เห็นด้วยกับทั้งสองท่านครับ แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมภาครัฐโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการให้การตอบรับกิจกรรมนี้อย่างออกหน้าออกตาจนเกินควร
กิจกรรมกวดวิชาและติวเตอร์ผมไม่ถือว่าเป็นระบบนะครับเพราะมันขาดองค์ประกอบมากมายหลายอย่าง แต่มันเป็นปรากฏการณ์(Phenomenon) ซึ่งก็แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นปกติทั่วไป กิจกรรมกวดวิชาจึงไม่สามารถรับประกัน หรือยืนยัน(Assure) ได้ว่าจะผู้รับบริการจะประสบความสำเร็จทุกคน
สิ่งที่น่าวิตกที่สุดก็คือผู้บริหารการศึกษาระดับของบ้านเรา โดยจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามแต่ก็ได้กำหนดกฎเกณฑ์และกติกาต่างๆในการรับรองคุณภาพผู้เรียน การกำหนดเกณฑ์ในการเข้าเรียนต่อสถาบันอุดมศึกษาล้วนแต่เป็นการส่งเสริมกิจกรรมเหล่านี้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการประเมินคุณภาพมาตรฐานของ สมศ. การวัดและประเมินผลโดย สทศ. การกำหนดวิธีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของ ทปอ. (หรือ สทอ.) ซึ่งหากเราดูเพียงหลักการนโยบายอย่างผิวเผินโดยไม่ได้เข้ามาวิเคราะห์ผลกระทบของการดำเนินงานเหล่านี้ก็คงไม่มีใครทราบ
อาจจะไม่มีตัวชี้วัดอะไรที่ชัดเจน แต่ถ้าเราให้ความสนใจเราจะเห็นว่าวันนี้ธุรกิจประเภทเครื่องดื่มบำรุงสมอง(ไม่ใช่เครื่องดื่มบำรุงกำลังนะครับ) และแม้แต่ธุรกิจบะหมี่สำเร็จรูปยังเข้ามาแข่งขันกันจัดกิจกรรมกวดวิชากันอย่างดุเดือด มีนักเรียนระดับมัธยมฯเข้าร่วมจนไม่มีที่จะนั่ง ที่สำคัญภาครัฐก็ให้การตอบรับอย่างออกหน้าออกตา หากมองกันอย่างผิวเผินก็อาจจะเข้าใจว่าเด็กๆมีความกระตือรือร้นในการเรียน แต่สิ่งที่เรามองข้ามไปคือมุมสะท้อนจากครูผู้สอนที่มองว่าเด็กให้ความสำคัญกับการติวมากกว่าการเรียนในห้องเรียน แม้ว่าเด็กบางคนจะเชื่อมั่นในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในห้องเรียนของครู แต่เมื่อเพื่อนๆพากันไปร่วมกิจกรรมกับติวเตอร์ก็จะขาดความมั่นใจในตนเองและต้องเข้าร่วมไปด้วยโดยอัตโนมัติ และเมื่อกิจกรรมเหล่านี้เคลื่อนตัวไปอย่างเป็นพลวัตรในที่สุดเด็กๆก็จะมีความคิดว่าไม่ติวไม่ได้ ถ้าไม่ติวจะไม่รู้ในขณะที่คนอื่นรู้ และเมื่อกิจกรรมเหล่านี้มีผู้เข้าร่วมมากขึ้น มีเสียงดังขึ้นเราจะแน่ใจอย่างไรว่าแนวโน้มของการออกข้อสอบต่างๆจะไม่จะไม่เอนเอียงเข้ามาอยู่ในกรอบของขบวนการเหล่านี้
ผมไม่แน่ใจว่าในยุคนี้ อุปทานมันจะสามารถสร้างอุปสงค์ได้ แต่ก็ไม่รู้จะเรียกปรากฏการณ์แบบนี้ว่าอย่างไรดี
อีกอย่าง ปรากฏการณ์นี้ได้ทำให้ประเทศของเราแบ่งผู้เรียนในระบบเป็นสองประเภทคือกลุ่มที่เข้าถึงโอกาส..
..และกลุ่มที่ขาดโอกาสตลอดกาลครับ
มองอนาคตเด็กบ้านเราในอีกสิบยี่สิบปีข้างหน้าไม่ออกจริงๆ !