เรียน อาจารย์ภาวิณีที่เคารพ

หลังจากได้อ่านบทความเรื่องนี้ทำให้ความคิดเกี่ยวกับผู้เชี่ยวชาญกระจ่างขึ้น จึงขอเรียบเรียงความรู้ที่ได้รับ ดังนี้

๑. การทำงานวิจัยใด ๆ หากใช้หลักการประเมินเข้าไปจับ ด้านความเป็นประโยชน์ เป็นไปได้ เหมาะสม ถูกต้อง และตรงตามกรอบเวลา จะเป็นเงื่อนไขพื้นฐานในการคิดหัวข้อวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความเป็นประโยชน์จะแสดงออกถึงคุณค่าของความรู้ที่ได้จากงานวิจัยหากทำสำเร็จ

๒. การเก็บข้อมูลวิจัย เมื่อมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูล เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อตอบคำถามวิจัย มักต้องมีการใช้เครื่องมือที่เหมาะสมต่อธรรมชาติของข้อมูลนั้น ๆ โดยเครื่องมือที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นหรือพัฒนาขึ้นย่อมต้องผ่านการตรวจสอบ ติ ชม จากผู้เชี่ยวชาญ อันจะทำให้ความรู้ของผู้วิจัยต่อเรื่องที่ทำการศึกษาสูงขึ้นหากผู้วิจัยยังอ่อนประสบการณ์ หรืออาจทำให้ความรู้ที่คลาดเคลื่อนหายไปหากผู้วิจัยมีความรู้ในเรื่องนั้นดีแล้ว ดังนั้น การตรวจสอบเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ ย่อมเปรียบได้กับการเรียนรู้โดยใช้เหตุผลจากประสบการณ์ที่กลั่นกรองมาแล้วเป็นอย่างดีของผู้เชี่ยวชาญผ่านลงมายังนักวิจัย ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการออกแบบการทำวิจัย โดยผู้เชี่ยวชาญจะประเมินในด้านต่าง ๆ ได้ ดังนี้

๒.๑ ความสอดคล้อง ต่อจุดประสงค์และคำถามการวิจัย

๒.๒ ความเป็นไปได้ ต่อการได้มาซึ่งข้อมูลจากการนำเครื่องมือนั้นไปใช้

๒.๓ ความเหมาะสม ต่อธรรมชาติของข้อมูล ต่อสถานที่ เวลา โอกาส และผู้ถูกวิจัย

๒.๔ ความถูกต้องตามทฤษฎี อันเป็นพื้นฐานของการสร้างเครื่องมือนั้น ๆ หรือทฤษฎีอันเป็นพื้นฐานต่อการวิจัยครั้งนั้น

จึงหมายความว่าผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงควรเป็นผู้ที่มีความรู้สูงในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยก็ได้หากมีขอบเขตการวิจัยที่กว้างมาก ซึ่งสามารถชดเชยด้วยการเพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน

แต่มีข้อสงสัยครับอาจารย์ไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกไหม

ยกตัวอย่างนะครับ ถ้าผมทำงานวิจัยหัวข้อ "การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับการเพิ่มขวัญและกำลังใจของข้าราชการ โดยวิธีวิเคราะห์อภิมาน" เครื่องมือที่ผมทำขึ้นก็ต้องเป็นแบบบันทึกคุณลักษณะงานวิจัย และแบบประเมินคุณภาพงานวิจัย ผู้เชี่ยวชาญที่ผมจะต้องตามหาน่าจะเป็นดังนี้

๑. ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์อภิมาน

๒. ผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพงานวิจัย

๓. ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับงานด้านขวัญและกำลังใจ

ซึ่งแต่ละท่านย่อมมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน ดังนั้น ควรแยกวิเคราะห์ IOC เป็นรายด้านหรือไม่ ?

หากต้องแยกวิเคราะห์ หากผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งเห็นต่่างไปจากอีก 2 ด้าน เป็นอย่างมาก จะต้องปรับแก้แล้วตรวจซ้ำจนกว่าจะเห็นตรงกันหรือไม่ ?

ขอคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้อาจารย์แข็งแรง ให้ความรู้ และถ่ายทอดประสบการณ์อันมีค่าให้กับพวกเราไปนาน ๆ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

เอกสิทธิ์ ปิยะแสงทอง