สวัสดีครับคุณเบิร์ด
ถ้าตามหลักจิตวิทยาแล้วล่ะก็ เราก็ต้อง explore ต่อใช่ไหมครับว่า ที่ว่า "บาป" หมายความว่าอย่างไร ที่ว่า "กลัว" หมายความว่าอย่างไร
ตอนเด็กๆผมชอบอ่านนิยายวิทยาศาสตร์ (ตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ แต่คนแต่งที่ชอบเก่าๆ ตายไปหมดแล้ว คือ Isaac Asimov และ Arthur C Clarke) ถ้าพูดถึง Isaac Asimov ก็ต้องพูดถึง Robot series และ กฏสามข้อของหุ่นยนต์ อันโด่งดัง
- หุ่นยนต์ไม่สามารถกระทำ หรือไม่กระทำ แล้วมีผลทำให้ทนุษย์ได้รับอันตราย
- หุ่นยนต์ต้องเชื่อฟังคำสั่งของมนษย์ ตราบใดที่ไม่ขัดกับกฏข้อที่หนึ่ง
- หุ่นยนต์จะต้องพยายามปกป้องตัวเอง ตราบใดที่ไม่ขัดกับกฏข้อที่หนึ่งและข้อที่สอง
กฏทั้งสามข้อนำเอานิยายวิทยาศาสตร์ก้าวทะลุแฟรงเกนสไตน์ complex ที่คนกลัวความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เพราะสิ่งที่วิทยาศาสตร์ ผลิตออกมา ไม่ว่าจะเป้น robot หรือคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ทำท่าจะ take over และทำใหมนุษย์หมดค่าลงไปทุกทีๆ
เรื่อง euthanasia ก็จะเป็น dilemma สำหรับหุ่นยนต์ และตามกฏข้อที่หนึ่ง หุ่นยนต์จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็ไม่ได้ (ห้ามทั้งการกระทำ หรือการนิ่งเฉย) เพราะมนุษย์กำลังได้รับอันตรายอยู่กับตา เป้น dilemma ระหว่างความทุกข์ทรมานทางกาย และความเป็น/ตาย ในสภาพเช่นนี้นักจิตวิทยาหุ่นยนต์ อย่าง Dr Susan Kelvin ก็คงจะสงสารหุ่นยนต์ที่มาเจอ paradox ที่ไม่สามารถแก้ได้ สมองโปสิตรอนก็จะไหม้และถูกทำลายถาวรไปในที่สุด
คำว่าบาป ของคุณเบิร์ดหมายถึงการทำลายล้างชีวิตใช่ไหมครับ แต่ผ่านการนิ่งเฉย (เพราะไม่ทราบว่าจะช่วยได้อย่างไร) มนุษย์คนนั้นก็จะได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส อย่างนี้ ไม่เป็นบาป?
อย่างที่พรานพบสัตว์เจ็บพิการ หรือที่ประเทศอังกฤษเจอสัตว์ในฟาร์มที่รับอุบัติเหตุ ก็ยัง put to sleep หรือฆ่าเพื่อระงับความทรมานเสียได้ เพราะเป็นการ "ดีกว่า" ที่จะปล่อยให้ทรมานกว่านี้
หรือว่า การทรมานอย่างที่สุดนั้น เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดมา? และเมื่อแพทย์หมดปัญญาจะช่วย ก็จงรับความทรมานนั้นต่อไป?
ปัญหาอีกประการก็คือ การทำ euthanasia นั้น เป็นการตัดสินใจแบบ one-way ticket ผิดแล้วแก้ไม่ได้ เมื่อไหร่ที่เราจะมี ความมั่นใจระดับนั้น?