ขออนุญาตเข้ามาต่ออีกหน่อยค่ะ อาจารย์วสะ :)
คำถามที่อาจารย์ถามไว้ให้คิดต่อดีนี้มากนะคะ
การสอน IT แล้วจะสอนการอ่านจับใจความไปด้วยนั้น เป็นไปได้ไหม?
ดิฉันอยากตอบว่า เป็นไปได้ และเห็นด้วยทุกประการค่ะ หากอาจารย์ผู้สอนระดับอุดมศึกษา สามารถให้เวลาและใส่ใจกับการฝึกทักษะในการสื่อสาร ด้วยการอ่านและการเขียน ในทุกรายวิชาที่ทำได้ จะช่วยให้นักศึกษาพัฒนาทักษะนี้ได้เร็วมาก
แต่หากเด็กเรียนรู้อย่างถูกวิธีมาตั้งแต่ประถมและมัธยม เด็กก็น่าจะเรียนได้ดี และจับประเด็นได้ อ่านเป็น เขียนเป็น เมื่อมาถึงระดับอุดมศึกษา อาจารย์จะได้สื่อสารความรู้ใหม่ตามศาสตร์ได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลกับทักษะ(ซึ่งเด็กควรจะมีอยู่แล้วโดย)พื้นฐาน
ดิฉันเคยคุยกับพ่อ พ่อบอกว่าในระดับโรงเรียนนั้น น่าจะลองทำดังนี้ คือ
แยกวิชาที่เด็กจะต้องเรียนออกเป็นสามกลุ่ม ได้แก่วิชาอ่าน วิชาคิด และ วิชาทำ
ประการแรก วิชาอ่าน มีหนังสือให้อ่านทุกเรื่อง วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์(คงต้องเรียบเรียงใหม่ให้อ่านง่ายกว่าเดิม) สังคมทุกแขนง มนุษย์ศาสตร์ทุกแขนง เป็นต้น
หนังสือแบบเรียนทุกเล่ม นำมาให้นักเรียนอ่านได้หมด ให้เด็กอ่านเหมือนอ่านหนังสือการ์ตูน (คือพ่อคงหมายความว่าน่าจะหาวิธีสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากอ่านเพื่อรู้จริงๆ) อย่าอ่านแบบที่ครูให้ยืนขึ้นอ่านทีละคน
ทั้งนี้ ครูลองแยกแยะความแตกต่างให้ดี และต้องยอมรับเด็กว่า เขาจะอ่านของเขาอย่างไรก็ต้องยอม โดยไม่ไปซักไซ้ไล่เลียงว่าอ่านแล้วรู้อะไรบ้าง เรื่องนี้ไว้ว่ากันทีหลัง
แต่ขอให้โน้มน้าว จูงใจ ให้อ่านอย่างเต็มใจก่อน เพื่อให้เขามีภาษาของศาสตร์นั้นๆไว้เป็นฐานความรู้
ประการที่สอง วิชาคิด มีสองวิชา คือ ภาษาไทย และคณิตศาสตร์
ภาษาไทย ต้องสอนหลักวิชาภาษาไทยให้เด็กสามารถอ่านหนังสือออก อ่านให้แตกฉาน เขียนถูกต้อง ออกเสียงชัดเจน รู้จักจับใจความ
ที่สำคัญที่สุดต้องให้เริ่มต้นด้วยการเรียนภาษาไทยแบบผันอักษร ไม่ใช่เริ่มต้น ให้เรียนภาษาไทยเป็นคำ ๆ เพราะเป็นการสวนระบบภาษาไทย และจะส่งผลถึงการสร้างคำใหม่ (อ่าน-เขียน รับรู้ความหมาย เพิ่มคำ เพิ่มความหมาย) อันจะส่งผลถึงความแตกฉานทางภาษาได้
(คำในภาษาไทย (คำไทย) เกิดจากการการผสมพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ โดยไม่เปลี่ยนรูปคำ มิใช่การมีคำเป็นคำๆเป็นตัวตั้ง แล้วมาเพิ่มหน้า กลาง หลัง แบบวิภัติปัจจัย )
คณิตศาสตร์ ต้องสอนให้น้อยที่สุด แต่ฝึกให้รู้จักจำนวนนับ แบบเห็นปุ๊บบอกจำนวนได้ปั๊บเป็นอัตโนมัติ ตั้งแต่ 0-9
คือให้มองเลข 0-9 เป็นภาษา เหมือน 0 เป็นหนึ่งคำ 3 เป็นคำหนึ่งคำ เห็นของสามชิ้น บอกได้ทันทีว่า สาม โดยไม่ต้องใช้นิ้วมือนับใต้โต๊ะ ว่า 1...2.... 3
หากฝึกได้อย่างนี้ เด็กจะคำนวณ(พื้นฐาน)ได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีภาษาเลขคณิต(พื้นฐาน)ใช้เป็นอัตโนมัติ
การบวก ก็จะมีความหมายว่า จุดจุดจุด กับอีก จุดจุดจุด เป็น จุดจุดจุด ทำให้คิดได้เป็นอัตโนมัติ
แล้วสอน การเขียนตัวเลขฐานสิบ(ทศนิยม) การเขียนเศษส่วน บวกจำนวนนับ(มีหนึ่งร้อยคู่) ลบ(มีหกสิบสี่คู่) ,การคูณ(สูตรคูณ) ,การหาร ,จำนวนเต็ม จำนวนตรรกยะ เท่านี้พอแล้วในเบื้องต้น
ประการที่สาม วิชาทำ ได้แก่วิชาการขุดดิน การปลูกผัก การหุงหาอาหาร งานไม้ การเย็บผ้า วิทยาศาสตร์ต่างๆ เพราะเด็กชอบทดลองอยู่แล้ว การปฎิบัติศาสนกิจ การดูแลสุขภาพตนเองและผู้อื่น วิชาเหล่านี้ สอดคล้องกับวิถีชีวิต และสามารถบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นในการสอนเด็กได้ด้วย ฯลฯ
หากทำได้ดังนี้ เด็กน่าจะมีโอกาสฝึกบูรณาการการสื่อสารครบวงจร เป็นการปูพื้นฐานทางภาษา(ความรู้ -วิชาอ่าน-วิชาคิด) ที่เป็นกระบวนการเนื่องกันกับวิถีชีวิต (วิชาทำ)ค่ะ
เอ่อ...ไม่ทราบทำไม ขอ "ต่ออีกหน่อย" ของดิฉัน ถึงได้ยาวเกินหกกิโลเมตรยังงี้น้อ :-)