การที่คนเมืองไม่พูดเมืองเป็นการสะท้อนถึงวัฒนธรรมไทยหลักเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันของสังคมภาคเหนือมากขึ้นไม่ว่าจะสื่อทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ การติดต่อค้าขายกับจังหวัดกรุงเทพ นักการเมือง พระ หรือชนชั้นนำด้านต่างๆรวมถึงระบบราชการ ไม่ได้ใช้ภาษาเมืองเป็นปลัก และได้บัญญัติไว้เเล้วว่า ภาษาไทยกลางเป็นภาษาราชการไทย รองลงมาคือ ภาษาอังกฤษ เราก็ใช้ติดต่อสื่อสารกันอยู่เเล้วเพื่อให้เกิดความเข้าใจผ่านตัวภาษา การแสดงอัตลักษณ์ของคนเมืองที่น้อยลงนั้น ไม่ได้เเปลว่าคำเมืองจะหายไป แต่มันมีการเลื่อนไหล ผสมผสานกัน ระหว่างคำเมืองกับคำไทยกลางหลายคำ สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมด้านภาษา ซึ่งมันสอดคล้องกับวิถีชีวิตประจำวันที่คนเมืองที่เป็นคนล้านนาหรือไม่ก็ตามได้มี วิถีชีวิตในรูปแบบของการกลายเป็นเมือง คือ เมือง ไม่ใช่ชนบท ซึ่งมีลักษณะเเตกต่างกัน เมืองจะมีการวางท่า ใช้ภาษากลางเป็นหลัก ส่วนชนบท ไม่มีการวางท่า จะพูดจะคิดอะไรก็พูดตามนั้น ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาเมืองล้วนๆ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะย้อนถามว่า จะทำอย่างไรให้คนเมืองพูดเมืองตลอดเวลา ก็คงจะบังคับใครไม่ได้ คงได้รณรงค์ ให้ความรู้ว่า การมีวัฒนธรรมการใช้ภาษาไทยนั้นมันดีอย่างไร คือการจะหาเเนวทางของระบบการเมืองท้องถิ่น หรือชุมชน เป็นผุ้มีส่วนร่วม หรือ ทั้งสังคมภาคเหนือ เพราะเหตุว่าเราไม่ได้อยู่ในสังคมคนเดียว ไม่ได้อยู่เฉพาะชุมชนใดชุมชนหนึ่ง ไม่ได้ปิดเมือง ไม่ได้ปิดประเทศ ความแตกต่างหลากหลายจึงเกิดขึ้น ความเป็นคนเมืองนั้น เราสามารถสร้างใหม่ได้เลื่อยๆ เพื่อให้ตอบสนองต่อความดีงามของคนพื้นถิ่น....