หนังเรื่องนี้หนูก็ดูแล้วเหมือนกันค่ะ นังร้องไห้ตอนนางเอกตายนี่แหล่ะค่ะ เป็นหนังที่ไม่ใช่แค่หนังรัก แต่สอดแทรกข้อคิดอะไรไว้หลายๆอย่าง ทั้งเรื่องการใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่า เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะมีชีวิตได้ถึงเมื่อไหร่ ทำให้รู้จักคุณค่าของชีวิตว่าอยู่ที่ไหน และสิ่งใดที่สร้างความสุขให้กับเราที่แท้จริง
การดูหนังถือว่าเป็นกิจกรรมยาามว่างอีกอย่างหนึ่ง เพราะไม่ใช่แค่ดุเพื่อความบันเทิงใจเท่านั้น แต่ในหนังแต่ละเรื่องให้ข้อคิด คติ ที่แอบแฝงอยู่ต่างกันไป อยุ่ที่คนดูจะดึงออกมาได้หรือไม่ หนังบางเรื่องก็สร้างเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับคนดู บางเรื่องสอนให้คนรู้จักการใช้ชีวิตให้มีความสุข บางเรื่องก็ทำให้คนดูเข้าใจในสัจะรรมชีวิตมากขึ้น นั่นก็อยู่ที่เราเลือกดุ แต่หนูก็สามารถดูหนังได้ทุกแนวนะคะ เรื่องไหนที่ใครว่าไม่สนุกหนูก้ดู เพราะอย่างที่บอกว่าหนังทุกเรื่องก็มีข้อดีต่างกันไป แต่วิธีการถ่ายทอดอาจจะต่างกันออกไป เรื่องไหนถ่ายทอดให้น่าดู ดำเนินเรื่องดี คนดูก็มีเยอะ ดำเนินเรื่องไม่ดี คนดูก็น้อยตามกันไป
ในส่วนของการเลือกหนังหรือภาพยนต์ให้เหมาะกับผู้มารับบริการนั้นหนูคิดว่า อย่างแรกต้องดูวัย และจุดประสงค์ของผู้บำบัด อย่างเช่น หนังเรื่อง mars(ลุ้นรักนักบิด) เป็นหนังที่เก่าแล้วค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องโปรดหนูเลยค่ะ เหมาะกับวัยรุ่น ให้ข้อคิดหลายอย่างเลยค่ะ คือ อย่างแรกคนเราไม่มีใครสมบูรณ์พร้อมไปหมดทุกอย่าง ทุกคนต่างผ่านประสบการณ์ต่างๆนาๆมาไม่เท่ากันและไม่เหมือนกัน แต่เมื่อได้มาอยู่ร่วมกัน ต่างก็ต้องปรับตัวเข้าหากัน ยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น สองคือ จิตใต้สำนึกของคนเราไม่เหมือนกันทำให้ตัดสินใจทำอะไรลงไปไม่เหมือนกัน บางคนยอมรับในสิ่งที่ตนเองเป็นไม่ได้ แต่บางคนต้องยอมรับมันให้ได้และต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ดีในตัวเองเพื่อใช้ชีวิตอยู่ต่อไป การปิิดบังความรุ้สึกของตัวเองไว้ลึกเกินไปจนต้องสร้างตัวตนใหม่ของเราขึ้นมาบางครั้งก้กลายเป็นการทำลายตนเอง และสุดท้ายคือ การทำตามความฝัน ทำตามในสิ่งที่ตน เองชอบและสนใจนั่นคือตัวตนของเรา ในเรื่องนางเอกจะชอบวาดรูปมาก และทำได้ดี หากวันในที่ตนไม่มีมือ ไม่มีขา ตนเองก็จะใช้ปากคาบพู่กันแล้ววาดรูปต่อไป ส่วนพระเอกก็ชอบการแข่งขันมอร์เตอไซด์ เป็นต้น หนูอยากลองให้อ.หาเรื่องนี้มาดูนะคะ ไม่ใช่หนังรักโรแมนติค แต่ดูแล้วจะเข้าใจกันและกันมากขึ้น....