( 19 ต.ค.53 ) คุณตาสามารถควบคุมน้ำตาลได้ดีขึ้น (จากเดิม มากกว่า 200 mg% ปัจจุบันเหลือเพียง FBS 93 mg %) การบริหารยาถูกต้องครบถ้วน 100% จนทำให้คุณหมอสามารถปรับลดขนาดยาลงได้ ( ถ้ามีคนไข้น้ำตาลสูงรายต่อไปยังไม่ต้องเพิ่มยาค่ะ ..ส่งเยี่ยมบ้าน เพื่อหาสาเหตุเลยค่ะ...คุณหมอ) ตอนนี้ คุณตาไม่มีปัญหาเรื่องการบริหารยาแล้ว ระดับน้ำตาลในเลือดก็อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ความดันโลหิตก็ปกติ คุณตามีความสุขขึ้น เราเองก็ภูมิใจที่สามารถทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ให้คุณตาได้ เยี่ยมบ้านครั้งต่อไปเราวางแผนว่าเราจะสามารถทำให้คุณตาเชื่อมั่นในศักยภาพของคนในครอบครัว และดึงคนในครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลคุณตาให้มากขึ้น โดยให้ญาติสามารถจัดยาตามปฏิทินยาได้ โดยที่เราจะคอยเป็นพี่เลี้ยงคอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆ
ถึงแม้ว่า สิ่งที่เราทำเป็นเรื่องเล็กน้อย ใครๆก็อาจทำได้ แต่จากสิ่งเล็กน้อย หากเราใส่ใจและเห็นคุณค่า มันก็อาจกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และ มีผลมากมายมหาศาล เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราได้เรียนรู้คือ การที่เราเอาใจใส่ มีความตั้งใจจริง รวมทั้งใส่ใจในบริบทและวิถีชีวิตของผู้ป่วย ยอมรับ เข้าใจ และเข้าให้ถึงใจ เพื่อที่เราจะช่วยเหลือและส่งเสริมให้ผู้ป่วยเหล่านี้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ นี่แหล่ะคือองค์ประกอบที่สำคัญของการดูแลแบบใกล้บ้าน ใกล้ใจ ไร้รอยต่อ เพียงพอและยั่งยืนของ พวกเราชาวส่งเสริมสุขภาพค่ะ