หนังสือทิศทางใหม่แห่งความร่ำรวย (The Next Big Investment Boom)

ผู้เขียน มาร์ค ชิพแมน ผู้แปล สมพงษ์ สุวรรณจิตกุล หน้า 53-70

บทที่ 4 การอำนวยเงินต่อแผนการลงทุนของคุณ

ความตระหนักในเรื่องความเสี่ยง

ความเสี่ยงนับว่าเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจแก่ชีวิตคุณว่าคุณเลือกที่จะใช้ชีวิตของการเป็นนักลงทุนโดยที่คุณต้องการนำรายได้ส่วนหนึ่งที่คุณหามาได้ด้วยความลำบากมาใช้ในแผนการลงทุนของคุณ เพราะหลักใหญ่ของหนังสือเล่มนี้ คือการแนะนำให้คุณเลือกลงทุนในตลาดโภคภัณฑ์ ซึ่งผมคิดว่าจะเป็นทิศทางใหม่ของการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนแก่คุณอย่างงดงาม กล่าวโดยสรุปมนุษย์เรามักจะตระหนักในเรื่องความเสี่ยงว่าเป็นเรื่องที่เราสามารถใช้เหตุผลจัดการได้ ผมคิดว่าคนเราคิดว่าเรารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่น่าเสี่ยงหรือสิ่งที่ไม่ควรเข้าไปเสี่ยง...

พันธะต่อการเงิน

นักลงทุนผู้สำเร็จจะต้องรู้จักการวางแผนการเงิน และจะต้องมีเงินทุนพอที่จะไปใช้ในการจับจ่ายต่อแผนการลงทุนให้กับตนเองโดยเฉพาะเมื่อคุณได้มองเห็นโอกาสทองอยู่ข้างหน้าคุณ ถึงตอนนั้นคุณก็ควรที่จะมีเงินทุนเพียงพอต่อแผนการลงทุนของคุณให้เหมาะสม ถ้าคุณมีเงินทุนอย่างเพียงพอและเห็นโอกาสในการลงทุนเกิดขึ้น คุณย่อมได้รับประโยชน์ต่อการลงทุนอันนี้อย่างงดงามในอนาคตการลงทุนของคุณ เพราะว่าผลตอบแทนที่งดงามมักจจะมาจากจำนวนเงินที่คุณลงทุนไปและเวลาที่ปล่อยให้ผลตอบแทนค่อยๆแบ่งบานออกมาเป็นดอกเป็นผล คุณก็จะได้รับผลตอบแทนที่งดงามมากทีเดียว

วางแผนต่อพันธกิจของคุณให้ไปตลอดรอดฝั่ง

เรื่องที่นักลงทุนควรจะทำ คือการมีความอดทนอย่างสูงในการรอที่จะให้เงินลงทุนนั้น เริ่มทำงานให้กับคุณแน่นอน มันจะมีช่วงจังหวะในการลงทุนของคุณที่สภาพตลาดไม่มีโอกาสอะไรเลยคือหยุดนิ่งอยู่กับที่ และนี่แหละคือเวลาที่คุณจะถูกทดสอบว่าพันธกิจในการเงินของคุณนั้นเป็นอย่างไร เพราะถ้าคุณไปกู้ยืมเงินมาทำการลงทุน แล้วคุณต้องจ่ายทั้งต้นและดอกเบี้ยแต่ละเดือนให้กับสถาบันการเงินที่คุณได้ทำการกู้ไป โดยที่เงินลงทุนของคุณไม่มีผลตอบแทนนั้นกลับมาเลย ก็เท่ากับว่าคุณกำลังสร้างแรงกดดันให้ตัวคุณเองอย่างสูง เงินลงทุนของคุณน่าจะได้รับการดูแลอย่างเดียวกับเงินกองทุนเกษียณของคุณ คือปล่อยให้ระยะเวลาดูแลตัวมันเองเมื่อเวลามาถึง และแม้ว่าคุณอาจจะถอนเงินลงทุนของคุณได้ แต่ผมแนะนำว่าคุณน่าจะปล่อยมันไว้เช่นเดียวกับเวลาคุณดูแลเงินกองทุนเกษียณของคุณ

วิธีการปฏิบัติที่รวดเร็วต่อการลงทุน

สำหรับผมผมชอบวิธีในการจัดสรรปันส่วนสินทรัพย์ที่แตกต่างกันออกไปบ้างเล็กน้อย อย่างแรกคือผมจะลงทุนในสินทรัพย์ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นจนกระทั่งดูแล้วว่าการทะยานขึ้นของสินทรัพย์ที่ผมลงทุนไปนั้นมีแววจะเป็นขาลง โดยที่การลงทุนในสินทรัพย์ขาขึ้นของผมนั้นเป็นได้ทั้งในสินทรัพย์ของพันธบัตรในภาคอสังหาริมทรัพย์ และในตลาดโภคภัณฑ์ ซึ่งผมไม่แยกแยะแลยตราบใดที่มันอยู้ในแนวโน้มที่กำลังขึ้นผมถึงได้ให้ศึกษาแนวโน้มการเคลื่อนไหวของตลาดว่าอยุ่ในแนวโน้มใด และมันเริ่มส่งสัญญาณหรือไม่เราควรเริ่มออกจาการซื้อขายในตลาดจังหวะใดจังหวะหนึ่ง กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือการศึกษาแนวโน้มทำให้เรารู้ว่าเราควรทำการซื้อขายเวลาใด ฯ ที่ใด คือจับจังหวะให้ถูกต้องนั้นเอง นี่คือยุทธศาสตร์ที่ผมถือไว้คือให้ติดตามแนวโน้มของการเคลื่อนไหวของหลักทรัพย์ที่ถืออยู่เท่านั้น และรอสัญญาณในการเข้าไปทำการซื้อขาย เพื่อสร้างกำไรให้ตัวคุณเอง

การยืมเพื่อใช้ในการอำนวยทุน

มีความเป็นไปได้ในการที่จะเพิ่มผลตอบแทนของคุณแบบทบต้นแม้ว่าคุณอาจจะต้องทำการกู้ยืมมาทำการลงทุนถ้าการทบต้นของผลตอบแทนเป็นจักรกลในการที่จะทำให้คุณได้รับผลตอบแทนอย่างน่าพอใจอย่างมากแล้วการกู้ยืมเพื่อใช้ในการอำนวยทุน นับเป็นตัวหมุนความเร็วของอัตราผลตอบแทนให้ยิ่งเร็วมากขึ้นไปอีก ทว่าการกู้ยืมเพื่อใช้ในการอำนวยทุนย่อมมีความเสี่ยงอยู่ด้วยเสมอ

คำเตือนเรื่งการลงทุน : การกู้เงินเพื่อมาทำการลงทุนดังกล่าวอาจจะสร้างผลเสียหายต่อแผนการลงทุนของคุณได้

ยุทธศาสตร์ว่าด้วยการศึกษาแนวโน้มของการเคลื่อนไหวของตลาด สามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์เวลาทำการลงทุนแบบกู้ยืมเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนได้ดีมาก แต่ก็อย่าลืมว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางครั้งบางคราวที่การกู้ยืมเงินเกินกำลังหรือเกินสัดส่วนที่ควรเป็น ก็กลายเป็นความเสียหายต่อนักลงทุนผู้นั้นเช่นกัน คุณจะต้องตระหนักไว้เสมอว่าเงินทุนขงคุณเทียบกับเงินที่คุณยืมนั้นมีส่วนสอดคล้องกันหรือไม่ ผมจึงขอแนะนำว่าถ้าคุณต้องการทำการกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุนนั้น ผมเสนอว่าเงินที่คุณกู้ยืมไม่ควรสูงเกินสองเท่าจากเงินในกระเป๋าของคุณ คือสัดส่วนเงินขงคุณต่อเงินยืมจะต้องอยู่ที่สองต่อหนึ่งจึงจะเหมาะสมมาก....

นางสาว สุพรรณิการ์ กันภัย

รหัส 51127312031

โปรแกรมบริหารธุรกิจ เอกการเงินการธนาคาร