ยุทธศาสตร์หนึ่งในการพัฒนาบุคลากรของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี คือการทำให้หน่วยงานเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ องค์กรแห่งการเรียนรู้ คือ การที่บุคลากรแต่ละคน แต่ละกลุ่ม ทั้งองค์กรมีอิสระในการเรียนรู้ สร้างความรู้ที่หลากหลาย ร่วมกันแบ่งปันความรู้เพื่อเพิ่มพูนสมรรถนะและมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดความก้าวหน้าในการดำเนินกิจการไปสู่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง การที่จะทำให้หน่วยงานเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้ในส่วนราชการ นั้น ซึ่ง ความรู้นั้นมีหลายประเภทมีทั้งความรู้ที่มีอยู่ในตำรา และความรู้อีกประเภทหนึ่งก็คือ ความรู้ที่อยู่ในตัวของผู้ปฏิบัติงาน หรือที่เรียกว่า Tacit Knowledge ซึ่งถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Assets ) ที่มีส่วนสำคัญในโลกยุคปัจจุบันที่จะเป็นตัวนำพาองค์กรให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน ดังนั้น เราจะต้องเปลี่ยนความรู้ในตัวบุคคลให้กลายเป็นทุนทางปัญญาขององค์กร และมีการบริหารจัดการทุนทางปัญญาดังกล่าว เพื่อให้องค์กรมีกำไร และขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งในปัจจุบันนี้ทางหน่วยงานสาธารณสุขก็ได้เน้นการจัดการองค์ความรู้ที่มีในตัวบุคคลมาถ่ายทอดให้บุคคลรุ่นหลัง ๆ ได้เรียนรู้มากขึ้น โดยเฉพาะภูมิปัญญาไทยในกลุ่มแพทย์แผนไทย
โลกและสังคมอยู่ในท่ามกลางกระแสการแข่งขันอย่างรุนแรงองค์กรยุคใหม่จึงต้องมีการปรับตัวด้านบริหารจัดการทุกรูปแบบเพื่อความอยู่รอดและยืนหยัดได้ในธุรกิจโลก ดังนั้น สำหรับในส่วนราชการ แล้วจะต้องมีผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารองค์ความรู้ขององค์กร หรือ CKO ( Chief Knowledge Officer ) ที่จะเป็นผู้บริหารจัดการความรู้ภายในองค์กร และกระตุ้นให้คนในองค์กรสนใจในเรื่องความรู้ การจัดการความรู้ และส่งเสริมให้บุคลากรแสวงหาความรู้ใหม่ๆ ในการทำงานของตน และนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการปฏิบัติงานมาถ่ายทอดต่อให้กับองค์กร
ดังนั้น ปัจจัยที่จะช่วยให้การจัดการความรู้ในองค์กรประสบผลสำเร็จก็คือ ผู้บริหารขององค์กรจะต้องเข้าใจและให้การสนับสนุน พร้อมทั้งมีการกำหนดแนวคิดที่ชัดเจน และถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวไปยังบุคลากรในองค์กรด้วย
สำหรับในส่วนของการจัดองค์กรแห่งการเรียนรู้ในหน่วยงานสาธารณสุขของจังหวัดราชบุรี ได้มีการจัดการองค์กรแห่งการเรียนรู้ดังนี้
1. แหล่งความรู้ องค์กรได้มีการพัฒนาความรู้ใหม่ ๆ โดยมีการศึกษาวิจัยและคิดค้นการรักษาวิธีใหม่ๆ และประยุกต์ใช้ความรู้และถ่ายทอดความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคลนั้นนำมาปรับใช้ในการรักษาแบบแพทย์แผนไทย
2. การสัมมนาและฝึกอบรม และการศึกษาดูงาน เป็นการแก้ปัญหาการทำงานเป็นครั้งคราว
3. การส่งบุคคลากรไปศึกษาต่อเพิ่มเติม
4. มีการเผยแพร่ความรู้
5. มีทัวร์สุขภาพ
6. เน้นการให้ความสำคัญกับการเรียนรู้
7. เน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติ แลกเปลี่ยนกัน เรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม
8. มีการเรียนรู้ปฏิสัมพันธ์ผ่านสื่ออิเลกทรอนิกส์