วันนี้ เป็นวันที่โหดร้ายที่สุด พี่สาวซึ่งเป็นลูกของป้า กำลังจะตายด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก เราเติบโตมาด้วยกัน พี่สาวแก่กว่าดิฉัน4ปี น่าสงสารและน่าเวทนามาก ดิฉันรู้สึกอึดอัดมากที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากกว่านี้ อาได้โทรมาบอกว่า ให้มาดูใจพี่สาวด่วน เพราะตอนนี้พี่สาวแย่มากแล้ว ร้องไห้ไป หยิกตัวเองไปบอกว่าไม่เจ็บ นอนเลือดไหลเป็นลิ่มๆ พวกเราที่บ้านทราบดีว่าต้องมีวันนี้ แต่ก้ไม่มีใครทำใจได้ พี่สาวเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลได้แค่สองวันเท่านั้น แต่ที่กลับเพราะพี่สาวอยากกลับ และอีกประเด็นหนึ่งคือ ป้าได้เซ็นไว้แล้วว่า ไม่ต้องให้ยาหรือผ่าตัดอะไรแล้ว เพราะหมอได้บอก และให้ทางเลือกแล้วว่า ถึงทำไป ก็จะทำให้พี่สาวเจ็บปวด แต่ไม่มีทางหายได้แล้ว เพราะหมอก็ต้องบอกตรงๆแล้ว จรรยาบรรณ ของหมอ ทุกท่านคงทราบดีว่า ถ้าไม่ถึงที่สุดแล้ว ท่านจะไม่บอกรายละเอียดอะไรที่ทำให้ญาติ หรือคนไข้คิดมากหรือเสียใจ และพี่สาวขอกลับบ้าน หมอก็อณุญาติ โดยให้พี่สาวถามญาติพี่น้องก่อนว่าจะให้กลับไหม(เพราะหมอทราบดีว่าไม่รอด และญาติบางคนไม่อยากให้กลับไปตายที่บ้าน หมอถึงให้ถามญาติก่อนว่าจะให้กลับไหม) พวกเรายินดีที่จะให้พี่กลับมาตายที่บ้านดีกว่า อย่างน้อยได้เห็นใจกันจนนาทีสุดท้าย ดีกว่านอนๆแล้วรอโทรศัพท์จากโรงพยาบาลว่าพี่ได้จากไปแล้ว
ถึงตอนนี้ เป็นเวลา 22.31 วันพุท 2553 ดิฉันยังเฝ้ารอโทรศัพท์และปาฏิหาร ว่าพี่สาวอาจจะดีขึ้น ทั้งๆที่รู้ว่า ความเป็นไปได้แทบจะไม่มี ได้แต่หวังว่าอะไรจะดีขึ้น สงสารจับใจ คนเรานี่ เวลาที่สงสารใครแต่ช่วยอะไรไม่ได้ มันอึดอัดมาก เจ็บในใจ ที่ต้องเห็นคนที่เรารักจากไปแบบที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย ได้แต่มองอย่างนั้น
ขอให้กำลังใจทุกคนที่เป็นมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งแบบไหน ระยะใด ขอให้สิ่งศักดิ์สิท จงคุ้มครอง และดูแลให้หายวันหายคืน หรือหากรักษาไม่ได้แล้ว ก็ขอให้จากไปอย่างสงบ อย่าได้่เจ็บปวดทรมารเลย