รายงานวิชา การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (PA 605)
เสนอ ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เสนอโดย นายสุชาติ หล้าอภัย ประธานนักศึกษา (รป.ม.) มหาวิทยาลัยอีสาน
ข้อ 1. จากการศึกษาบทความ เรื่องบทเรียนจากหนังสือเล่มใหม่ของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
1.1 ทำให้ทราบว่านักบริหารมืออาชีพระดับโลกอย่างท่าน อดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช แห่งสหรัฐอเมริกาเป็นผู้มีคุณสมบัติเชื่อมั่นในตนเองสูง เมื่อพบอุปสรรค์จะต้องต่อสู้จนให้ได้รับชัยชนะ พูดความจริง ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
(สัจจัง เว อะมะตะ วาจา) และมีคุณสมบัติที่มีความเกี่ยวข้องกับทฤษฎีทุน 8 ประการของศาสตราจารย์ ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ ได้แก่ ท่านเป็นผู้ที่มี ทุนมนุษย์ (Human Capital) อย่างเต็มเปี่ยม คือ รักครอบครัวไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ภรรยาหรืบุตรสาว มีทุนทางจริยธรรม (Ethical Capital) คือเป็นผู้ที่กล้ายอมรับความจริงในชีวิต หรือกล้าพูดความจริงต่อสังคมสหรัฐอเมริกาว่าในอดีตเคยดื่มสุรามาก แต่ก็เลิกไปได้ในที่สุด มีทุนทางสังคม (Socail Capital) คือ เป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเพื่อนร่วมงาน และเป็นผู้ที่ไว้วางใจเพื่อนร่วมงานโดยได้มอบอำนาจที่สำคัญให้ท่านรองประธานาธิบดี Dick Cheney ตัดสินใจดำเนินการที่ทำเนียบขาว มีทุนแห่งความสุข (Happiness Capital) และมีทุนแห่งความยั่งยืน (Sustainability Capital) คือ ชอบกีฬา และชอบวิ่งออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ ใช้ชีวิตอย่างสมดุลกับธรรมชาติ มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย และศรัทธาในพระเจ้า
1.2 ทำให้ทราบว่าอดีตท่านประธานาธิบดีจอร์จ บุช ก็มีจุดมืดบอดเช่นกัน คือท่านใช้ทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) ใช้ทุนแห่งการสร้างสรรค์ (Creativity Capital) และใช้ทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Capital) น้อยไปนิดจึงทำให้ท่านมีจุดยืนที่ขวาจัด อนุรักษ์นิยมเกินไป ตัดสินใจบุกอิรักโดยไม่ใช้ข้อมูลอย่างรอบครอบ ไม่ใช้เหตุผลแก้ปัญหาเท่าที่ควร มองโลกแบบมีชนะ มีแพ้ ไม่มองโลกแบบเป็นผู้ชนะร่วมกันของคนทั้งโลก Win Win ไม่ได้มองโลกแบบหลากหลาย และไม่ยอมรับความผิดพลาดที่ส่งทหารบุกอิรักและอัฟกานิสถาน ทำให้ทหารและพลเรือนได้รับบาดเจ็บ และล้มตายเป็นจำนวนมาก
1.3 ทำให้ทราบว่า การยึดมั่นอุดมการณ์ทางการเมืองทำให้โลกมีความขัดแย้งกัน การสนับสนุนอิสราเอลของสหรัฐอเมริกาทำให้โลกมุสลิมเกลียดชังสหรัฐมากขึ้น ดังนั้น วิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ คือ จะต้องพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) พัฒนาทุนปัญญา (Intellectual Capital) พัฒนาทุนแห่งการสร้างสรรค์ (Creativity Capital) พัฒนาทุนทางจริยธรรม (Ethical Capital) พัฒนาทุนแห่งความสุข (Happiness Capital) พัฒนาทุนแห่งความยั่งยืน (Sustainability Capital) และพัฒนาทุนแห่งสันติภาพ ให้เกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกคนในโลกนี้
ข้อ 2. จากการศึกษาบทเรียนจากความจริงกับ ดร.จิระฯ เรื่อง คอร์รัปชั่น ทุนมนุษย์และการสร้างศรัทธา (Trust) มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
2.1 ทำให้ทราบว่าการประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ครั้งที่ 14 ของสำนักงานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ประเทศไทยนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นของไทยอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะค่านิยมที่ว่า “ คนไทยชอบยกย่องคนที่มีอำนาจ คนที่ร่ำรวยล้นฟ้า แต่ขาดคุณธรรม ขาดจริยธรรม ละโมบโลภมาก โกงบ้านกินเมือง และหรือหลงยกย่องผู้ดี แต่ขาดเมตตาธรรม ผู้ดีต้องมีกายสุจริตคือเว้นจากการฆ่ามนุษย์และสัตว์ มีวจีสุจริตคือเว้นจากการพูดปด พูดสอดเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ มีมโนสุจริตคือคิดดี คิดไม่เบียดเบียนใคร ต้องแก้ไขค่านิยมที่ไม่ถูกต้องเหล่านี้ให้ได้ (ผลสำรวจความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 28 ที่จังหวัดขอนแก่น จำนวน 420 ตัวอย่าง ประกอบด้วยตัวแทนนักธุรกิจสภาหอการค้าทั่วประเทศ และหน่วยงานรัฐ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง 62.4% ระบุว่าการทุจริตคอร์รัปชันของประเทศปัจจุบันเพิ่มขึ้นกว่าช่วง 3 ปีก่อน และกว่า 79.7 % เคยจ่ายเงินให้ข้าราชการและนักการเมืองเพื่อให้ได้ทำสัญญาธุรกิจกับภาครัฐโดยต้องจ่าย 25 % ของมูลค่าสัญญาที่รับงานมา : สมิหลา. “เดลินิวส์” 2553, ธันวาคม 1.) ดังนั้น คนไทยทุกคนจะต้องเป็นตัวของตนเองอย่าหลงเชื่ออะไรง่าย ๆ ต้องมีปัญญา คือ ความรอบรู้ สิ่งไหนไม่ดีที่สังคมเห็น ไม่ว่าจะเป็นใครทำก็ตาม สังคมจะต้องกล้าตักเตือน และต่อต้าน เพื่อให้สังคมไทยมีคุณธรรมดีขึ้น
2.2 ทำให้ทราบว่า การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นจะต้องแก้ไขที่ค่านิยมของคนไทยว่าการโกงกินเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง และควรเสริมสร้างการพัฒนาคุณภาพของมนุษย์ การพัฒนาทุนมนุษย์ ของคนไทยและคนทั้งโลกให้มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นคนดีมีจุดยืน ทำงานเพื่อส่วนรวม เสียสละ มีเมตตาธรรม เป็นค่านิยมที่ควรยึดถือ โดยเฉพาะเยาวชนไทยจะต้องเร่งสร้างทุนทางจริยธรรมให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ไม่ควรให้ไปหมกมุ่นในความสำเร็จที่เป็นวัตถุนิยม คนไทยจะต้องยกย่องคนดีที่มีคุณค่าต่อสังคมให้เป็นค่านิยมของชาติ คือ มี ทุนมนุษย์ (Human Capital) นั่นเอง
2.3 ทำให้ทราบว่าการสร้างทุนมนุษย์โดยเฉพาะการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของทรัพยากรในด้านการค้าและธุรกิจทั้งในและระหว่างประเทศ ควรเริ่มต้นที่เยาวชน นักเรียน นักศึกษา จะต้องให้ความสนใจภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาที่ทั่วโลกใช้ในการติดต่อสื่อสาร เพื่อลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน และเป็นตัวอย่างที่ดีในการสร้างทุนมนุษย์อันได้แก่ ทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) ทุนทางความรู้ (Knowledge Capital) และทุนทางทักษะและทัศนคติ (Talented Capital) คือ เก่งเรียน เก่งคิด เก่งคน เก่งงาน และประพฤติดี มีน้ำใจ ใฝ่ความรู้ มีคุณธรรม ให้เกิดขึ้นในเยาวชนของไทยให้ได้
ข้อ 3. สรุปเนื้อความจากคำบรรยาย และหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้ ของท่านพารณ อิศรเสนา และท่านดร.จิระ หงศ์ลดารมภ์ ว่า ได้อะไรบ้างจากการอ่านหนังสือเล่มนี้
หนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้ บทสนทนาว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของนักคิดและนักปฏิบัติแห่งยุค
(ท่านพารณ อิศรเสนา และท่าน ศ.ดร.จิระ หงศ์ลดารมภ์ ) เป็นหนังสือที่ดี และมีค่ามากที่สุด เป็นคัมภีร์ที่อ่านแล้วทำให้ผู้อ่านรู้สึกซาบซึ้งในความมานะพยายามของนักคิดทั้งสองท่านที่มีความกระตือรือร้นที่จะถ่ายทอดจิตวิญญาณของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยการปรับเปลี่ยนจินตนาการและพฤติกรรมแบบเดิมๆของมนุษย์ไปสู่วิวัฒนาการของการเรียนรู้แบบใหม่ (Constructionism) และ Global Citizen เป็นการสร้างมนุษย์ให้มีทักษะในการดำรงอยู่ในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีคล่องแคล่วในการใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษอย่างชำนาญ ให้เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และให้เป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม ทำความดีเพื่อสังคม อย่างไม่มีวันจบสิ้น
อ่านตำราเล่มนี้แล้วทำให้กระเหี้ยนกระหือรืออยากค้นหาตนเองว่ามีจุดอ่อน จุดแข็งอยู่ตรงไหน เราอยู่องค์กรประเภทไหน ใครเป็นเจ้าขององค์กร เราทำงานเพื่อส่วนรวมหรือไม่ การเรียนยุคใหม่คือการสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นความคิดของผู้เรียนให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น พึ่งตนเอง สามารถแก้ไขปัญหาเองได้ เป็นการสร้างทุนมนุษย์ให้เกิดขึ้น อยู่ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ให้ได้ อยู่กับท้องถิ่นให้ได้โดยการควบคุมด้วยปัญญา และเอาความจริงมาพูดกัน ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย องค์กรท้องถิ่นจะต้องบริหารเชิงรุก องค์กรจะดีขึ้นอย่างไร หัดคิดเป็น ทำเป็น จะต้องสร้างแรงบันดาลใจกระตุ้นให้เป็นเลิศในการทำงาน เอาต่อมที่ดี ๆ ออกมาให้ได้ ทำลายสิ่งเลว ๆ ออกไป เรียนหนังสือเพื่อปรับพฤติกรรมที่เลว ๆ ออกไป คือ อยาก มี Human Capital ทุนมนุษย์ ที่สมบูรณ์
ได้ทราบแนวคิดว่า การสร้างแรงจูงใจ การสร้างศักยภาพที่โดดเด่นออกมาเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เปรียบกับท้องถิ่นต้องการรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้วรายได้มาจากไหนถ้าท้องถิ่นคิดแบบเดิม ๆ ต้องกระโดดออกจากกรอบ สิ่งที่จะเรียนรู้คือเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ มีอุดมการณ์ที่ดี ส่วนจะทำได้หรือไม่ต้องค้นหาตนเองต่อไป การเรียนรู้เป็นนวัตกรรมความคิดเชิงบวก จะต้องกล้าพูดความจริง กล้าชน กล้าปะทะความจริง สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมเชิงลบของตนเองได้ เรียนรู้ตลอดชีวิต ให้ความรู้อยู่กับเราตลอดชีวิต มียุทธวิธีแบบใหม่ ให้องค์กรก้าวไปสู่ความเป็นเลิศ เน้นความจริง ข้าราชการยุคใหม่จะต้องจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ อย่าเรียนหนังสือแบบดาวกระจาย เพราะไม่มีประโยชน์มากนัก อันความรู้รู้กระจ่างเพียงอย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล ความเป็นเลิศอยู่ที่ท้องถิ่น ปัจจุบันท้องถิ่นมีเครื่องมือมากขึ้น มีบุคลากรมากขึ้น มีงบประมาณมากขึ้น แต่สำคัญที่สุดที่จะกระตุ้นและพัฒนา คือ Intellectual Capital ทุนทางปัญญา
ได้ทราบแนวคิดว่าการเรียนหนังสือต้องสร้างแรงบันดาลใจ มีจินตนาการ มีวิสัยทัศน์ (Vision) อย่าไปคิดตามกฎระเบียบมากเกินไป ท้องถิ่น (องค์กร) จะต้องเปลี่ยนบทบาทเป็น อบต.เชิงรุก อบต.จะต้องพึ่งตนเอง เป็นอบต.ยุคใหม่ให้ได้ จะต้องปรับปรุงวิธีคิดของตนเองอยู่ตลอดเวลา การเรียนคือ การตกเบ็ดปลา จะต้องวิเคราะห์ คิดเป็น ทำเป็น ให้เห็นความจริงให้ได้ ความขยันคือความเก่ง จะต้องเป็นผู้ชี้นำทางความคิดในท้องถิ่น (องค์กร) ให้ได้
ได้ทราบแนวคิดว่า การปรับปรุงตนเองจะต้องมีศรัทธา คือ ความเชื่อ (มโนมยิทธิ) ความเชื่อในความสามารถของตนเองหรือพึ่งตนเอง (Self-Confidence) (อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ) ว่า จะต้องฝึกได้ ทำได้ มีมโนทัศน์ คือมองไปไกล ๆ การทำอะไรจะต้องมีประสิทธิภาพ นำเทคโนโลยีมาใช้ คนเราจะต้องมีความรู้ความสามารถสูงขึ้น องค์กรจะต้องดีขึ้น การพัฒนาคน คนคือหัวใจสำคัญของการบริหาร องค์กรจะดีขึ้นเพราะคน จะสร้างปัญหาก็เพราะคน ทรัพย์สินยิ่งนานวันยิ่งไม่มีค่า แต่คนยิ่งนานวันยิ่งมีคุณค่าเพิ่มมากขึ้น (มีคุณธรรม) ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี คนในท้องถิ่น (องค์กร) มีความสำคัญ แต่คนนอกองค์กร (ชุมชน) มีความสำคัญมากกว่า หน่วยงานราชการต่าง ๆ เช่น โรงเรียน อนามัย วัด และอำเภอ จังหวัด กรม คือพันธมิตรของเรา
ได้ทราบแนวคิดว่า จะต้องพัฒนาการสื่อสารให้ดีขึ้น การลดขั้นตอนการทำงาน การมอบอำนาจ การฝึกอบรมให้บุคลากรดีขึ้นกว่าเดิม การสร้างคุณธรรมในการบริหาร ผู้ใหญ่จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ตั้งมั่นในความเป็นธรรม การทำงานอย่างมีคุณธรรมไปไหนก็มีแต่คนเชื่อถือ วิธีผูกพันคนในองค์กร คือการปกครองที่ดี มีสวัสดิการที่ดี ให้ความเป็นธรรมเท่าเทียมกันทุกคน ให้มีส่วนร่วมในการทำงาน และรักพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม
ได้ทราบแนวคิดว่า การพัฒนามนุษย์ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมนุษย์นี้ยาก “ปลูกแตงกว่า 3 เดือนได้ผล ปลูกมะม่วง 3 ปีได้ผล แต่ปลูกมนุษย์ให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าได้จะต้องรดน้ำไปตลอดชีวิต” การเปลี่ยนแปลงมนุษย์นี้ยากมาก เพราะมนุษย์มีจิตวิญญาณ อย่าทำอะไรรีบร้อน การทำอะไรจะต้องเริ่มที่ศรัทธาของผู้คนต่อผู้นำองค์กร ผู้นำจะต้องมีความทะเยอทะยาน มีความใฝ่สูง (Ambition) ผู้นำที่ดีจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ถ่ายทอดความรู้ไปให้ลูกน้องได้ กล้าออกความเห็นที่เป็นความจริงแต่พูดอย่างสุภาพ เพื่อทำให้องค์กรดีขึ้น อบต.ดีขึ้น ตนเองดีขึ้น คน องค์กร ผลประกอบการ มุ่งสู่ความเป็นเลิศเพื่อประชาชนจึงจะประสบผลสำเร็จ
ได้ทราบแนวคิดว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จะต้องสร้างแรงบันดาลใจให้เขาโต้ตอบ เช่น คนไทยชอบติดสันดานเสมียน ชอบเป็นผู้ตาม ไม่กล้าแสดงออก ต้องให้เข้าใจว่าความผิดพลาดคือบทเรียนราคาแพง ให้คิดเป็น ทำเป็น ก้าวเป็น อย่างโทมัส เอดิสัน (1888) ได้เรียนหนังสือเพียง 3 เดือน แต่เก่งการทดลอง คิดเป็น ทำเป็น อยากรู้ อยากเห็น จึงได้สร้างประโยชน์แก่ชาวโลกมากมาย การศึกษาต้องเรียนรู้ไปตลอดชีวิตและเรียนรู้ด้วยความสุขโลกของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เราจะต้องทันสมัยตลอดเวลาจะต้องมีวัฒนธรรมการเรียนรู้ (Life long lernning) การเรียนได้มาจากการอยากรู้อย่ายัดเยียดความรู้ให้ใคร ความเครียดในการเรียนรู้อันตรายสำหรับผู้ใฝ่รู้
สรุป แนวคิด และวิธีการทำงานของท่านพารณฯ และ ศาสตราจารย์ ดร.จีระฯ ดังนี้
ประวัติของท่าน พารณฯ
-เกิด 10 พฤศจิกายน 2470
-การศึกษา วศ.บ.(ไฟฟ้า) เกียรตินิยม (เครื่องกล) จุฬาฯ ,วท.ม. MIT USA,
-การทำงาน กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย นายกสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยชินวัตร ที่ปรึกษาสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ฯลฯ
- เป้าหมายการทำงาน คือการมุ่งมั่นสร้างทรัพยากรมนุษย์
ประวัติของท่าน ดร.จีระฯ
- เกิด 7 กุมภาพันธ์ 2488
-การศึกษา เศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยวิคตอเรียประเทศนิวซีแลนด์ ปริญญาโทสาขานโยบายรัฐ และเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา
-การทำงาน อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ก่อตั้งสถาบันทรัพยากรมนุษย์ เป็นประธานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ฯลฯ
-เป้าหมายการทำงาน คือ มุ่งมั่นสร้างทรัพยากรมนุษย์
แนวคิดและทฤษฎีของท่านพารณฯ
- มุ่งมั่นสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมนุษย์ โดยให้การศึกษาเพื่อสร้าง Global Citizen (คล่องแคล่วในภาษาไทยและอังกฤษ เก่งเทคโนโลยี มีคุณธรรม)
- บริหารจัดการ พัฒนาคนให้มีความสามารถสู้ได้ในโลก และมุ่งแก้ปัญหาความขัดแย้งด้านแรงงาน
- มีแง่คิดว่า “ จักรยานนานไปก็เสื่อม แต่คนถ้าทำนุบำรุง พัฒนายิ่งนานยิ่งเก่งกล้า ”
- ทำงานเน้นเรื่องการวัดผล ยั่งยืนระยะยาว และแสวงหาความคิดใหม่ ๆ
- คนเป็นสมบัติที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร
- การทำงานจะต้องให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด จะต้องจัดโครงสร้างและระเบียบบริหารองค์กร
- การทำงานต้องเป็นระบบ
- มีความจงรักภักดี
- มีวินัยในองค์กร
- นำกิจกรรม 5 ส. มาใช้
- นำกิจกรรม QCC การทำงานเป็นทีม สองหัวดีกว่าหัวเดียว มาใช้
- การพัฒนาบุคลากรเป็นการลงทุนของบริษัท ที่ไม่ใช่ต้นทุน
- คนเป็นทรัพยากรที่มีค่าสูงสุดที่ต้องเอาใจใส่
- คนไม่ได้ต้องการผลตอบแทนที่เป็นเงินทองอย่างเดียว แต่ยังต้องการผลตอบแทนทางใจด้วย
- บุคคลเจริญได้ด้วยจริยธรรมในการดำเนินชีวิตฉันใด บริษัทก็เจริญได้ด้วยจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจฉันนั้น
- ผมจะใช้นโยบายการดึงคนเป็นพวกและให้เขาพอใจในการทำงาน
- ต้องเป็นงานที่ท้าทายและมีโอกาสก้าวหน้า
-ทฤษฎีกรอบแนวคิดด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
1. ปรัชญาหรือแนวความคิดของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
2. เป้าหมายของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
3.วิธีที่จะทำให้ทรัพยากรมนุษย์ประสบผลสำเร็จ
4. ปัจจัยต่างๆที่ก่อให้เกิดความสำเร็จใน HR
-ทฤษฎี 4 ประการในการทำธุรกิจของเครือ
1. ตั้งมั่นในความเป็นธรรม
2. มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ
3. เชื่อมั่นในคุณค่าของคน
4. ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม
-ทฤษฎีปรัชญาในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ HR ของเครือซิเมนต์ไทย มี 3 ประการ คือ
1. ความเชื่อมั่นในคุณค่าของคน
2. ความรู้สึกว่าพนักงานคือคนในครอบครัวของเรา
3. ความรับผิดชอบที่ทำให้ทรัพยากรบุคคลของบริษัทมีทั้งราคา และคุณค่าที่สอดคล้องกัน
- ทฤษฎี 4 L’s คือ
1. หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้
2.โรงเรียนแห่งการเรียนรู้
3. อุตสาหกรรมแห่งการเรียนรู้
4. ชาติแห่งการเรียนรู้
-มี 4 เก่ง คือ
1. เก่งงาน
2. เก่งคน
3. เก่งคิด
4. เก่งเรียน
-เน้นคนเก่ง
-เน้นคนดี
-เน้นความสำเร็จที่ใช้เวลา
-เน้นปรัชญา และความเชื่อ
-แนวคิดสร้างต้นแบบแห่งการเรียนรู้ 5 ประการ คือ
1. IQ (Intelligence Quotient) พัฒนาทักษะการคิด
2. EQ (Emotional Quotient) พัฒนาให้รู้จักตนเอง
3.AQ (Adversity Quotient) พัฒนาการแก้ปัญหา
4.TQ (Technology Quotient) พัฒนาให้ชำนาญ IT
5.MQ (Morality Quotient) การปลูกฝังคุณธรรม
แนวคิดและทฤษฎีของ ศ.ดร.จีระฯ
- เป็นผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีเป้าหมายในการมุ่งมั่นสร้างทรัพยากรมนุษย์ และมีความกล้าที่จะทำงานแหวกวงล้อมเพื่อเดินไปสู่เป้าหมายให้สำเร็จ
- มุ่งมั่นสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมนุษย์ มนุษย์ต้องได้รับการยอมรับโดยให้การศึกษา บริหารจัดการ พัฒนาคนให้มีความสามารถสู้ได้ในโลก และมุ่งแก้ปัญหาความขัดแย้งด้านแรงงาน
- มีแง่คิดว่า “ ต้นไม้ใหม่ที่ปลูกไว้เริ่มหยั่งราก สะบัดใบ ในสมองก็คิดที่ปลูกต้นไม้อีกหน “ ทำงานเน้นเรื่องการวัดผล ยั่งยืนระยะยาว และแสวงหาความคิดใหม่ ๆ
- มี 4 ดี คือ ประพฤติดี มีน้ำใจ ใฝ่ความรู้ มีคุณธรรม
- พันธุ์แท้ของทรัพยากรมนุษย์ จะต้องทำงานให้สำเร็จ ต้องมีบารมี ต้องยั่งยืน
- มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง มีความคิดสร้างสรรค์ เอาจริงเอาจัง มิใช่เอาแต่พูด มั่นใจแล้วจึงทำ ทำงานด้วยความมุ่งมั่นจนสำเร็จ
- ยกระดับความสำคัญของ HR ให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ ปรัชญาของ HR คือมุ่งเน้นการเรียนรู้
-ทฤษฎี 3 วงกลม เพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์คือ
1. Context หมายถึง บริบทของการบริหารทรัพยากรมนุษย์มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน การจัดองค์กรให้มีความเหมาะสมคล่องตัว มีการทำงานเป็นขบวนการ มี IT เข้ามาช่วย
2. Competencies หมายถึงสมรรถนะหรือความสามารถของบุคคลในองค์กร
3. Motivation หมายถึง การสร้างแรงจูงใจให้อยากทำงาน
-ทฤษฎี 4 L’s เพื่อการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ คือ 1. Learning Methodology เข้าใจวิธีการเรียนรู้
2. Learning Environment สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ 3. Learning Opportunities สร้างโอกาสในการเรียนรู้
4. Learning Communitiesสร้างชุมชนการเรียนรู้
-ทฤษฎี 8 K’s” การทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพจะต้องมีต้นทุน 8 ประการ
K1-Human Capital ทุนมนุษย์
K2-Intellectual Capital ทุนทางปัญญา
K3-Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม
K4-Happiness Capital ทุนแห่งความสุข
K5-Social Capital ทุนทางสังคม
K6-Sustainable Capital ทุนแห่งความยั่งยืน
K7-Digital Capital ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
K8-Talented Capital ทุนทางความรู้ ทักษะ ทัศนคติ
-ทฤษฎี 5 K’s” (ใหม่) ประกอบด้วย
K1-Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์
K2-Knowledge Capital ทุนทางความรู้
K3-Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม
K4-Emotional Capital ทุนทางอารมณ์
K5-Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม
ทฤษฎี 2 R’s เพื่อการมอง วิเคราะห์ปัญหา
1. Reality มองความจริง
2. Relevance ตรงประเด็น
ทฤษฎี 2 I’s เพื่อการเรียนรู้และสร้างพลังในการทำงาน
1. Inspiration จุดประกาย
2. Imagination สร้างจินตนาการ
ทฤษฎี C&E เพื่อการเรียนรู้และการทำงานยุคใหม่
1. Connecting การติดต่อกัน
2. Engaging การมีส่วนร่วม
ทฤษฎี HRDS เพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ และการทำงานอย่างมีความสุข
1. Happiness คือการสร้างความสุข
2. Respect การยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน
3. Dignity การยกย่องให้เกียรติซึ่งกันและกัน
4. Sustainability ความยั่งยืนของเป้าหมายระยะยาว
ทฤษฎี 3 L’s เพื่อการทำงานยุคใหม่
1. Learning from pain
2. Learning from experience
3. Learning from listening
ประกายความคล้ายคลึงระหว่างท่านพารณฯ กับ ศ.ดร.จีระฯ
คือ มีเป้าหมายเดียวกันคือการมุ่งมั่นในเรื่องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ฯ
1. เดินสู่สนามของงานสร้างทรัพยากรมนุษย์โดยบังเอิญ
2. มุ่งมั่นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์บนปรัชญาแห่งความยั่งยืน
3. จากความยั่งยืน สู่การเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดต่อสังคม
4. มีบุคลิกลักษณะแบบ Global Man ทำให้เป็นคนมีวิสัยทัศน์
5. มีความเป็นผู้ใหญ่พร้อมที่จะเป็นผู้ “ให้ ” ทั้งความรู้ และความรัก แก่คนใกล้ชิด
6. มีความสุขกับการเป็นผู้ “ ให้ “ ต่อสังคมโดยไม่สนใจว่าจะได้รับ “กล่อง”
(4 ธันวาคม 2553 : 13.15 น.)
รายงาน .........นายกฤตภัค ประดับชาติ มหาวิทยาลัยอีสาน
ข้อ 1. บทความ เรื่องบทเรียนจากหนังสือเล่มใหม่ของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช มี ดังนี้
อดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช มีคุณสมบัติเชื่อมั่นในตนเองเมื่อพบอุปสรรค์จะต้องต่อสู้จนให้ได้รับชัย พูดความจริง มีทุนมนุษย์ (Human Capital) คือ รักครอบครัวไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ภรรยาหรืบุตรสาว มีทุนทางจริยธรรม (Ethical Capital) คือเป็นผู้ที่กล้ายอมรับความจริงในชีวิต หรือกล้าพูดความจริงต่อสังคมสหรัฐอเมริกาว่าในอดีตเคยดื่มสุราแต่ก็เลิกไปได้ในที่สุด มีความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเพื่อนร่วมงาน และเป็นผู้ที่ไว้วางใจเพื่อนร่วมงานโดยได้มอบอำนาจที่สำคัญให้ท่านรองประธานาธิบดี Dick Cheney ชอบกีฬา และชอบวิ่งออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ ใช้ชีวิตอย่างสมดุล มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย
ข้อ 2. บทเรียนจากความจริงกับ ดร.จิระฯ เรื่อง คอร์รัปชั่น ทุนมนุษย์และการสร้างศรัทธา (Trust) มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
การประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ครั้งที่ 14 ของสำนักงานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นของไทย โดยเฉพาะค่านิยมที่ว่า “ คนไทยชอบยกย่องคนที่มีอำนาจ คนร่ำรวยแต่ขาดคุณธรรม จริยธรรม ต้องแก้ไขค่านิยมที่ว่า ยอมรับการคอร์รัปชั่นได้ ถ้าผู้กระทำนั้นทำให้ชาติเจริญ ซึ่งเป็นค่านิยมที่ไม่ถูกต้อง” การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นจะต้องแก้ไขที่ค่านิยมของคนไทยว่าการโกงกินเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง และควรเสริมสร้างการพัฒนาคุณภาพของมนุษย์
ข้อ 3. สรุปหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้ ดังนี้
แนวคิด ของพารณฯ
การทำงานจะต้องให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด จะต้องจัดโครงสร้างและระเบียบบริหารองค์กร การทำงานต้องเป็นระบบ มีความจงรักภักดี มีวินัยในองค์กร นำกิจกรรม 5 ส. มาใช้ นำกิจกรรม QCC การทำงานเป็นทีม สองหัวดีกว่าหัวเดียว มาใช้ การพัฒนาบุคลากรเป็นการลงทุนของบริษัท ที่ไม่ใช่ต้นทุน คนเป็นทรัพยากรที่มีค่าสูงสุดที่ต้องเอาใจใส่ คนไม่ได้ต้องการผลตอบแทนที่เป็นเงินทองอย่างเดียว แต่ยังต้องการผลตอบแทนทางใจด้วย บุคคลเจริญได้ด้วยจริยธรรมในการดำเนินชีวิตฉันใด บริษัทก็เจริญได้ด้วยจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจฉันนั้น ผมจะใช้นโยบายการดึงคนเป็นพวกและให้เขาพอใจในการทำงาน ต้องเป็นงานที่ท้าทายและมีโอกาสก้าวหน้า ทฤษฎีกรอบแนวคิดด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทฤษฎี 4 ประการในการทำธุรกิจของเครือ คือ ตั้งมั่นในความเป็นธรรม มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ เชื่อมั่นในคุณค่าของคน ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม
แนวคิด ของ ดร.จีระฯ
เป็นผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีเป้าหมายในการมุ่งมั่นสร้างทรัพยากรมนุษย์ และมีความกล้าที่จะทำงานแหวกวงล้อมเพื่อเดินไปสู่เป้าหมายให้สำเร็จ มี 4 ดี คือ ประพฤติดี มีน้ำใจ ใฝ่ความรู้ มีคุณธรรม พันธุ์แท้ของทรัพยากรมนุษย์ จะต้องทำงานให้สำเร็จ ต้องมีบารมี ต้องยั่งยืน มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง มีความคิดสร้างสรรค์ เอาจริงเอาจัง มิใช่เอาแต่พูด มั่นใจแล้วจึงทำ ทำงานด้วยความมุ่งมั่นจนสำเร็จ
ทฤษฎี 8 K’s” ทุน 8 ประการ ได้แก่ K1-Human Capital ทุนมนุษย์ K2-Intellectual Capital ทุนทางปัญญา K3-Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม K4-Happiness Capital ทุนแห่งความสุข K5-Social Capital ทุนทางสังคม K6-Sustainable Capital ทุนแห่งความยั่งยืน K7-Digital Capital ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ K8-Talented Capital ทุนทางความรู้ ทักษะ ทัศนคติ
ทฤษฎี 5 K’s” ดังนี้ K1-Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์ K2-Knowledge Capital ทุนทางความรู้ K3-Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม K4-Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ K5-Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม