ขอบคุณพี่สกล เรื่องที่กระตุ้นให้คนสนใจ spiritual

ผมมีข้อสงสัย ความเป็นจริงในภาวะที่ระบบที่ malfunction จากประสบการณ์ ด้าน spiritual ที่พอมีอยู่บ้าง

ผมพบว่าspiritual ที่เหมือนกับความฝันกับความจริงไม่ไปด้วยกัน

หากลงมาอยู่ใน field พบคนที่มีโอกาสน้อยในสังคม ผมเห็นว่าเราช่วยเขาน้อยมากๆเพราะการบริการบุคคลเหล่านี้

ต้องการหมอที่มีพลังและมีความเข้าใจเรื่อง spiritual มาก ซึ่งหาคนที่จะให้บริการบุคคลด้อยโอกาสเหล่านี้ได้น้อยมาก

ผมคงไม่กล่าวถึงการบริการทั่วไปซึ่งไม่ต้องใช้พลังและ spiritual มาก แต่ในโรคร้ายและมีปัญหาที่ต้องการความเอาใจใส่จากหมอมากๆ ผมพบว่าเขาเหล่านั้นได้รับเพียงคำพูดที่สุภาพ ยังไม่ได้รับเลย

ผมไม่แน่ใจว่า ปัญหาอยู่ที่ใด เวลาฟังเรื่องดีๆนั้นมีเรื่องดีๆมาก แต่ที่พบในโรคร้าย คนไข้พบเรื่องแย่ๆมากกว่าเรื่องดีๆ อาจเพราะผมมีโอกาสดูแลคนที่มีโอกาสทางสังคมน้อยจึงเห็นว่าระบบ malfunctionอยู่มาก โรงพยาบาลหลายๆโรงหากินกับคนไข้ที่มีโอกาสน้อย

ผมไม่เห็นมีใครพูดถึงเขาเหล่านั้น อาจจะมีโอกาสรับรู้เรื่องแย่ๆน้อยไป หรือการไม่ได้อยู่ใน field เดียวกับเขาเหล่านั้นว่าเขาถูกได้รับการบริการนั้นอย่างไร อาจเป็นปัญหาเรื่องการรับรู้

ความไม่เท่าเทียมกันในการได้รับบริการกับเรื่อง spirituality เหมือนไม่เกียวเนื่องกัน แต่หากต้องพบและรับรู้เรื่องเหล่านี้บ่อยๆคงต้องใช้ spiritual ในการดูแลตนเองและผู้อื่น และคิดไปก็เกี่ยวเนื่องกัน หากมี workload มากเกินไป ก็ขัดขวาง เรืองสงบ เห็น รู้สึก ตาม ทฤษฎ๊ตัว U ผมคิดว่าหากไม่ได้เรียนรู้เรื่องใจเพียงพอก็ยากจะประยุคต์ใช้ได้ เพราะเราส่วนใหญ่ทำงาน overload หากตรวจคนใข้น้อยลงคงใช้เรื่อง สงบ เห็น รู้สึกได้มาก

นพดล