จินตนากรรมของตนเองมาจากไหน มาจากจินตนากรรมของนักวิชาการทางการศึกษาสร้างไว้ใช่หรือไม่ หรือถ้าจะพูดให้เลวร้ายยิ่งกว่าจินตนากรรมของนักเรียนนักศึกษาในปัจจุบันมาจากจินตนากรรมของ "นักธุรกิจ..."
นักธุรกิจที่แฝงตัวอยู่ในคราบนักการเมือง ในคราบนักการศึกษา ผู้บริหาร หรือแม้กระทั่ง "คณาจารย์"
นักธุรกิจคือบุคคลที่ทำกิจกรรมเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนและพวกพ้องเป็นหลัก (Shareholders wealth maximization)
ทำทุกอย่างเพื่อ "ผลกำไร" อันจะตอบแทนกลับมาซึ่งลาภ เกียรติ ยศ สรรเสริญ
นักบริหารการศึกษาปัจจุบันกลายเป็นการเมืองกันมาก และก็เป็นนักการศึกษาในคราบนักธุรกิจกันเยอะ
การแสดงความคิดเห็นแบบนี้อาจจะผิดกฏของ G2K ที่ต้องการให้เขียนแต่ในเชิงบวก เชิงสร้างสรรค์ แต่บางครั้งอะไรที่บวก ๆ นั้นก็ห่างจาก "ความจริง..."
ชีวิตของเราทุกวันนี้ไม่ได้อยู่ในสังคมเชิงบวก ความจริงทางการศึกษาในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องบวก ถ้าหากจะหนีเรื่องบวกโดยการหาเรื่องบวกมาพูด เรื่องลบ ๆ ก็ถูกกลบไว้
การจะแก้ไขปัญหา นั้นนอกจากกระทำดี โดยการคิด พูด ทำในการบวกแล้ว ก็ต้องหยุดการกระทำชั่วร่วมกันไปด้วย
ถ้าไม่รู้จักความชั่ว ไม่นำเรื่องผิด ๆ ลบ ๆ ขึ้นมาพูด ขึ้นมาแก้ไข จะแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมได้อย่างไร...?
เพราะหลักในการดำเนินชีวิตในทางพระพุทธศาสนานั้น พระพุทธองค์กล่าวไว้ว่า คนเราจักต้อง "ละความชั่ว ทำความดี และกระทำตนให้ขาวรอบ"
ปัจจุบันคนทำดีกับทำชั่วนั้นมีสัดส่วนต่างกัน
คนทำความดีกลายเป็นคนส่วนน้อยในระบบประชาธิปไตย เพราะความชั่วในใคร ๆ เขาก็ทำกัน
เรื่องนักการเมืองเข้ามาทำงานเพื่อหาผลประโยชน์ก็กลายเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นผู้บริหารการศึกษาสวมบทบาทนักการเมืองเข้ามาเพื่อหาผลประโยชน์ก็เป็นเรื่องธรรมดาเช่นเดียวกัน
ถ้าหากการศึกษาไทยไร้ซึ่งผลประโยชน์ การศึกษาไทยคงจะก้าวหน้าไปกว่านี้อีกมาก
ผลประโยชน์นั้นแล เปรียบเสมือนอาหารอันโอชะสำหรับปลวก มด มอด ที่กัดกินรำเรือของตัวเอง
ถ้าครูเปรียบเสมือนเรือจ้าง เรือลำนั้นก็กำลังจะล่ม เพราะถูกปลวกกัดจนน้ำท่วมเข้าเรือจนพายไปได้ไม่ถึงไหน
เรื่องปลวกก็กำจัดไม่ได้ มือหนึ่งต้องพาย อีกมือหนึ่งต้องวิดน้ำ
เด็กที่นั่งอยู่ในเรือ ก็เรียนรู้การกระทำของครู เพราะการกระทำเสียงดังกว่า "คำพูด"
ปากครูก็พร่ำสอนไป แต่ใจนั้นมีภาระหนักอึ้ง
ชีวิตครูในปัจจุบันจึงน่าสงสาร ทั้งต้องสู้รบกับปลวกที่กินเรือ แล้วไหนมือหนึ่งต้องพาย อีกมือต้องวิดน้ำ ปากก็ต้องพร่ำสอนลูกศิษย์ สายตาก็ต้องเหลือบไปดูลูก ดูครอบครัว
ช่วงนี้จึงต้องให้กำลังใจ เพื่อสร้างกำลังกายกับคุณครูให้มาก ๆ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติการณ์อันเลวร้าย ที่สรรพภัยรุมล้อมมารอบด้าน
ถ้าประเทศนี้ไม่มีนักธุรกิจ ชีวิตของครูคงจะมีสุขขึ้นอีกมาก
นักธุรกิจที่สร้างจินตนากรรมทางธุรกิจแล้วนำมาครอบคลุมชีวิตของนักวิชาการทางการศึกษา...!