กราบเรียนพระอาจารย์มหาแล อาสโย  และพระอาจารย์สมบัติ เขมวีโร     

ที่เคารพครับ

  • กราบขอบพระคุณท่านพระอาจารย์ทั้งสองที่กรุณาเข้ามาเยี่ยมชมและให้กำลังใจในกิจกรรมค่ายอบรมที่ผ่านมา(การบันทึกผลของการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการการเรียนรู้คนหลายวัยแต่หัวใจเดียวกัน...)แผนกิจกรรมของชุมชนครับ
  • “..ทีมงามวัดพรหมพิราม จัดว่าเป็นน้องใหม่ในโกทูโน แต่ดูหน่วยก้านแล้ว ฝีมือขั้นเทพเลยนะเนี่ย …”แหม...กระผม ต้องขอบอกว่า “มือใหม่หัดขับเหมือนกัน” แต่จะทำอย่างไรหนอ ถึงจะได้โกอินเตอร์เสมือนเวทีคนหนองบัวกะเขาบ้าง….
  • กระบวนการเรียนรู้ของคนหลายวัย...” (เวทีผู้เฒ่าผู้แก่เป็นการถ่ายทอดเรียนรู้ภูมิปัญญาในชุมชนจากรุ่นสู่รุ่น) ต้องขอบพระคุณท่านมหาแลที่กรุณาให้แนวคิดและคำสำคั  เพราะฉะนั้นการที่เรา(ได้เรียนรู้ชุมชน  จากคนในท้องถิ่นของเรา และ/หรือ คนในพื้นที่ คนในชุมชน ซึ่งในสังคมของเรา มีผู้รู้แบบปฏิบัติจริง ปฏิบัติได้ อย่างนี้มีอยู่มากมาย มีทุกชุมชน)  มีอยู่จริง ( ความรู้ ภูมิรู้ ภูมิปัญญา ถ่ายทอดออกมาให้ลูกหลานได้เรียนรู้ ซึมซับ ซึ่งประสบการณ์แต่ละอย่างล้วนมีประโยชน์ มีคุณค่า) มากมายจริงๆ จากเวทีท่ามะเฟืองกระผมก็ได้รับ “บทเรียนที่ดี” (Best Practice) ก็ถือว่าได้ทำหน้าที่  หรือเป็นคนจุดประกายปรากฏการณ์(Catalyst)
  • การเรียนรู้/กระบวนการเรียนรู้นี้ท่านหลวงพ่อเล็ก(พระครูโฆสิตธรรมสุนทร) พ่อแม่ครูบาอาจารย์ของกระผมและของศิษยานุศิษย์อีกหลายๆ คน/ท่าน  หลวงพ่อสอนหลักการทำงานร่วมกับชุมชนว่า....

  

ป้ายนี้เขียนและติดตั้งอยู่หน้าศาลาประชาคม ณ ศูนย์พัฒนาคุณธรรมประจำจังหวัดพิษณุโลก วัดสวนร่มบารมี ตำบลวงฆ้อง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก โดยพระอธิการสุรทิน  ญาณสุโภ (พระครูโฆษิตธรรมสุนทร) เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2547

  • ถามว่าเราจะทำอย่างไร วิธีการใดนั้น กระผมเห็นว่าในการที่จะเดินหน้ากันต่อไปเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้  สร้างองค์ความรู้ในชุมชนนั้นๆ  จะพึ่งพาอาศัยหน่วยงานภาครัฐ/ภาคเอกชน/และรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียวในการผลักดันโครงการ/กิจกรรม  คงจะไม่ทันการณ์กระมังครับ  เห็นโอกาสเป็นอีกหนึ่งทางเลือกก็คือการใช้ทุนทางสังคม เปิดพื้นที่ที่สร้างสรรค์ในการเรียนรู้ เสริมสร้างความรอบรู้ (ปัญญา) ให้แก่คนในสังคมและชุมชนได้  สร้างมูลค่าเพิ่มทางสังคมพัฒนาทรัพยากรบุคคล(คนเฒ่าคนแก่)ให้มีคุณภาพ  และใช้พื้นที่ศาสนสถานส่งเสริมให้สมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วมทำกิจกรรมจากองค์ความรู้
  • กระบวนการเรียนรู้/เวทีแห่งการเรียนรู้นี้  เกิดขึ้นได้  โดยการใช้ทุนทางสังคมที่มีอยู่ในสังคมมากมาย จักก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด  และมีความคุ้มค่า  ต่อศาสนสถาน ศาสนบุคคล ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน  ทรัพยากรบุคคล(คนเฒ่าคนแก่)ที่มีศักยภาพในชุมชน  ภูมิปัญญาไทย  มรดกทางวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า  เช่น  ดนตรีไทย  หัตถกรรมไทย  ผ้าไหมไทย  รำไทย  อาหารไทย  ศิลปกรรมไทย  สถาปัตยกรรมไทย  และแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่เป็นมรดกโลก  สิ่งเหล่านี้  เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่มีการถ่ายทอดจากบรรพชนสู่สังคมยุคปัจจุบัน(การถ่ายทอดภูมิปัญญาชุมชนจากรุ่นสู่รุ่น)  ที่คนในชุมชนควรจะร่วมกันสืบสานให้ดำรงอยู่คู่ชาติไทย  โดยมารวมตัวกัน  ร่วมคิด  ร่วมทำ  บนพื้นฐานของวัฒนธรรมที่ดีงามของสังคมไทย  บนความไว้เนื้อเชื่อใจ  ความเอื้ออาทรต่อกัน  ความผูกพันการพึ่งพาอาศัยซึ้งกันและกัน  จนเกิดเป็นพลังชุมชน  ที่จะร่วมกันพัฒนาชุมชนจากทุนทางสังคมเหล่านี้  ให้เข้มแข็งและมีความสงบสุข  ร่มเย็น  โดยมีศาสนสถานเป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมของชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนตลอดไป
  • ขอบพระคุณท่านพระอาจารย์ทั้งสองมากครับ  การใช้สื่อแบบนี้แลกเปลี่ยนเรี่ยนรู้ก็ดีนะครับ...