เมื่อคืน ได้มีโอกาสดูวิดีโอการสัมนาอันหนึ่ง ซึ่งบรรยายโดย ศ.เคลยตัน คริสเตนเซน ซึ่งผู้ที่กำลังศึกษาหลักสูตรชั้นสูงอยู่ที่ฮาร์วาร์ดท่านหนึ่ง กรุณาส่งมาให้ดูทำให้เข้าใจหนังสือของ ศ.คริสเตนเซน (ซึ่งผมมีอยู่สองเล่ม) ได้ชัดขึ้นมาก
ศ.คริสเตนเซน เป็นคนแรกที่พูดถึง disruptive technology แม้ว่าต่อมาภายหลัง ท่านเปลี่ยนคำนี้เป็น disruptive innovation แทน เนื่องจาก disruptive technology ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเทคโนโลยีเลย แต่กลับเป็นกระบวนการที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอันสร้างความเติบโตอย่างมหาศาล โดยใช้นวัตกรรมและความแตกต่างจากผู้นำตลาดเป็นเครื่องมือผลักดัน
ตัวอย่างเช่นสายการบินราคาถูก เป็น disruptive technology ในอุตสาหกรรมการบิน แทนที่จะใช้เครื่องบินขนาดใหญ่ลำละ 400 คน ก็ใช้เครื่องบินลำเล็กลง ไม่เสริฟอาหาร และใช้สำหรับการบินระยะสั้นๆ ก็ทำให้ต้นทุนถูกลงมาก นวัตกรรมในตัวอย่างนี้ เป็นนวัตกรรมของรูปแบบธุรกิจ ซึ่งแม้จะมองเห็นได้ไม่ง่าย แต่หากสำเร็จก็อาจจะสร้างผลได้อย่างมาก
นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ เป็นสิ่งที่เรามองเห็นบ่อยที่สุดในมุมของสิ่นค้าที่ ง่ายขึ้น และ/หรือ ถูกลง
ส่วนนวัตกรรมด้านกระบวนการนั้น คนภายนอกองค์กรมักจะมองไม่เห็นชัด ยกเว้นว่าเป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงกับโลกภายนอก เช่น CRM SCM Call center ฯลฯ
จะเห็นได้ว่ากระบวนการที่ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ อันเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมนั้น ตั้งอยู่บนฐานสำคัญสามฐาน คือการจัดการความรู้และกระบวนการเรียนรู้ของคนภายในองค์กร (Learning & KM); ผู้นำที่มีภาวะผู้นำและมีการบริหารจัดการงานอย่างเหมาะสม (Leadership & management); และความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับงานของแต่ละคน (Technical) ตามรูปปิรามิดด้านบน