อุปสรรคและปัญหาของทีมเยี่ยมบ้าน  นอกเหนือจากปัญหาด้านสุขภาพ และ ความเจ็บป่วยแล้ว ยังมีปัญหาอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการเยี่ยมบ้าน ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทางที่จะเข้าไป  หรือผู้พิทักษ์ประจำบ้าน อันได้แก่   เจ้าตูบตัวใหญ่ตัวน้อยของเจ้าของบ้าน  เพราะก่อนจะเข้าไปยังอนาบริเวณของเขาได้เรียกได้ว่า   ต้องขออนุญาตกันก่อน...เพราะฉนั้น อาวุธประจำกายของเรานอกจากกระเป๋าพยาบาลที่บรรจุยาและเวชภัณฑ์จำเป็น รวมทั้งอุปกรณ์ตรวจร่างกายเบื้องต้นแล้ว .จะต้องพกร่ม!!! ซึ่งเอาไว้สำหรับกันแดด  กันฝน ที่สำคัญกัน...สุนัข..นี่แหล่ะค่ะ ....เยี่ยมบ้านครั้งแรกมักจะมีความลำบากอย่างแรก คือ การหาที่อยู่จริงๆ และการติดต่อกับญาติเพื่อนัดหมายเยี่ยม ....เพราะมันจะไม่ค่อยตรงกับที่อยู่ที่ได้มาจากเวชระเบียนผู้ป่วย

เช่นเดียวกันกับ ...ผู้ป่วยรายหนึ่ง ป่วยด้วยโรควัณโรคและมีแผลเรื้อรังติดเชื้อขนาดใหญ่มากที่ก้นกบ ...สาเหตุของการติดเชื้อวัณโรคของตา น่าจะมาจากการที่ตาแกมีอาชีพเก็บขยะขาย หาเช้ากินค่ำประทังชีวิต...ส่วนแผลเรื้อรังที่ก้นกบ เกิดมาจากสาเหตุที่แกเดินเหินไม่ค่อยสะดวกเวลาเก็บขยะก็จะ ไถเอาก้นผอมๆ ไปตามพื้น จนกระทั่งวันหนึ่ง ก้นของแกเป็นแผล ...และติดเชื้อ..แกก็ไม่มีเงินรักษา ..ไม่มีสิทธิประกันสุขภาพที่ไหน เพราะไม่มีทะเบียนบ้าน จนกระทั่งมีผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่งสงสาร ได้หาที่อยู่และทะเบียนบ้านให้ในเขตพื้นที่ รพ.ของเรา....นั่นแหละเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้พบ.....ตาจีน.(นามสมมุติ)...

ตาจีนอาศัยอยู่กับภรรยาม่าย เพียงลำพัง 2 คน ไม่มีลูกและญาติที่ไหน ...มีแต่สุนัขที่แกเลี้ยงเหมือนลูกหลานเต็มบ้านไปหมด ...สุนัขก็เหมือนลูกแก แกอิ่ม มันก็อิ่มด้วย ...แกอดมันก็อดด้วย...หลังจากที่ทีมเยี่ยมบ้านเรารับการส่งต่อเยี่ยมบ้านมาจาก หอผู้ป่วยแห่งหนึ่ง..เราลงทะเบียนรับ Case  เสร็จก็ส่งให้ อสม.ลงสำรวจเพื่อนัดหมายกับผู้ป่วย....อสม.ในพื้นที่ไปสำรวจแล้วก็หาบ้านไม่เจอ....จนในที่สุดมารู้ทีหลังว่า บ้านแกน่ะอยู่ริมถนนใหญ่เลย ....อาจดูเหมือนไม่ใช่บ้าน แต่สิ่งที่เราเห็นอยู่ตรงหน้าคือ เพิงหลังเล็ก ๆ หรือจะเรียกว่าอะไร ที่พักพิงชั่วคราว  ที่มุงด้วยสังกะสีทั้งหลัง ไม่มีหน้าต่าง มีเฉพาะสำหรับทางเข้าออก ด้านหน้าและด้านหลัง  สภาพโทรมและเก่าๆ  พื้นหญ้า และน้ำที่นอง  รอบ ๆ บ้านเต็มไปด้วย ขวดน้ำกองใหญ่สูงเท่าๆตัวบ้านเลย  หนังสือเก่าๆเปียกน้ำเนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนที่ตกแทบจะวันเว้นวัน   การเยี่ยมบ้านครั้งแรกค่อนข้างทุลักทุเลเพราะเป็นช่วงหน้าฝน..ทางเข้าก็ถูกกั้นด้วยคลองเล็กๆเจิ่งนองไปด้วยน้ำ...........ว่าแล้วก็ถือโอกาส พับขากางเกงขึ้นพอประมาณไม่ให้เปียกน้ำ พร้อมสู้คะ !!!!

            ภาพที่ทีมเราเห็น คือ ผู้ชายสูงวัย ผิวคล้ำ ผอมแห้ง  ไม่ใส่เสื้อ  มองเห็นซี่โครงทุกซี่  สีหน้าอิดโรย นอนอยู่บนแคร่ไม้เก่าๆ สิ่งแวดล้อมรอบบ้านเต็มไปด้วยขยะ และกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์นัก เราได้รับการส่งต่อข้อมูลเยี่ยมบ้าน จากหอผู้ป่วยเกี่ยวกับการเจ็บป่วยและการรักษาพอประมาณ  ก่อนที่เราจะทำการเยี่ยมบ้านก็จะศึกษาประวัติ  ข้อมูลการเจ็บป่วยเพื่อวางแผนการดูแลและจัดเตรียมอุปกรณ์ พอสมควร  แต่เมื่อลงไปเยี่ยมจริงๆปัญหาการเจ็บป่วยมีมากกว่าที่คิดไว้  ซักประวัติเพิ่มเติมพบว่า  ภรรยามีโรคประจำตัว เป็นลมชัก นานกว่า 10 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด ย้ายอพยพมาตามญาติ แต่ล่าสุดญาติย้ายแกไม่ได้ย้ายตาม ที่อยู่จึงไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง นอกจากปัญหาทางด้านร่างกาย ยังมีปัญหาความเป็นอยู่อีก อาชีพหลักของตา คือ เก็บของเก่าหรือขยะขาย   วันไหนที่ตาต้องเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลวันนั้น ตาจะขาดรายได้ทั้งวัน...เรียกว่าถ้าบุญเก่า มี จากเมื่อวานก็ยังพอเหลือเงินให้ซื้อข้าวสารกรอกหม้อได้...รายได้ที่เราทราบจากการสัมภาษณ์ มีมาจากการเก็บขยะขาย เดือนละ 2 ครั้ง ได้ครั้งละประมาณ 700-1,000 บาท แต่เดือนๆ หนึ่งต้อเสียค่าเช่าที่พัก จำนวน 1,000 บาท  นอกจากจะต้องหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของตัวเองแล้ว ยังต้องเลี้ยงสุนัขจรจัดที่ไร้ที่อยู่และคนเลี้ยงดูอีกราวๆ เกือบ 10 ตัว รวมกับลูกสุนัขที่เพิ่งคลอดมาใหม่  นี่คือชีวิตของ คุณตาจีน

            ในด้านปัญหาการเจ็บป่วย ตามีแผลเรื้อรังที่ก้นกบด้านขวา รักษาไม่หาย เป็นมา 7  ปี  ซึ่ง รักษาที่ รพ. นั้น แพทย์ทำ I & D แล้วอาการก็ไม่ดีขึ้น ส่ง  Incision Biopsy ขนาดแผลน่าหนักใจทีเดียว (แผลใหญ่มากจริงๆ) ระหว่างผู้ป่วยมารักษาที่ โรงพยาบาลด้วยเรื่องแผลเรื้อรัง แพทย์ตรวจเสมหะพบ เชื้อวัณโรค ด้วย  จึงเริ่มรักษาด้วยยาวัณโรค หลังผู้ป่วยจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล เราได้ วางแผนการดูแลร่วมกับ หอผู้ป่วยโดยมีแพทย์  เป็นผู้ให้คำแนะนำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ปัญหาของผู้ป่วย คือ การที่ไม่สามารถทำแผลได้ด้วยตนเองเพราะแผลอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถทำได้ ส่วนภรรยา ก็ปฏิเสธไม่สามารถที่ทำได้ เนื่องจากให้เหตุผลว่าตนเองเป็นลมชัก กลัวว่า ทำๆอยู่ก้มหน้าบ่อยๆแล้วจะเวียนหัวเป็นลมชักไป  เราจึงได้วางแผนร่วมกับ อสม.ในพื้นที่ และชุมชน ว่าจะช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้อย่างไร แรกๆ เราต้องลงไปทำแผล สอนญาติจัดยาทุกวัน  ไปทุกครั้งจะมี พี่สนั่นผู้ใหญ่บ้าน และพี่ อสม.เจ้าของเขตรับผิดชอบ  ไปด้วย จากที่เห็นเรามุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานไปทำแผลแทบทุกวัน  พี่สนั่น ขออาสาช่วยทำแผลให้ โดยมีเราเป็นผู้สอน แรกๆ ให้ภรรยาของตาจีนคอยสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ ช่วยหยิบจับอุปกรณ์และช่วยจัดยาให้ทาน จนหลังๆ เราไปเยี่ยมตาจีนแค่สัปดาห์ละ 2ครั้ง ที่เหลือ อีก 5 วัน พี่สนั่น และ พี่ อสม.ๆ ช่วยกันหมุนเวียนมาดูแลและช่วยทำแผลให้ ซึ่งเราจะเป็นผู้เบิกอุปกรณ์ทำแผลไปไว้ให้ที่บ้าน   จากใจสู่ใจและจากมือสู่มือ....  ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนเริ่มเกิดขึ้น แม้กระทั่ง หน่วยงานราชการ ได้แก่ เทศบาลตำบล และ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พมจ.) ก็ได้ให้ความช่วยเหลือในการขึ้นทะเบียนเพื่อรับเบี้ยยังชีพผู้ด้อยโอกาสหลังจากที่เราได้ติดต่อและประสานไปจากเดิมที่ไม่เคยได้เลย ..... ..............แม้กระทั่งวันหนึ่ง ที่ฝนตกน้ำท่วมหน้าบ้าน ถนนหน้าบ้านที่เคยเป็นทางเข้าบ้านตาจีนขาด พี่สนั่นและเพื่อนบ้านก็ได้ช่วยกันทำสะพานไม้ชั่วคราวให้  จากที่พักเก่าๆ โทรมๆ เริ่มกลายเป็นบ้านที่เต็มไปด้วยความหวัง ตาจีนและภรรยาเริ่มเก็บกวาดทำความสะอาดบริเวณรอบบ้านตามคำแนะนำของเรา ของที่เคยวางเกลื่อนกลาดก็เริ่มวางเป็นระเบียบขึ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์ทำแผลที่เราเอาไปให้   ตาจะเก็บไว้อย่างดี ประหนึ่งเป็นสิ่งของมีค่าที่เราหยิบยื่นให้ ความช่วยเหลือเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ โดยพี่ๆ ทีมงานสร้างเสริมสุขภาพและ ฝ่ายการพยาบาลฯ ทราบเรื่องก็ช่วยกันบริจาค ข้าวของเครื่องใช้ไปให้ในช่วงที่ตาเจ็บป่วยไม่สามารถออกไปทำงานได้  ไม่ว่าจะเป็น พี่นุช OPD  พี่แจ็คส่งเสริมสุขภาพ ที่บริจาคแคร่สำหรับนอนป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อจากการนอนพื้นที่สกปรก  หรือ อาหารที่ส่งเสริมการหายของแผลอย่างไข่ เป็นถาดๆๆ   เสื้อผ้า จากพี่ๆ น้อง ส่งเสริมสุขภาพที่มาไม่ขาดสาย นี่คือน้ำใจของคนไทยด้วยกัน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 53  ตาจีนมาตรวจตามนัด  เนื่องจากก้อนที่ขาหนีบโตและอักเสบอย่างเห็นได้ชัด  เราสงสัยว่าน่าจะมีอาการผิดปกติของเนื้อเยื่อที่ลุกลามขึ้น (แค่สงสัย)  และช่วยกันภาวนา อย่าให้ตาโชคร้ายไปกว่านี้เลย  แพทย์ได้ทำการส่งชิ้นเนื้อตรวจซ้ำที่บริเวณขาหนีบ  เราได้โทรประสานและติดตามอาการที่  ศูนย์มะเร็งในจังหวัด  ..และแล้วผลออกมา เป็นดั่งที่คาดไว้ คือ พบ cell มะเร็ง  จริงๆ!!!  และเริ่มแพร่กระจายไปแล้ว  เยี่ยมบ้านมาเกือบสองปี ผู้ป่วยรายนี้  ช่างน่าเห็นใจเป็นที่สุด  ในที่สุดแพทย์ได้ตัดสินใจส่งไปรักษาต่อที่รพ.ศูนย์มะเร็ง นั่นคือ การเยี่ยมบ้านครั้งสุดท้ายที่เราได้เยี่ยมตาจีนที่บ้าน ปัจจุบัน เรายังติดตามอาการตา กับทาง รพ.ศูนย์มะเร็งอย่างต่อเนื่อง อีกไม่นานตาก็จะรับประทานยารักษาวัณโรคครบตามกำหนด

            ถึงแม้ว่า กรณีของคุณตา เราก็พบว่า ในความโชคร้ายยังมีสิ่งดี ๆ อยู่เช่นกัน เรามีเครือข่ายสุขภาพที่ดี ที่ร่วมแรงร่วมใจในการดูแลคุณตา ทำให้เป้าหมายแรกคือ การดูแลแผล แม้จะต้องล้างแผลทุกวันและครอบครัวผู้ป่วย ไม่สามารถที่จะพาผู้ป่วยไปล้างแผลที่ รพ.ได้  ด้วยเหตุที่ว่าไม่มีรถ ไม่มีทุนทรัพย์ในการเดินทาง ทีมงานเราได้ประสาน อสม.ในพื้นที่ ร่วมดูแลและทำแผลให้ผู้ป่วย  ทุกคนทำด้วยใจไม่มีค่าตอบแทน มาจากจิตอาสา ของ อสม.และชุมชนล้วนๆ  “ ผลลัพธ์ที่เราวัดได้ นอกจากแผลจะดีขึ้น อย่างได้ชัดเจน ไม่มีการติดเชื้อ  ตาเองไม่ต้องกลับเข้ามารักษาซ้ำ การบริหารยาโดยเฉพาะยาวัณโรค ...ก็ถูกต้อง 100 % ล้วนเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของครอบครัวและชุมชน จนล่าสุดวันนี้ ...เราสามารถสอนให้ภรรยาของตาจีน เริ่มทำแผลให้ตาจีนได้  นั่นคือ สิ่งสำคัญที่เราคาดหวังไว้ เหตุผลที่ภรรยาของตาจีน กล้าที่จะทำแผลให้สามี จากที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ คือ การเห็นน้ำใจจากเพื่อนบ้านและ ชุมชน ที่หยิบยื่นให้ แม้จะไม่ใช่ญาติ แต่ทุกคนมีน้ำใจมาทำให้ ...ทำให้ ภรรยาแกมีกำลังใจที่จะต่อสู้และลงมือทำด้วยตนเอง ......”    

            การเยี่ยมผู้ป่วยรายนี้ เป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ที่เราอยากถ่ายทอดหัวใจความเป็นมนุษย์ อุปสรรคและปัญหาในการทำงานกับชุมชน  เป็นแค่สิ่งที่เราต้องเดินข้ามและฝ่าฟันไปให้ได้  อุปสรรคคือ วัคซีนของความภูมิใจ ท้ายนี้ เราและทีมงานขอขอบคุณตาจีนและผู้ป่วยเรื้อรังในชุมชน ที่ทำให้เราเข้าใจการทำงานด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์        ขอบคุณ พี่ผู้ใหญ่บ้านและ พี่ ๆอสม. ทำให้เราเห็นความมุ่งมั่นและตั้งใจในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และที่สำคัญขอบคุณทีมงานสร้างเสริมสุขภาพที่ร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามมาตลอด  ถึงแม้ว่าเราจะเหน็ดเหนื่อย  แต่เราก็มีความสุข สิ่งที่เราทำคนในโรงพยาบาลอาจจะไม่เห็น ไม่เข้าใจ แต่เราก็ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานด้วยหัวใจ ที่ได้เปิดโอกาสให้เราถ่ายทอดเรื่องราวดี ในรูปแบบของเรื่องเล่า ...เพราะเราไม่ถนัดเรื่องวิชาการ ....ขอบคุณ ท่าน ผอ.รพ. ค่ะ ที่เข้าใจและสนับสนุนการปฏิบัติงานของพวกเราเป็นอย่างดี ค่ะ

 

**********จะมีทางออกให้สำหรับทุกปัญหาเสมอ.......แต่จะไม่มีปัญหาในทุกทางออก********