พระตะกั่วสนิมแดงบางองค์มีไขวัวแล้ว บางองค์อาจจะมีคราบไขสนิมเขียวหยกเคลือบผิวภายนอกหรืออาจกินตัวแยกในไขวัวก็เป็นได้ เพราะการเก็บไว้ในภาชนะนั้น จะมีพระหรือวัตถุอื่นที่เป็นสำริดเช่น กระพรวนสำริดมักจะเก็บรวมกับพระเครื่องเสมอๆ กระพรวนหรือกำไรสำริดนั้นมีมาตั้งแต่ยุคทราวดีเมื่อ 5000 ปีเช่นยุคบ้านเชียงเรื่อยมาจนถึงยุคลพบุรี พระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงที่มีสนิมเขียวหยกปะปนนี้ หากดูอย่างพิจารณาแล้ว จะมีความงดงามยิ่งนักเพราะมีสนิมแดงปนสนิมเขียว ที่กล้ากล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่าพระที่เปิดกรุเองมากับมือนั้น หลังจากเปิดกรุมาถูกอากาศภายนอกเพียงแค่เดือนเดียว จะเกิดคราบไขวัวหนามากอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งถูกเหงื่อไคลด้วยแล้วยิ่งมีเสน่ห์ยิ่งนัก