วิ่งอ้อมเพราะความ "ไม่รู้" ครับ และที่มาของความไม่รู้ส่วนหนึ่งมาจากระบบการศึกษาที่ผิดพลาดมายาวนาน ที่ใกล้ๆตัว และมีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิต เขาไม่ให้ความสำคัญ ไม่ให้เราได้รู้ ได้เรียน แต่เก่งนัก ชื่นชมกันนักถ้าใครไปเอาเรื่องไกลตัวมาพูดได้
ผมยังจำได้ดีว่าตอนอยู่ชั้น ป.7 เคยภูมิใจนักหนาที่สามารถโม้ให้ใครต่อใครฟังได้ว่าดาวเทียมดวงไหนขนาดและน้ำหนักเท่าไร ไล่มาตั้งแต่ Sputnik ของรัสเซีย มาจน Echo-1 Echo-2 ฯลฯ ของอเมริกา และเรื่องอะไรต่อมิอะไรที่ไกลตัว เช่นเรื่องดาวอังคาร และบ้าถึงขนาดพยายามเปิดวิทยุ Short Wave ฟังการถ่ายทอดสดการส่งยานอวกาศจากแหลมเคเนดี้โน่นเลยทีเดียว ไม่เห็นภาพแค่ได้ฟังเสียงก็ยังดี
ความจริงถ้าระบบการศึกษาถูกต้อง ตอนผมเรียนชั้นประถม ครูน่าจะได้จัดให้ผมได้สัมผัสกับงานที่พ่อแม่ทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันมากกว่าที่เป็นมา ทบทวนย้อนหลังแล้วดูเหมือน “ความรู้” คืออะไรบางอย่างที่ต้อง "แปลกใหม่" และ "ไกลตัว" .. อนิจจา !
มาถึงวันนี้ ผมพอใจอย่างยิ่งที่เหตุการณ์เลวร้ายในชีวิตได้ผลักดันให้ผม “โชคดี” ได้มีโอกาสเซย์กู๊ดบายกับกทม.ที่ทนอยู่มากว่า 30 ปี กลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเกิดอีกครั้งท่ามกลางความรัก ความอบอุ่น การยอมรับนับถือ และได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
ทุกวันผมเพลินกับการใช้เวลาอยู่กับดิน น้ำ หญ้า และแปลงพืชผักที่ปลูกไว้รอบๆบ้าน ความตื่นเต้นเมื่อพบ "ความไม่รู้" เกิดขึ้นสม่ำเสมอไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งๆที่หลายอย่างควรรู้มาตั้งแต่ตอนเป็นเด็กแล้ว หลายครั้งหลายเรื่องจำเป็นต้องไปเที่ยวถามหาความรู้ ความจริงจากชาวบ้าน จากญาติๆ ซึ่งก็ช่วยให้ค่อยๆหายโง่ไปได้ทีละนิดครับ