Hard Talk Thailand

ครั้งที่ 4 On Air 28/08/53

ก่อนอื่นต้องขออภัย .. ที่ไม่ได้ “อัพเดท” รายการ “Hard Talk Thailand” ขึ้นเว็บ เพราะคอมพิวเตอร์ที่สถานีโดนไวรัสเล่นงาน ... เพิ่งเยียวยา แก้ไขจนใช้งานได้ครับ ...

สรุป Hard Talk Thailand On Air 28/08/53 อจ.จีระ หงส์ลดารมภ์ ท่านสนทนากับ อจ. สมชาย ภคภาสวิวัฒน์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ มีหลายประเด็นที่น่าสนใจดังนี้ครับ

ประเด็นแรก รศ.ดร.สมชาย ท่านวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง (19 พ.ค. – ปัจจุบัน) ว่า ภาพรวมสถานการณ์คงจะพัฒนาต่อเนื่องจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา หมายความว่า การแยกขั้วยังคงมีต่อไป เพียงแต่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างตรงที่การแยกขั้ว ก่อนหน้านี้นั้น พลังอำนาจอาจห่างกันไม่ไกลนัก พอห่างกันไม่ไกล ก็เกิด “สงครามกลางเมือง” ดังจะเห็นมาตั้งแต่ เม.ย. 52 – เม.ย. และ พ.ค. 53

โดยเฉพาะฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล คิดว่าอำนาจต่อรองไม่แพ้กัน ก็เกิดความรู้สึกว่า ต้องทำอะไรบางอย่าง จึงนำไปสู่สถานการณ์ “โชว์ดาว”

ผลของการโชว์ดาว อย่างน้อยที่สุดก็มีการเปลี่ยนแปลงทาง “ อีเควชั่น ” นั่นก็คือ “สมการของอำนาจ” และ “สมการของอำนาจ” ตอนนี้ รัฐบาลมีความได้เปรียบ เพราะฝ่ายตรงข้ามทำขึ้นนั้น ค่อนข้างลามปรามไปถึงจุดจุดหนึ่ง มีการเผาบ้าน เผาเมือง จุดนี้เองที่รัฐบาลสามารถนำมาเป็นข้ออ้าง นำมาใช้ได้

ทางหนึ่ง ก็คือ ประชาชนจำนวนมาก ที่เป็นกลางเห็นว่า การกระทำดังกล่าวทำให้ประเทศแย่ลงแบบนี้ และเห็นว่าควรมาสู้กันตามแนวทางสันติ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นการเพิ่มความชอบธรรมให้กับรัฐบาล

อีกกรณี การที่มี ส.ส. เพื่อไทยย้ายพรรคกันมากช่วงนี้ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพรรคเพื่อไทยเริ่มมีความไม่เป็นเอกภาพ มีปัญหา และเริ่มอ่อนแอลง

ดูได้จากผลการเลือกซ่อม ส.ส. กทม. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสนามชี้วัดความพึงพอใจของประชาชนต่อพรรคการเมือง

8 หมื่นกว่าคะแนนที่ พท. ได้ ถือว่าไม่น้อย แต่ก็แพ้แก่ ปชป.

ถ้าจะวิเคราะห์ ในอดีต คะแนนนิยม พท. กับ ปชป. สูสีกันมาก แต่การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. กทม. ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า มีประชาชนที่เคยผูกพันกับระบบทักษิณ หรือ พลังเงียบ ที่ไม่พอใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง กลับมาเทคะแนนให้ ปชป.

นี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่เพิ่มความชอบธรรมให้กับรัฐบาล และเป็นการลดอำนาจการต่อรองลงไป

อย่างไรก็ตาม อจ.สมชาย ยอมรับว่า พรรคเพื่อไทย และ บารมีของคุณทักษิณ ยังคงแข็งแรงอยู่

โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ และ ภาคอีสาน นั้น โดยส่วนตัวคิดว่า คะแนนนิยมของคุณทักษิณ และ พท. ยังมีอยู่ระดับหนึ่ง แต่ถ้าเทียบกับในอดีต ความนิยม ทั้งต่อคุณทักษิณ และ พรรคเพื่อไทยในอนาคตมีแต่เท่าตัว และลดลง และผมคิดว่าลดลง แต่อาจไม่มาก ซึ่งอาจจะคิดผิดก็ได้ เพราะเกมส์มันยังไม่จบ

ระยะเวลาจากนี้ไป ยังอีกหลายเดือนกว่าจะมีการเลือกตั้ง บวกกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจก็เป็นตัวช่วยรัฐบาล และรัฐบาลเองก็มีการแก้เกมส์ ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายๆ ด้าน ราคาพืชผลทางการเกษตรที่กระเตื้องขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนจะเรียกคะแนนเสียงเพิ่มให้รัฐบาล ยิ่งถ้ารัฐบาลสามารถสร้างอำนาจ สร้างฐานขึ้นมาได้ โอกาสก็มีมากขึ้น

ผมถึงมองว่า คะแนนเสียงพรรคเพื่อไทยมีแต่เท่าตัว และ ลดลง

ส่วนการเคลื่อนไหวของคุณทักษิณ ต่อแต่นี้ อจ.สมชาย มองว่า จะมีการปรับลดบทบาทลง