พี่ มาโนช round ดึกจังนะครับ นักเรียนหน่วยกล้าตายขอตอบเลยแล้วกันครับ
๑. ควรแจ้งหรือไม่
- ผมคิดว่าผู้ป่วยรายนี้ สงสัย อยู่แล้วครับว่าตนเองจะเป็นอะไรที่ มากกว่าเนื้องอก และน่าจะเป็นคนที่ต้องการข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ
คุณพ่อ..ก็เริ่มเอ่ยถามว่า
"ผมเป็นเนื้องอกใช่ไหมครับ "
พยายามปรามคุณพ่อไม่ให้ถามต่อ แต่ไม่สำเร็จคุณพ่อถามต่อ "ผ่าตัดได้ไหม"
คุณหมอตอบโดยพลัน "ไม่ได้หรอกคุณลุง ต้องบำบัดอย่างเดียว เพราะมะเร็งมีการขยายไปที่ตับแล้ว"
คุณพ่อถามต่อว่า "เป็นถึงขั้นไหนแล้ว...ว"
- ข้อมูลประกอบว่าผู้ป่วยรายนี้ จะ แย่ เมื่อทราบข่าวร้าย ไม่ชัดเจน เป็นความรู้สึกของลูก ผู้มีความห่วงใย เหมือนผมห่วงพ่อผม ข้อเท็จจริงที่ไม่ใช่ความรู้สึก คืออาการของผู้ป่วยก็ไม่ใช่ อาการรุนแรงที่ไม่สามารถเยียวยาได้
"เพราะรู้จักนิสัยท่านดีว่า 'ทำใจกับข่าวร้ายนี้ได้ยาก' "
เป็นความรู้สึกของลูก ด้วยความเป็นห่วง
คุณพ่อเริ่มเกิดอาการวูบ...ดิฉันและพี่สาวเริ่มหน้าเสียและพยายามปรามคุณพ่อไม่ให้ถามต่อ แต่ไม่สำเร็จคุณพ่อถามต่อ
อาการวูบ ต่อด้วยอาการถามต่อ ได้อีกหลายคำถามของผู้ป่วย ผมวาดภาพไม่ออกว่าเป็นอย่างไร ค่อนข้างขัดแย้ง
คุณพ่อดิฉันทานข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับ ความดันขึ้น ปวดท้องตลอดเวลา (จะเป็นจริง หรือจิตวิตกจริตก็ไม่รู้ได้)
เป็นข้อเท็จจริงเรื่องผลกระทบที่ชัดเจนที่สุด จากคำบอก้เล่า
ผมคิดว่า ถ้าผมยังหาข้อเท็จจริงไม่ได้ว่า ผู้ป่วยจะแย่มากๆ ผมมีแนวโน้มจะบอกความจริงในผู้ป่วยรายนี้ครับ เพราะดูจากลักษณะผู้ป่วยและโรคแล้ว ระยะเวลาที่เขาจะได้เตรียมตัวเผชิญช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิต คงอีกไม่นาน
ระยะที่4 ค่ะ คุณเป็นที่ตับด้วย และลามไปยังปอดด้วย
จะบอกอย่างไร
ขออ้างอิง
"ดูกรภิกษุทั้งหลาย วาจาประกอบด้วยองค์ ๕ ประการ
เป็นวาจาสุภาษิต ไม่เป็นทุพภาษิต และเป็นวาจาไม่มีโทษ วิญญูชนไม่ติเตียน
องค์ ๕ ประการเป็นไฉน คือ
วาจานั้นย่อมเป็นวาจาที่กล่าวถูกกาล ๑
เป็นวาจาที่กล่าวเป็นสัจ ๑
เป็นวาจาที่กล่าวอ่อนหวาน ๑
เป็นวาจาที่กล่าวประกอบด้วยประโยชน์ ๑
เป็นวาจาที่กล่าวด้วยเมตตาจิต ๑ "