คติความเชื่อเรื่องปะต็วล เริ่มจากตำนานพี่น้องสองคนเป็นชายทั้งคู่ ชื่อว่าเจและยอง กำพร้าบิดามารดา ได้รับอุปการะจากเศรษฐีผู้หนึ่ง ซึ่งมีลูกสาวคนเดียว ทั้งเจและยอง เป็นคนขยันขันแข็งเป็นที่โปรดปรานของเศรษฐีเป็นอันมาก ครั้นโตขึ้นเป็นหนุ่ม ทั้งคู่ต่างก็รักผู้หญิงคนเดียวกัน คือลูกสาวเศรษฐีนั่นเอง เศรษฐีก็รู้สึกลำบากใจตัดสินใจไม่ได้ ว่าควรจะยกลูกสาวให้เจหรือยอง จึงคิดกลวิธีแข่งขัน เพื่อทดสอบความดี ของสองหนุ่ม โดยใช้ให้ไปหาน้ำผึ้งมา ฝ่ายเจซึ่งเป็นผู้กล้าหาญกว่าก็ปีนต้นไม้สูงใหญ่โดยใช้ลิ่มตอกเป็นขั้นบันไดขึ้นไปถึงยอดไม้ ส่วนยองซึ่งรออยู่ข้างล่าง ต้องการแต่งงานจึงดึงตอก (ลิ่ม) ออกหมดทำให้เจลงมาไม่ได้ ครั้นเจหย่อนรังผึ้งมาให้ ยองก็วิ่งนำไปมอบให้เศรษฐีและเตรียมตัวเข้าพิธีแต่งงานทันที ฝ่ายเจซึ่งติดอยู่บนต้นไม้ก็ได้แต่ภาวนา ขอให้ตนไปถึงงานแต่งงานภายในกำหนดเวลา (คือวันรุ่งขึ้น) ซึ่งในคืนวันนั้นก็มีหมีตัวใหญ่ ขึ้นมาบนต้นไม้ เจจึงร้องขอให้พาตนลงจากต้นไม้เพื่อแลกกับรังผึ้งที่ตนหาได้ ทำให้ตนสามารถลงมาจากต้นไม้ได้สำเร็จ เพราะความช่วยเหลือของหมีตัวนั้น ซึ่งเป็นเวลาใกล้รุ่งพอดี จากนั้น เจก็วิ่งอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันเวลา ระหว่างทางก็พบเทวดาซึ่งแปลงกายลงมาเป็นคนขับเกวียนมายืนขวางทางไว้ และถามเจว่า มีเหตุด่วนอันใดหรือจึงต้องเร่งรีบเช่นนี้ เจก็บอกว่าตนจำต้องรีบไปให้ทันงานแต่งงาน มิเช่นนั้นเจ้าสาวจะตกเป็นของคนอื่น เทวดาได้ยินดังนั้นจึงบอกว่า “การแต่งงานจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีสิ่งนี้” “สิ่งนี้” ที่เทวดาแสดงให้เห็นคือปะต็วล ซึ่งเทวดามอบให้เจ เมื่อเป็นดังนี้เจก็ถือปะต็วลวิ่งไปถึงปะรำพิธี และผูกติดไว้ที่เสากลางของปะรำพิธีและได้รับยกย่องเป็นเจ้าบ่าวแทนยองทันที ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปะต็วลจะมีความสำคัญยิ่งสำหรับการแต่งงาน หรือ งานมงคลต่าง ๆ ของชาวไทยเขมร