โรงพยาบาลอุบลรัตน์เป็นโรงพยาบาลตัวอย่างในการนำเรื่องระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาใช้ในการพัฒนางานโรงพยาบาล ตอนสมัยเรียน ดาวจำได้แม่นยำว่าอาจารย์เคยพาไปดูงานที่ รพ.อุบลรัตน์ ตอนนั้นประทับใจมากแล้วก็ยังประทับใจมาจนทุกวันนี้ รพ.อุบลรัตน์สามารถพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพให้เป็นรูปธรรม มีการใช้การแพทย์ทางเลือกเข้ามาช่วย เน้นให้คนในชุมชนสร้างเสริมสุขภาพอย่างแท้จริง
ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าในระยะยาว คงมุ่งเน้นให้บุคลากรสาธารณสุขหันมาส่งเสริมสุขภาพให้กับคนในชุมชน..."สร้างนำซ่อม" ซึ่งคงต้องขอเน้นว่าในระยะยาว เพราะปัจจุบันจะคงยังไม่เห็นผล ดาวเองมองว่าเป็นปัญหาที่ซับซ้อน และการจะพัฒนาให้ถึงจุดที่ชุมชนมีการสร้างเสริมสุขภาพ เช่นเดียวกับ รพ.อุบลรัตน์นั้น คงต้องขึ้นกับโครงสร้าง และวิถีชีวิตของคนในชุมชนด้วย
ปัญหาที่พบและทำให้ยากแก่การพัฒนา นอกจากที่ท่านหนานกล่าวมาแล้ว ดาวคิดว่าตัวบุคลากรเองก็มีความสำคัญ
ปัญหาที่พบ เช่น...
1. บุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์ที่อยู่ ที่ รพช.นั้น ส่วนมากไม่ใช่คนในพื้นที่ มารับตำแหน่งผู้อำนวยการไม่กี่ปีก็ย้าย หรือไม่ก็ไปเรียนต่อ การจะทำโครงการสร้างเสริมสุขภาพซึ่งเป็นโครงการระยะยาวนั้น ทำได้ยากลำบากและขาดความต่อเนื่อง
2. ต้องยอมรับว่าหลักสูตรแพทยศาสตร์ที่เรียน 6 ปีนั้น ไม่ได้เน้นย้ำเรื่องของการสร้างเสริมสุขภาพ ส่วนมากเป็นการสอนในเรื่องการซักประวัติ ตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค รวมทั้งแนวทางการรักษา ทำให้แพทย์บางส่วนไม่ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาพ
3. ระบบงานราชการที่ล่าช้า และผู้ใหญ่ (บางท่าน)ไม่ให้ความสำคัญกับโครงการทำให้งานขาดความต่อเนื่อง การรณรงค์เป็นครั้งคราวคงไม่สามารถสร้างความตระหนักให้กับคนในชุมชนได้
กฎหมายหลักประกันสุขภาพนั้น มีหลักการที่ดี แต่ผลที่ได้จะเป็นเช่นไรนั้น ขึ้นอยู่กับผู้นำไปปฏิบัติ แม้ว่ารัฐจะทุ่มเงินงบประมาณในการผลิตบุคลากรเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ แต่ก็ยังคงขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์อยู่ดี เพราะผลิตออกมาเท่าไหร่ ก็รั่วไหลออกนอกระบบเพราะผลตอบแทนแตกต่างกันมาก....เงินเดือนแพทย์ของรัฐบาลอยู่ในหลักหมืน ในขณะที่ไปรับงาน รพ.เอกชน อาจจะได้ในหลักแสน จะบอกว่าเป็นหมอต้องเสียสละเพื่อเส่วนรวม เห็นแก่ประโยชน์คนไข้ จะมีหมอสักกี่คนที่จะทำเช่นนั้น (แล้วถ้าถามคำถามนี้กับคนทั่วไปว่าจะอยู่กับอุดมการณ์ในชนบทรับเงินเดือนหลักหมื่น กับเดินทางเข้า กทม. ได้เงินเดือนเป็นแสน...เชื่อว่าส่วนมากคงจะเลือกข้อหลัง) นั่นเป็นเหตุผลว่าแพทย์กระจุกตัวอยู่ในส่วนกลางมากเกินพอ ในขณะที่ต่างจังหวัดยังขาดแคลนแพทย์
แม้ว่าจะมีกฎหมายหลักประกันสุขภาพ แต่ก็ยังคงมีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางสาธารณสุข สิทธิ์ประกันสุขภาพ สิทธิเบิกได้ สิทธิประกันสังคม...ยังคงมีการรักษาบางอย่างที่แตกต่างกัน ยาบางตัวที่ประกันสุขภาพไม่ครอบคลุม ผู้ป่วยตัองจ่ายเอง ดาวเคยเจอทั้งผู้ป่วยที่ไม่มีเงินแม้กระทั่งค่ารถมา รพ. และผู้ป่วยที่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลเป็นล้าน...ทุกคนล้วนไม่อยากป่วย แต่ถ้าป่วยแล้วก็ต้องการได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ยาที่ดีที่สุด แต่มันจะเป็นไปได้หรือกับทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด มันเป็นความท้าทายที่ต้องบริหารงบประมาณที่มีให้ดีที่สุด (ควรเพิ่มหลักสูตรการบริหารงบประมาณ รพ. ให้กับแพทย์)
ดาวอาจจะคิดในแง่ร้ายว่าระบบหลักประกันสุขภาพทำให้คนใส่ใจสุขภาพน้อยลง (ซึ่งก็เป็นเพียงบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด) เป็นการพิ่ม work load ให้กับบุคลากร ความจริงในระยะแรกก็เป็นเช่นนั้น เพราะระบบนี้ทำให้คนมารับบริการเร็วขึ้น ไม่ต้องรอให้ป่วยหนักก็มาโรงพยาบาล แต่ในระยะยาวหากระบบนี้สามารถพัฒนาไปถึงจุดที่เน้นการสร้างเสริมสุขภาพได้ งานของบุคลากรทางสาธารณสุขจะน้อยลงมาก คงจะดีไม่น้อยหากคนไทยมีสุขภาพแข็งแรงถ้วนหน้าตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ^v^
ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นส่วนตัว...อาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะดาวเองยอมรับว่าประสบการณ์ยังน้อย (แถมรอยหยักในสมองน้อยด้วย) ยังไม่แตกฉานลึกซึ้ง คงต้องศึกษาเพิ่มเติมหาประสบการณ์อีกมาก การได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับกัลยาณมิตรนับเป็นการเพิ่มรอยหยักในสมองน้อยๆ อิอิ
ขอบคุณมากนะคะ...แล้วจะแวะมาแลกเปลี่ยนใหม่