วงสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
1. สรุปกลุ่มรพ.สต.
1.การสร้างความสัมพันธ์กับคนใน รพ.สต.
-สังเกต บันทึก การทำงานของคนใน รพ.สต.
-ร่วมงาน/ตามไปเยี่ยมบ้านกับจนท.อื่น ค่อยผนวกงานทันตฯเข้าไป
-ช่วยคนอื่นก่อนแล้วเขาจะช่วยเรา
-ทำให้พี่เขาเห็นว่าเราทำได้
-งานใน สอ. เราต้องช่วยกันทำงานแบบสหวิชาชีพ บูรณาการงานไปกับการสร้างเสริมสุขภาพ
ทั่วไป เช่น เบาหวาน
2.สร้างความสัมพันธ์กับคนในชุมชน
-เราไม่ได้อยู่ประจำ ทำความรู้จัก สร้างความคุ้นเคยผ่านคนในชุมชน แม่ค้า อสม. ผดด.
-การไปเยี่ยมบ้าน พูดจาทักทาย คุยเรื่องอื่นๆในชีวิต
-ปรับเวลาให้เข้ากับชุมชน เช่น ช่วงการทำนา เก็บหน่อไม้ กรีดยาง
3. การทำประชาคมกับชุมชน
-เวทีที่ประชาชนเสนออยากให้เราทำอะไร เช่น การจัดทำแบบฟอร์มการแปรงฟันโดย
ผู้ปกครอง เพิ่มการติดตามงาน
-นำสิ่งที่ประชาชนสนใจ/อยากได้ เสนอก่อน เช่น ออกเสียงตามสาย พูดเรื่องจัดฟันแฟชั่น
4.การส่งเสริมสุขภาพในชุมชน
-จัดกลุ่มโสเหล่ในหญิงตั้งครรภ์ แม่ที่เลี้ยงลูกเล็ก
-พัฒนาโครงการสร้างเสริมทันตสุขภาพเด็กเล็กโดยผู้สูงอายุ
-กิจกรรมเสริมแรงในศพด. เช่น ดาวดำ ดาวแดง การคัดแยกอาหารขยะ ตะกร้าอาหารขยะ
ตะกร้าอาหารดี รวมดาวแดง ให้รางวัลรายเดือน ทำสติ๊กเกอร์ให้ผู้ปกครองในสมุดบันทึก
การแปรงฟัน
-ประชุมผดด. โดยการพัฒนาศักยภาพผดด. ด้วยการเสริมแรง
-เสวนากลุ่มผู้สูงอายุ
-การสร้างเครือข่ายการทำงาน พยาบาลวิชาชีพ (ตรวจฟัน่ให้เราได้ แจกแปรง WBC
ให้สุขศึกษา) นวก.สธ. เครือข่ายในชุมชน ควรจะให้คนอื่นมาช่วย
2. สรุปกลุ่ม SRM
รพ.สต.เชียงพิณ จ.อุดรธานี
1.สิ่งที่ได้ดำเนินการ :
-ประชุมทีม ทบทวน ทำความเข้าใจ วางแผน นำเสนอแผนให้จังหวัดอนุมัติ
-รพ.สต.เชียงพิณ อ.เพ็ญ ประชุมทีมรพ.สต. ชี้แจงงานของเราให้เค้ามาช่วยงาน กำหนดแผนประชุม
ภาคีเครือข่าย ได้แก่ สอบต. ผญบ. ผดด. ผปค.(เลือกจากศพด.ที่มีปัญหาเด็กฟันผุมากที่สุด) อสม.
แกนนำผู้สูงอายุ ให้ภาคีเครือข่ายร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา ส่วนใหญ่อาศัยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ
ทันตฯ ดำเนินการ โดยก่อนประชุมได้มีการวิเคราะห์ สำรวจสภาพปัญหาเด็กในศพด. เสนอให้
แกนนำรับทราบ (ศพด.มีเด็กกี่คน มีฟันผุกี่คน)
-รู้สึกดี เพราะแกนนำที่มาร่วมประชุม แสดงความคิดเห็นอย่างมีส่วนร่วม
-ทำตามกระบวนการ ระดมความคิด วิเคราะห์บริบท 4 มุมมอง ทำ AIC แสดงความคิดเห็น
กำหนดจุดหมายปลายทาง ทำ SRM SLM จนถึงตาราง 11 ช่อง ใช้เวลา 2 วัน
-ได้ 5 โครงการ ได้แก่
1) อบรมผู้นำนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 ให้ดูแลน้องและสอนผู้ปกครองได้ รณรงค์ประกวดฟันสวย
เรียงความ ให้ความรู้ทางเสียงตามสาย
2) อบรมผู้ปกครองในศพด.
3) พัฒนา อสม. ให้ดูแลเด็ก 0-5 ปี
4) เฝ้าระวังทางทันตสุขภาพในชุมชน
5) แม่ลูกฟันสวย
2.สิ่งที่จะทำต่อ
-สานต่อตามแผน
-ทำโครงการรองรับแผนปฏิบัติ
-เจ้าหน้าที่ทันตฯ รู้สึกดี เพราะได้โครงการมาจากการแสดงความคิดเห็นของทุกคน และเมื่อเรา
นำเสนอโครงการเข้ากองทุนตำบล ก็จะได้รับการตอนสนองที่ดี
รพ.สต.คอกช้าง
-ทำได้ 20% ลงใน 1 หมู่บ้านจาก 13 หมู่บ้าน
-เลือกหมู่บ้านที่คิดว่าจะเป็น model ได้ แล้วค่อยให้หมู่อื่นมาดูงาน
-เลือกหมู่บ้านที่อยู่ใกล้รพ.สต. ทีม อสม.เข้มแข็ง
-ดำเนินการโดย
1) สำรวจชุมชน
2) นัดกลุ่มผู้นำ ผู้ทรงคุณวุฒิ มาสนทนากัน
3) เก็บข้อมูลอีกรอบ
4) นัดผดด. ผปค. เสวนากลุ่มเล็กๆ
5) เข้าไปตรวจฟันเด็ก
6) นัดตัวแทนผปค. อสม. อบต. คืนข้อมูลให้เค้ารู้
7) ทำ Mind map วิเคราะห์บริบท จุดหมายปลายทาง ทำวันละ 2 ชม. ทยอยไปเรื่อยๆ
สอ.เชียงแหว จ.อุดร
-ได้แผนงานโครงการแล้ว
-ประชุมจนท.สอ. ประสานงาน ผดด. ครู นวก.ศึกษา อปท. ผญบ. กำนัน
-จัดประชุม คืนข้อมูล นำเสนอโครงการที่เราทำมาแล้ว (ฟันสวยด้วยมือผู้ปกครอง)
-จัดทำแผนที่ทางเดินฯ เชิญ ผช.สสอ.กุมภวาปี เป็นวิทยากร
-ได้โครงการ 5 โครงการ (ตามกลุ่มอายุ)
-วันแรก ทำ SRM วันที่สอง เวทีประชาคม เลือกโครงการที่จะทำก่อน ได้เป็นโครงการเด็กปฐมวัย
พร้อมทั้งเลือกหมู่บ้านที่จะทำเป็น model
จ.อุดร (เสนอความคิดเห็นเพิ่มเติม)
-หลังจากทำแผน SRM สามารถเสนออบต. เข้าข้อบัญญัติ ปี 2554ได้แล้ว
-SRM ทุกพื้นที่มีการดำเนินการเกือบ 100% แล้ว
-สิ่งที่แตกต่าง ส่วนใหญ่เราจะไม่ได้เป็นเจ้าภาพเอง จะเป็นนวก.ในสอ.
-สิ่งที่ภูมิใจคือ ดีใจที่ได้เรียนรู้เรื่องนี้ เพราะทำให้ผู้บริหารเห็นผลงานของงานทันตฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่
เคยอยู่ในสายตาของ CUP การทำโครงการนี้ ทำให้งานทันตฯ เป็นงานแรกที่ทำได้ เลยได้รับโบนัส
จากผู้บริหาร
จ.หนองบัวลำภู
-อบรมแล้ว คิดว่าความรู้ยังไม่เพียงพอ จึงเชิญวิทยากรจากจังหวัดมาช่วยดำเนินการ
-ภาคีเครือข่าย ได้แก่ ผู้นำชุมชน ผปค. ครูศพด. อสม.
-ดำเนินการถึงจุดหมายปลายทาง ขณะนี้รอวิทยากรว่าง
จ.สกลนคร
-จะมีนวก.ที่ทำ SRM ของอำเภออยู่ เลยรอนวก.คนนี้อยู่ คาดว่าจะดำเนินการได้ในช่วงตุลาคม
-ระหว่างนี้ ดำเนินการโดย ประสานงานอย่างไม่เป็นทางการกับ อบต. ครูศพด. เตรียมข้อมูล (3 ปี
ย้อนหลัง) เพื่อคืนชุมชน
รพ.สต.ชัยพร จ.หนองคาย
-ทำ SLM ที่จังหวัด ได้ Road map ที่ชัดเจน เป้าหมายคือ เป็นต้นแบบการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก
เด็ก 0-12 ปี นำ SLM Road map ที่ได้ มาใช้เลย ไม่ได้เริ่มทำใหม่
-แนวคิด จะต้องให้ชุมชนเค้ามีมาตรการในชุมชนให้ได้
-ดำเนินการใน ศพด.ที่อยู่ใกล้รพ.สต. และขึ้นตรงกับ อบต.
-ดึง อสม. ผปค.เด็ก ที่มีบทบาท แต่งตั้งคำสั่ง โดยมีทพ.เป็นที่ปรึกษา ประสาน อบต.
-ออกแบบสัมภาษณ์ เก็บข้อมูลเด็ก (น้ำหนัก การดูแลสุขภาพช่องปาก การเลี้ยงดู การกินนม กิน
ข้าว) เก็บเท่าที่ได้ ทั้งที่มาสอ. และตอนเยี่ยมบ้าน
-คืนข้อมูล เน้นรูปถ่าย ที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาในศพด. เสริมองค์ความรู้
-ให้น้องนวก.มาช่วยดำเนินกระบวนการ
-เป้าประสงค์ กลยุทธ์ กำหนดจากจังหวัด แต่วิธีการให้ภาคีเครือข่ายคิดเอง เช่น กลยุทธ์จังหวัดคือพัฒนา
ศูนย์เด็กเล็กให้น่าอยู่ วิธีการ ให้ชุมชนคิดว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างจึงจะเป็นศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่
-พัฒนาตาราง 11 ช่อง
จ.เลย (ภูกระดึง)
-เน้นการกระตุ้นในชุมชนมากกว่า ยังไม่ได้ทำ SRM
-ให้ชุมชนหาแกนนำ อบต. อสม. ผู้นำ จนท.เน้นทำความรู้จักกับกลุ่มแกนนำนี้ก่อน
-ในพื้นที่ มีผู้ที่รู้เรื่อง SRM อยู่ แต่ไม่ได้ทำตามรูปแบบที่ได้รับการอบรมมา เน้นการใช้คำถาม ให้
เค้าแสดงความคิดเห็น แล้วสามารถนำความคิดเห็นนั้นมาลงแผนที่ได้ และบรรยากาศไม่เครียด
จ.เลย (หนองหิน)
-ร่วมกันหาข้อมูลพื้นฐานทุกเรื่อง
-รับประทานอาหารร่วมกัน ทำให้เกิดความสนิทสนม (กินข้าวฟรีทั้งเดือนมิถุนายน)
-ที่ผ่านมา มีการออกหมู่บ้าน ศพด. อยู่แล้ว จึงมีข้อมูลพื้นฐานของเด็กในหมู่บ้านอยู่แล้ว
-คืนข้อมูลให้ชุมชน ที่เราไปออกด้วยกัน เค้าได้อะไรบ้าง คิดว่ายังไม่รู้อะไร อนาคตอยากให้เป็นยังไง
-เลือกเป้าหมาย ผญบ. สอบต. กรรมการกองทุน ผดด. ครูประถมที่มีชั้นอนุบาล
-อบรม 2 วัน วิทยากรเดียวกับภูกระดึง
-ความต้องการสนับสนุน อยากได้งบเพิ่ม
จ.เลย (ภูหลวง)
-มีกรรมการกองทุน 14 คน ต้องการให้เค้ารับรู้ว่า ชาวบ้านมีความต้องการอะไรบ้าง
-เป้าหมาย ศพด. 5 แห่ง ได้ตาราง 11 ช่อง นำโครงการเสนอเข้ากองทุนได้รับการอนุมัติ
-กิจกรรมได้แก่ เฝ้าระวังทางทันตสุขภาพ
-มาตรการทางวิชาการ ได้แก่ จนท.ให้ความรู้ สาธิตเรื่องโภชนาการ ครูให้ความรู้
-มาตรการทางสังคม ได้แก่ ผู้ปกครองร่วมมือไม่ซื้อขนม จัดหาอุปกรณ์แปรงฟันให้เด็ก ดูแลเด็ก
แปรงฟันหลังอาหาร จัดหาสถานที่แปรงฟัน รณรงค์ด้านทันตสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ร้านค้าร่วมมือไม่
ขายขนม
จ.อุดร (เพิ่มเติม)
-ที่จังหวัดอุดร ทำได้สำเร็จเกือบทุกพื้นที่ เพราะจนท.รพ.สต.ส่วนใหญ่ทำอยู่แล้ว มีพี่ๆ ที่รู้ SRM อยู่
แล้ว เพียงเติมงานทันตฯ เข้าไป รวมทั้ง สสจ.มีแรงจูงใจคือเพิ่มงบให้อีก 5,000 บาทเมื่อนำ
ผลงานมาแลก
หมอฝน (สสจ.หนองบัวลำภู) และหมออ้อ (ศูนย์อนามัยที่6 ขอนแก่น) เติมเต็ม
-แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ เป็นเครื่องมือในการทำงาน ให้ภาคีเครือข่ายได้มาพูดคุยกัน
-หัวใจสำคัญไม่ใช่อยู่ที่ได้ทำแผน แต่อยู่ที่ประชาชนลุกขึ้นมาแสดงบทบาทในการจัดการสุขภาพของ
เค้าเอง
-การทำงานสร้างสุขภาพ ต้องยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”
-จุดแรกที่จะทำให้เกิดการเข้าใจ เข้าถึง ซึ่งพวกเราได้เริ่มทำแล้ว คือ การทำความรู้จักชุมชนอย่าง
แท้จริง ฟังมากขึ้น เข้าหามากขึ้น และเน้นการทำงานบนพื้นฐานของข้อมูล มีการรวบรวมข้อมูล และ
คืนข้อมูลให้ชุมชนทราบ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
-เมื่อหัวใจไม่ได้อยู่ที่ ให้ได้แผน ดังนั้น การทำงานแบบ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา จึงไม่สามารถแล้วเสร็จ
ได้ภายใน 6 เดือน หรือ 1 ปี แต่ต้องใช้เวลา ค่อยๆทำ สร้างฐานความคิดร่วมกันให้แน่น บางครั้ง
อาจต้องแล้วแต่บริบทชุมชน เช่น ทำได้ครั้งละ 2-3 ชม.
-ไม่จำเป็นต้องเริ่มทำ SRM SLM ใหม่ สามารถใช้ยุทธศาสตร์ของจังหวัด หรืออำเภอก็ได้
แต่สิ่งที่ควรต้องทำคือ ขั้นวิเคราะห์บริบทชุมชน ภายใต้ข้อมูลของชุมชน
-การอบรมที่ผ่านมา เน้นให้เกิดทีมวิทยากร จึงต้องเรียนรู้ทุกขั้นตอน บางคนอาจยังไม่เข้าใจในครั้ง
แรก และรู้สึกว่ายาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก บางครั้งต้องผ่านการอบรม 2-3 ครั้ง จึงจะเข้าใจ ส่วน
วิธีการนำไปดำเนินการในชุมชน สามารถปรับประยุกต์ได้ตามความเหมาะสม แต่แนวคิดหรือหัวใจ
สำคัญของแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ ต้องยึดไว้
-โอกาสในการเกิดงานของเรา บางครั้งอาจไม่ได้เริ่มที่งานของเรา เช่น มีชุมชนทำเรื่องจัดการขยะใน
ชุมชน เมื่อชุมชนวิเคราะห์บริบทปัญหา พบว่า ขยะที่มากส่วนหนึ่งคือ ซองขนมถุงของเด็ก จนนำมา
ซึ่งการลดการบริโภค นั่นหมายความว่า มีผลทางอ้อมต่องานของเรา อยากให้พวกเราเห็นโอกาสของ
ช่องทางที่จะเริ่มงาน โดยไม่ต้องเริ่มที่งานเราก็ได้