สรุปการประชุมกับคณะกรรมาธิการการยุติธรรมการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเสนอเข้าชื่อกฎหมาย พ.ศ. ....วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ อาคารรัฐสภา ๒
------------------------
ด้วยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา o๙.๓๐–๑๑.๓๐ น. สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการยุติธรรมการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ในฐานะหน่วยธุรการองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอแนะการจัดทำกฎหมายที่จำเป็นต้องตราขึ้นเพื่ออนุวัติการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ข้อมูล ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเสนอเข้าชื่อกฎหมาย พ.ศ. .... ซึ่งเป็นร่างที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยมีผู้แทนในการให้ข้อมูล ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฯ ได้แก่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สถาบันพระปกเกล้า ดร.ภูมิ ภูมิศิลป์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง) ได้กล่าวถึงการมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชน มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเสนอเข้าชื่อกฎหมาย พ.ศ. .... ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๖๓ ได้วางแนวทางไว้ให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนสามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ แต่พระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถเข้ามาช่วยเหลือประชาชนได้ซึ่งข้อแตกต่างร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเสนอเข้าชื่อกฎหมาย พ.ศ. .... ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาฉบับนี้ตัดสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งออกไป และลดจำนวนประชาชนเสนอเข้าชื่อกฎหมายเหลือสองหมื่นคนประกอบกับกระบวนการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย หน่วยงานของรัฐเห็นว่าประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบอำนาจของรัฐเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จึงเห็นควรให้ตัดสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งออกไปเพื่อให้การมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชนเป็นไปอย่างแท้จริงและมีประสิทธิภาพต่อไป
สถาบันพระปกเกล้า (นางสาวปัทมา สูบกำปัง) ได้กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเสนอเข้าชื่อกฎหมาย พ.ศ. .... กับพระราชบัญญัติว่าด้วยเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒ จากการศึกษาวิจัยกระบวนการการเข้าชื่อเสนอกฎหมายเดิมนั้น ผู้มีสิทธิเสนอเข้าชื่อกฎหมายต้องเป็นบุคคลที่มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นชื่อ สถาบันพระปกเกล้าได้เสนอเข้าชื่อกฎหมายทั้งหมด ๑๖ ครั้ง โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสนอกันเองแล้วเสนอต่อประธานรัฐสภาจำนวน ๑๐ ครั้ง และเป็นการเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยการจัดการของคณะกรรมการการเลือกตั้งอีกจำนวน ๖ ครั้งปรากฏว่ามีเพียงร่างกฎหมายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า พ.ศ. .... ที่เสนอต่อประธานรัฐสภาของประชาชนที่ประสบความสำเร็จ และได้พบสภาพปัญหาและอุปสรรคการใช้สิทธิตามกฎหมายหลายประการเนื่องจากผู้มีสิทธิเข้าชื่อเสนอกฎหมายต้องเป็นบุคคลที่มีสิทธิเลือกตั้งมีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นชื่อซึ่งเอกสารประกอบด้วยการจัดทำสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านทำให้เสียเวลานาน และมีค่าใช้จ่ายสูง ควรให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเข้ามามีบทบาทกับประชาชนอยู่ ซึ่งแตกต่างกับร่างฯ ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และควรให้รัฐสภาจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยให้สาธารณชนเข้ามาร่วมรับฟังความคิดเห็นและกำหนดกรอบเวลากระบวนการระยะเวลาการดำเนินการของรัฐสภาให้รวดเร็วขึ้น เป็นต้น
อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ดร.ภูมิ ภูมิศิลป์) กล่าวถึงประสบการณ์การดำเนินการร่วมกับสถาบันพระปกเกล้าและสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายในการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเสนอเข้าชื่อกฎหมาย พ.ศ. .... ปัญหาอุปสรรคการดำเนินการพระราชบัญญัติเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบกับเอกสารสำเนาที่จำเป็นต้องใช้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน ทำให้ต้องเสียเวลานาน และมีค่าใช้จ่ายในการทำสำเนา และขาดงบประมาณ ดังนั้น การให้ประชาชนใช้เลขประจำตัวประชาชนสิบสามหลักก็น่าจะเพียงพอแล้ว และควรเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงต่อรัฐสภาอย่างแท้จริงโดยจัดหาองค์กรช่วยเหลือประชาชนในด้านงบประมาณและด้านกฎหมาย เช่น สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย ทั้งนี้ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ด้านกฎหมาย และมีความเห็นเช่นเดียวกับสถาบันพระปกเกล้าที่จะให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกเข้ามามีบทบาทกับประชาชน คอยช่วยเหลือและสนับสนุนประชาชน กระบวนการรัฐสภาไม่ควรล้าช้า และเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมบทลงโทษตามรัฐธรรมนูญซึ่งบางครั้งประชาชนต้องการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย และมีผู้ขัดขวางก็ให้ลงโทษตามบทลงโทษดังกล่าว เป็นต้น
ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (นายอัครพงษ์ เวชยานนท์) กล่าวถึงบทบาทหน้าที่หลักของสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายซึ่งอำนาจหน้าที่ในการเสนอแนะการจัดทำกฎหมายที่จำเป็นต้องตราขึ้นเพื่ออนุวัติการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายนั้นเป็นหนึ่งในหลายเรื่องที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีไปด้วยแล้วเกี่ยวกับแนวทางการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ในการนี้ ได้นำเสนอประเด็นตามแนวทางของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายตามบันทึกความเห็นของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายดังกล่าวต่อคณะกรรมาธิการฯ พร้อมด้วยได้เสนอสำเนาเอกสารบันทึกความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมเพื่อประกอบการชี้แจงด้วยแล้ว
ในการนี้ ที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับการที่จะให้มีหลักประกันในร่างกฎหมายที่ประชาชนได้เสนอว่าควรจะต้องได้รับการพิจารณาด้วยตามเสนอ และเห็นว่าคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายควรประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับบทบาทของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายซึ่งเป็นองค์กรที่มีความสำคัญต่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบทบาทการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเสนอและยกร่างกฎหมายของประชาชนให้ต่อเนื่องและมากยิ่งขึ้น
------------------------
สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย