ดิฉันเคยถกปัญหานี้กับเพื่อนคนนึงซึ่งอาชีพค้าขาย และมีน้องสาวป่วยเป้นมะเร็ง เพื่อนไม่เคยบอกน้องสาวเลยว่าเป็นมะเร็ง ญาติทุกคนปกปิดกันหมดจนวาระสุดท้ายที่เขาจากไป  แต่ดิฉันกลับคิดคนละอย่าง ดิฉันคิดว่าถ้าเราเองเป็นมะเร็ง เราก็น่าจะรู้ว่าเราเป็น และระยะไหน จะรักษาอย่างไรต่อไป เพื่อที่ว่า เราจะได้เตรียมตัวว่า เวลาที่เหลือเราจะทำอะไรบ้าง จัดการให้เรียบร้อย และเตรียมกายและใจในการรักษาจนถึงเตรียมตัวตาย

    ตอนเรียนชั้นปีที่5 ดิฉันเคยบอกญาติคนไข้ที่รออยู่นอกห้อง ICU med หลังจากที่พวกเรา CPR คนไข้ไม่ฟื้น จำได้แม่น ดิฉันเดินออกมาญาติเข้าเดินรี่มาหาแล้วถามว่า หมอคะแม่เป้นไงบ้าง ดิฉันตอบว่า หมอเสียใจด้วยค่ะ คนไข้เสียชีวิตแล้ว สิ้นเสียงตอบจากดิฉัน ญาติคนไข้ร้องไห้โฮดังลั่นวอร์ด ส่วนตัวดิฉันเองตกใจมากยืนตกตะลึงไปชั่วครู่ พยาบาลรีบเข้ามาปลอบญาติคนนั้น บทเรียนนี้สอนดิฉันว่า คนเรามีการตอบสนองกับการสูญเสียต่างกัน  ต้องดูตาม้าตาเรือดีๆก่อนอาจต้องเกริ่นคำพูดให้เค้าเตรียมใจก่อนสักพักแล้วจึงค่อยบอก

       สำหรับเรื่องคำถาม ขอตอบเลยค่ะ

        1.ดิฉันคิดว่าสมควรแจ้งความจริงแก่ผู้ป่วยค่ะ แต่เลี่ยงใช้คำว่าเนื้องอกเท่านั้นพอ ส่วนเรื่องกระจายไปถึงไหนถึงไหนแล้วนั้นคงไม่บอกเพราะอาจทำให้ผู้ป่วยใจเสียเกินไปกว่านี้ แล้วบอกการรักษาว่าจะทำการรักษาอย่างไรบ้าง 

        2.เมื่อเหตุการณ์บานปลายมาถึงตอนนี้แล้วคือ ญาติไม่พอใจหมอ ถ้าเป็นดิฉันจะปรับความเข้าใจกับญาติค่ะ ว่าขณะนั้นอยากให้ข้อมูลชัดเจนให้ผู้ป่วยเพื่อที่จะได้บอกแผนการรักษา แต่เมื่อทำให้ญาติไม่สบายใจก็คงต้องขอโทษด้วย  ขอโทษไปเถิดค่ะ บรรยากาศในการรักษาจะได้ดีขึ้น คนเราก็มีการกระทบกระทั่งกันได้