สวัสดีค่ะคุณครูอ้อย
สิริพร กุ่ยกระโทก
เป็นบุญวาสนาของดิฉันเช่นกันค่ะ ที่ครูอ้อยจะมาช่วยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพราะฉะนั้นที่จะเป็นลูกศิษย์นั้น สงสัยจะไม่ได้ค่ะ เพราะอาจขอเป็นลูกศิษย์ครูอ้อยเหมือนกัน ; )
ดิฉันตามไปอ่านที่ครูอ้อยเขียนแล้วค่ะ ไม่รู้จะสรุปทั้งหมดได้อย่างไรเหมือนกันค่ะ ; ) เพราะดิฉันเป็นพวกปฏิบัติธรรมแบบความรู้ทางปริยัติธรรมน้อยมากค่ะ พยายามอ่านอยู่เหมือนกันค่ะ แต่พบว่าถ้ามัวจำ technical term ทำให้ท้อได้ค่ะ เพราะเยอะมากจริงๆ ส่วนใหญ่จะศึกษาโดยการอ่านและทำความเข้าใจในหลักการในขณะนั้น แล้วก็ไม่ท่อง เพราะจำได้ไม่หมด แต่ถ้าเรื่องไหนเข้าใจจริงๆ จะจำได้ เพราะเมื่อทดลองมาปฏิบัติแล้วเห็นว่าได้ตรงกันกับหนังสือหรือคำสอน ก็จะเข้าใจยิ่งขึ้น (แต่ก็ยังจำ technical term ไม่ได้อยู่ดีค่ะ)
ดิฉันปฏิบัติโดยใช้แนววิปัสสนากรรมฐาน แต่ทำในชีวิตประจำวันค่ะ ใช้มหาสติปัฏฐาน๔ เป็นหลัก เน้นการเป็น "ผู้ดู" ไม่เป็น "ผู้เป็น" ดังตัวอย่างในบันทึกเรื่องมาดูความโกรธกันเถอะ ค่ะ ตอนนี้ก็ยังปฏิบัติตามแนวนี้ไปเรื่อยๆ อยู่ ทำได้บ้าง หลุดบ้างค่ะ
ดิฉันยึดหลักว่าพยายามทำให้ง่ายๆ เข้าไว้และปฏิบัติได้ตลอดค่ะ เพราะธรรมควรจะเป็นอะไรที่เป็นธรรมชาติ บังคับไม่ได้ค่ะ
แล้วเรามา ลปรร กันต่อนะคะ มีคุณหมอสุพัฒน์ กับคุณธรรมาวุธ แล้วก็คุณฉัตรชัยที่มาช่วยกันต่อยอดเป็นประจำค่ะ
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ