น้าจ้าครับ
นับว่าน้าจ้ามี Six Senses นะครับ เพราะปีหน้าก็จะครบ 4 ปีที่อยู่ที่อินเดีย ก็คงถึงเวลาที่จะโดนย้ายนะครับ ส่วนจะย้ายไปไหน ก็สุดแต่บุญและกรรมครับ ถ้าทำใจได้ ปรับตัวได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็ยังเป็นผม ยังหาข้อมูลเขียนหนังสือและมีงานอดิเรกมาให้กัลยาณมิตรได้อ่านกันเป็นประโยชน์ ไม่มากก็น้อยครับ
ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของคุณแม่ของสามีน้าจ้าด้วยครับ ความตายย่อมทำให้มนุษย์เราสะเทือนใจครับเพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ผู้ที่มีความผูกพันย่อมรับรู้ถึงความสูญเสียนี้ แต่ความตายถ้ามองอีกมุมหนึ่งก็สมควรเป็นเรื่องน่ายินดีนะครับ ขออภัยหากผมคิดไม่ค่อยเหมือนคนอื่นและพูดออกมาตรงๆ ซึ่งไม่ได้หมายถึงกรณีคนใดคนหนึ่งนะครับ
การตายคือการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์(รูปและนาม) จึงไม่ใช่การสิ้นสุด แต่เป็นโอกาสให้มีการปรับปรุงสภาพต่างๆ
ถ้าบอกว่ามนุษย์เราทนทุกข์ทนสุขมาตลอดชีวิต การเปลี่ยนแปลงจึงเป็นเรื่องดีที่จะไม่ต้องทนในสภาพเดิมๆ อีกต่อไป แต่เมื่อเปลี่ยนแปลงแล้ว ก็จะต้องไปทนในอีกสภาพหนึ่ง
ผมเคยเห็นคนตายใหม่ๆ มาหลายคนแล้วครับ ก็ไม่ได้กลัวอะไรแต่กลับรู้สึกปลงถึงความอนิจจังของสังขาร และจะย้อนกลับมาเตือนใจตนเองว่า อีกไม่นานก้ถึงตาของเรา ก็คงมีสภาพไม่ต่างไปจากที่เห็น
การให้ความตายมีประโยชน์จึงอยู่ที่คนเป็นจะได้ข้อคิด ได้บทเรียนอะไรจากความตายนั้น
ในอินเดีย งานเผาศพที่ทำกันง่ายๆ กลางแจ้ง ญาติพี่น้องและคนทั่วไปจะได้เห็นศพและการเผาอย่างใกล้ชิด หลายคนในประเทศพัฒนาแล้วคงบอกว่าป่าเถื่อน แต่ผมมองว่าก็มีข้อดีอยู่ ทำให้คนได้ปลงและเกิดปัญญาได้ดี
ความตายต้องเป็นการเตือนสติของคนที่อยู่ครับ ว่าไม่วันใดวันหนึ่ง ก็ไม่พ้นความตาย สิ่งต้องรีบทำคือสะสม สั่งสมบุญความดีเอาไว้ให้มาก มิใช่เพื่อใครแต่เพื่อตนเองครับ เช่นที่ผมเขียนในเรื่อง "หากพรุ่งนี้ต้องตาย ทำงัยเล่า" นะครับ ผมเองก็เตรียมตัวอยู่ทุกวันนี้ ด้วยความยินดี
คนไทยลืมง่ายครับ เรื่องน้ำท่วม เกรงว่าพอผ่านน้ำท่วมไปแล้ว ปีหน้าก็จะลืมนึกกันไปอีก ถึงเวลาใกล้หน้าฝน หากไม่เตรียมตัว ก็อาจจะรับมือไม่ทัน...อีก
บ้านเรือนแบบไต้ถุนสูงน่าจะกลับมาในบ้านเราอีกนะครับเพราะนั่นคือเอกลักษณ์ของเรา เรื่องการมองเห็นภัยน้ำท่วมในอนาคตนั้นเหมือนกับว่าใครทำใครได้ครับ เตรียมตัวเอาไว้ไม่เสียอะไร
ชีวิตมีแต่การเปลี่ยนแปลงครับ ทั้งที่เกี่ยวกับตัวเราและเกี่ยวกับสังคม สิ่งแวดล้อม เราจะเอาใจใส่หรือไม่ หากมีเหตุก็ต้องเปลี่ยนไปตามกฏธรรมชาติ
การยืนอยู่ตรงจุดแห่งความพอดีของทุกเรื่องจึงสมควรทดลองปฏิบัติดูครับ ที่จะเข้มข้นก็คือสติของเราที่จะรู้เท่าทันสิ่งที่เข้ามาในจิตใจของเราครับ ต้องตามดูตลอดเวลาครับ
ขอให้น้าจ้าและครอบครัวและคนที่รักมีความสุข เจริญสติกันในทุกขณะนะครับ จะได้เจริญสุขทุกคืนวัน