เมื่อเราคือคนไทย เราก็มี "เมืองไทย" เป็น "บ้าน..."

ขอให้เราภูมิใจในบ้านของเรา

ขอให้เราศรัทธาต่อภูมิปัญญาของคนในบ้านของเรา

คนนอกบ้านไม่ศรัทธาความรู้ ไม่เชื่อมั่นในปัญญาคนในบ้านของเราไม่เป็นไร

แต่ถ้าเราเกิดเป็นคนไทยแล้วไซร้ เราก็ควรเชื่อมั่นและศรัทธาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ บุพการีชน บุคคลอันเป็นที่รัก ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และที่ล่วงลับไปแล้ว

ในโลกนี้ไม่มีอะไรดีที่สุด มีแต่เพียงสิ่งที่ "เหมาะสม" ที่สุดเท่านั้น

ไม่มีใครรู้สภาพบ้านของเราเท่ากับพ่อกับแม่ของเรา

เพราะท่านเป็นคนปลูกบ้าน สร้างเรือน เลี้ยงดูเรามา ป้อนข้าว ป้อนน้ำ

เราไม่ควรดูถูกว่าท่านโง่ แล้วไปยกย่องภูมิปัญญาของคนบ้านอื่น

เหล็กนั้นจะเสียหายได้ก็เนื่องด้วยสนิมที่เกิดในตัวของเหล็กเอง

แค่นักธุรกิจในบ้านเราที่จ้องจะหาผลประโยชน์จากคนในบ้านตัวเองก็มีมากมายพอแล้ว

ขายปุ๋ย ขายยา ขายเครื่องไถ ขายเครื่องเกี่ยวข้าว ชาวนาบ้านเราก็ไม่เหลืออะไรไว้ให้กินแล้ว

ได้เงินมาก็ถูกพ่อค้าเก็บดอกเบี้ยพร้อมหักค่าใช้จ่ายที่กู้หนี้ยืมสินมา

เหลือนิด เหลือหน่อย ก็ต้องไปดาวน์มอเตอร์ไซด์ ไปถอยรถกระบะ เพราะพ่ายแพ้ต่อกิเลสที่มาจากทางสื่อสารมวลชนนานาชนิด

ไก่ทอดชิ้นละห้าบาทสิบบาทเริ่มไม่อร่อย พอมีเงินหน่อยก็ต้องคอยไปกิน KFC

 

ถ้าคนเราไม่รู้จักคำว่า "พอ" ต่อให้เรานำเทคโนโลยีการผลิตที่ดีเลิศประเสริฐศรีขนาดไหนเข้ามา ก็ "หมด" ไม่มีเหลือ

ลองหันไปมองดูคนรวย ๆ มีเงินพันล้าน หมื่นล้าน เขามีความสุขไหม

เขามีความสุขเท่าปู่ ย่า ตา ยาย ที่เก็บผัก เก็บหญ้า จิ้มน้ำพริก กินอาหารสด ๆ อยู่ริมทุ่งนาได้ไหม

ถ้าชีวิตของเรามี "ความพอใจ" เราก็มีความสุข

เจ้าใหญ่ นายโต ที่กินข้าวด้วยช้อนทองคำ ถ้าไม่มีความพอใจเท่ากับชาวนาที่ขยำข้าวด้วยมือ

จงพอใจกับความเป็นไทย เพื่อให้ลูกหลานใจพอใจกับเรา ผู้ที่ได้ชื่อว่า "คนไทย..."