“ขอความกรุณาใช้ผ้าคลุมเข่า หากนุ่งสั้นกว่าเข่า”
ปัจจุบันแฟชั่นผู้หญิงมีค่านิยมชื่นชอบนุ่งสั้น(ชื่นชอบแต่งตัวโป๊)แล้วจะสวยจะงาม(บางคนเข้าใจว่าเจ้าความสวยความงามนี้จะนำมาซึ่งความเป็นที่ยอมรับนับหน้าถือตาไม่ต้องกลัวที่จะอายในการเข้าสังคม-ได้เป็นคนพิเศษ-ได้เป็นคนสำคัญ-ได้เป็นคนที่มีคุณค่า-ได้รับความสนใจ-ได้รับการให้เกียรติ-ได้รับการต้อนรับที่ดีในการเข้าสังคม+ทำตามเพื่อนไม่งั้นเข้ากลุ่มไม่ได้-ใส่กระโปรงยาวอายเพื่อนกลัวเพื่อนล้อว่าNerd!,เป็นที่หมายปองของผู้ชายทั้งหลาย+เดินไปที่ไหนก็มีแต่ผู้ชายมองด้วยสายตาที่ชื่นชมว่าฉันสวยฉันงามลาภ,ยศ,สรรเสริญ,สุขฯลฯ)+ได้รับความสะดวกสบาย&ธรรมชาติของผู้ชายชื่นชอบมองหญิงผู้สวยงาม(ชื่นชอบแอบดูผู้หญิงโป๊)ทั้งหลายซึ่งพี่ยอมรับสภาพความเป็นไปของทั้ง ๒ ฝ่าย แต่พี่มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในร้าน(คล้ายๆศอฉ.) จึงใคร่ขอความกรุณาให้ใช้ผ้าคลุมเข่าที่ทางร้านจัดให้ หรือ เตรียมมาเองก็ได้ (พี่บอกเธอว่าอย่านุ่งสั้นแล้วเธอไม่ทำฉันใด พี่บอกเขาว่าอย่าดูแล้วเขาก็ไม่ทำฉันนั้นแหละ...โยม)
ความในใจ: ๑. ลูกค้าชายบางคน ชอบดู (แถมจ้องตาไม่กระพริบ มองด้วยสายตาที่ชื่นชมว่าสวยว่างาม กับ มองด้วยสายตาที่หื่นกามไม่เหมือนกันน่ะ..โยม-อนาคตอาจจะน้ำลายไหลยืด+เลือดกำเดาไหลออกทางจมูกด้วยก็ได้๕๕๕) น้องที่นุ่งสั้น (ขณะที่น้องอยู่ในร้านเน็ตสายตาน้องสนใจแต่หน้าจอคอมพิวเตอร์โดยไม่รู้ตัวว่าถูกผู้อื่นมองอย่างสนุกสนาน สรุปก็คือน้องจะถูกมองทุกที่ทุกเวลาแต่เขาจะมองตอนที่น้องไม่รู้ตัวตอนที่น้องเผลอ น้องจึงรู้สึกว่าไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย มันมีแต่น้องมีรู้ต่างหากล่ะคร้าบ+ที่อื่นจะอยู่ในระยะห่างและเคลื่อนที่ แต่ร้านเน็ตอยู่ระยะประชิดและอยู่กับที่ แถมเวลาช่วง prime time คนจะออกันแน่นเบียดเสียดกันในพื้นที่แคบๆ) พี่เห็นแล้วมันหงุดหงิดเหนื่อยหน่ายต่อเหตุการณ์เช่นนี้+การกำราบเขาเหล่านั้น (พี่เสี่ยงต่อการถูกกระทืบ -พี่ไม่ใช่จาพนมหรือไก่อูที่จะได้มีศักยภาพในการต่อกรกับเขาเหล่านั้นได้ ในแต่ละวันๆพี่ก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากต้องคอยหวาดระแวงว่าจะมีลูกค้าชายคนใดนอกลู่นอกทางบ้าง บางคนวางท่าผู้ดีแต่ชอบดู ส่วนบางคนดูน่ากลัวกลับไม่สนใจ พี่อยู่ร้านนี้ทุกวันตั้งแต่ตื่นจนนอน น้องแต่ละคนมาชั่วคราวแล้วก็จากไป) ฉะนั้นน้องต้องดูแลตัวเอง (หากพี่ไม่หาทางป้องกัน อยากดูก็ดูไป อะไรจะเกิดขึ้น??? คนที่ดูก็จะยิ่งย่ามใจ ได้คืบจะเอาศอก+ค่อยๆเพิ่มดีกรีเพิ่มระดับความรุนแรงของการล่วงละเมิดขึ้นๆไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด คล้ายๆไฟเริ่มไหม้ ถ้าไม่รีบดับเสียก่อน ไฟนั้นก็จะลุกลามใหญ่โตบานปลายไม่จบไม่สิ้น –โบราณท่านว่า“อย่าเล่นกับไฟ” )
๒. น้องผู้หญิงที่นุ่งสั้นบางคน ก็มีอาการหวาดระแวงกลัวผู้ชายจะดูตัวเองที่นุ่งสั้น ( แถมกลัวพี่จะดูด้วยอีกคน........จะให้ฉันทำอย่างไร........ ๕๕๕ )
๓. วัตถุประสงค์ของพี่คือต้องการแจ้งให้ทราบ และจะบอกว่ามีผ้าคลุมไว้ให้บริการ หลังจากนั้นน้องต้องตัดสินใจเองว่าจะใช้หรือไม่ ( ถ้ารับไม่ได้ที่จะมีคนดูก็ควรจะใช้, ถ้ารับได้ที่จะมีคนดูก็ไม่จำเป็นต้องใช้ ) แล้วน้องก็ต้องรับผลกรรมนั้นด้วยตัวของน้องเอง ( สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม )
๔. ทั้งน้องผู้หญิงและน้องผู้ชายแทนที่จะโมโหและโวยวายในใจว่าไม่เห็นเข้าใจกับสิ่งที่พี่ทำ ก็ลองเปลี่ยนเป็นการพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่อาจเกิดขึ้น แล้วมา ช่วยพี่หาทางแก้ไขปัญหาที่อาจจะตามมาจะดีกว่าครับ (สมมติถ้าจะมีปัญหา คนที่จะมีปัญหาจริงๆกับน้องตัวจริงเสียงจริงน่ะไม่ใช่พี่น่ะคร้าบ)
๕. สิ่งที่พี่กังวลและกลัวว่าการนุ่งสั้นของน้องอาจจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาดังนี้ (น้องรู้จักแฟชั่นแต่น้องรู้จักไหมแต่งตัวโป๊น่ะแต่งตัวโป๊=แฟชั่น)
๕.๑ แห่กันมามืดฟ้ามัวดิน(พวกที่ชอบดูนุ่งสั้น-พวกหื่นกาม) เนื่องจากร้านพี่เป็นร้านอินเตอร์เน็ตอย่างเดียวไม่มีเกมส์(ลูกค้าที่มาเล่นเน็ตส่วนใหญ่ผู้หญิงมาใช้ทำรายงาน ผู้ชายไม่ค่อยทำอะไร)น้องลองนึกภาพผู้หญิงนุ่งสั้นเต็มร้านมาใช้บริการเน็ต+ปริ้นท์งาน(ส่วนใหญ่ที่พี่ไปข้างนอกจะทยอยเจอนุ่งสั้นทีละคนสองคนและเคลื่อนที่ แต่นี่อยู่เต็มร้านทั้งนั่ง+ยืนแล้วอยู่กับที่)น้องก็ลองคิดพิจารณาดูว่าพวกที่ชอบดูขาอ่อนจะไม่แห่กันมามืดฟ้ามัวดินได้อย่างไร(น้องก็ลองนึกภาพงานMotorShowที่คนเขาแห่กันไปมืดฟ้ามัวดินแล้วก็แก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นใครดีใครได้ได้เอาเสียไม่เอาจะเอาแต่ได้อย่างเดียวยอมทำทุกอย่างยอมทำทุกวิถีทางไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกลไม่ได้ด้วยมนต์ก็ด้วยคาถาเพื่อให้ได้สมอยากใครจะเป็นตายร้ายดีไม่สนใจไม่ใส่ใจขอเพียงได้เข้าไปในงาน เขาคงไปดูรถกันเนอะ–พี่ว่าถ้าไม่มีPrettyงานอาจจะล้างเหมือนป่าช้าเลยก็ได้๕๕๕+น้องไม่เคยสงสัยบ้างเหรอว่าPretty,Coyoty,เด็กนั่งดริงก์เขาแต่งตัวโป๊ไปเพื่ออะไรเขาเหล่านั้นไม่มีทางเลือกมันเป็นอาชีพแต่น้องเป็นนักเรียนนักศึกษามีการศึกษาเป็นลูกมีพ่อมีแม่และมีทางเลือกเคยถามตัวเองไหมว่าแต่งโป๊ไปเพื่ออะไรเคยนึกผลที่จะตามมาบ้างไหมเอ๊ะอ่ะอะไรก็แฟชั่น+สิทธิ์ส่วนบุคคลน้องเป็นมนุษย์ผู้มีใจสูงมีปัญญาไม่ใช่.....ที่จะให้ใครจูงไปทางไหนก็ไปโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาไตร่ตรองว่าผิดชอบชั่วดีเลย)
๕.๒ ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะแค่ดูและถ้ามันมากกว่าดูละ เช่น แอบถ่ายคลิป (วันหนึ่งน้องอาจจะเจอรูปตัวเองเห็นหน้าน้องและตัวน้องที่นุ่งสั้นไปเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตในทำนองโฆษณาขายซีดีXXX+ขายบริการทางเพศ...ไอ๊หยา...เก๊กซิมซี่อ่า...๕๕๕ ) , การล่วงละเมิดทางเพศ(จากเบาไปหาหนัก) ฯลฯ
๕.๓ การทะเลาะวิวาท เช่น ผู้ติดตามจะทะเลาะวิวาทกับคนที่ดู เนื่องจากรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายมาดูคนของตน (มันเจ็บปวดหัวใจ) เป็นต้น ฯลฯ
๖. พี่จำเป็นต้องดำเนินการป้องกันปัญหาที่จะตามมาไว้ก่อนนั้น น้องก็ไม่เข้าใจ รับไม่ได้ ไม่อยากรับทราบ พี่คิดไปเองหรือเปล่า พี่บ้าหรือเปล่า แต่ถ้าหากเกิดเรื่องขึ้นเมื่อไหร่ น้องต้องพูดว่าพี่ปล่อยให้เขาทำกับหนูอย่างนี้ได้ยังไงไม่เห็นพี่ทำอะไรเลยไม่เห็นพี่บอกอะไรหนูเลยหนูจะได้เพิ่มความระมัดระวังตัวให้ดีกว่านี้
๗. ถ้าหากเกิดเรื่องขึ้นมาเมื่อไหร่ตัวน้องผู้หญิงเองนั่นแหละที่จะเป็นผู้เสียหายและพี่ก็จะต้องเดือดร้อนตามไปด้วยพี่อาจจะถูกสั่งปิดร้านหรือกรณีที่ไม่ถูกสั่งปิดร้านน้องคิดว่าจะมีน้องผู้หญิงกล้าเข้ามาใช้บริการหรือ? แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น?? (มีอะไรก็โทษร้านเน็ตไว้ก่อน โทษคนเฝ้าไว้ก่อน เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ดูแลตักเตือนเหมือนลูกหลานตัวเองปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นได้อย่างไรโดยไม่ทำอะไรเลย แต่หลงลืมไปว่าตนเองไม่เคยคิดที่จะโทษตนเองเลยสักนิดเดียว)
๘. การนุ่งสั้นแล้วอาจจะทำให้ผู้ชายบางคนเห็นแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศและไปก่อคดีข่มขืนกับคนอื่น(ไม่ได้ก่อคดีกับคนที่นุ่งสั้น)ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ที่แต่งตัวปกติใช้ชีวิตปกติ เคยมีเกิดขึ้นแล้วและจะยังคงเกิดขึ้นต่อไปไม่จบไม่สิ้นแล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าวันหนึ่งมันจะไม่ย้อนกลับมาหาตัวเรา(เวรกรรม....เวรกรรม)
๙. เรื่องที่พี่กังวลนี้เกิดขึ้นได้ไม่เลือก บุคคล สถานที่ เวลา ( พระท่านว่า “ไม่ประมาท–มีสติ” +สัมปชัญญะ+ปํญญา+สมาธิ+ศีล+ทาน+มรรค๘ )
๑๐. พี่ไม่ได้เรียกร้องให้น้องเลิกนุ่งสั้น ไม่ได้มีความประสงค์จะละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลของน้อง แต่สิ่งที่พี่ต้องการคือความสงบสุขในชีวิตของพี่-ในร้านที่พี่ดูแลอยู่ รวมถึงความปลอดภัยของน้องขณะที่อยู่ในร้านแค่นั้นเอง (ถ้าพี่ทำอะไรผิดก็บอกพี่ได้น่ะพี่จะได้นำไปแก้ไขปรับปรุงตัว+พี่จะได้รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร)
๑๑. พี่เชื่อว่าถ้าน้องเข้าใจในสิ่งที่พี่ทำน้องจะให้ความร่วมมือกับพี่เพราะสงสารที่ต้องมาแบกรับชะตากรรมในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ(พี่ไม่ได้โมโหที่น้องนุ่งสั้นแต่พี่โมโหในผลที่อาจตามมาแล้วส่งผลให้พี่เดือดร้อนพี่อยู่ไม่เป็นสุขเลยไม่รู้ว่าจะถูกหวยตอนไหน ลองสมมติตัวเองมาเป็นพี่บ้างซิต้องผจญกับพวกหื่นกามน่ะ)
๑๒. ถ้าหากน้องหญิงพร้อมใจกันทำเหตุ (นุ่งสั้นทุกคน) สักวันหนึ่งจะต้องมีผู้โชคร้ายได้รับผลกรรมจากกการที่ทุกคนก่อกรรมเอาไว้ และจะส่งผลถึงพี่ด้วย แต่ถ้าน้องหญิงพร้อมใจกันไม่ทำเหตุ (ไม่นุ่งสั้นหรือใช้ผ้าคลุม) พี่เชื่อว่าที่นี่จะปลอดภัยมากกว่าปล่อยไปตามยถากรรม (ยังไงก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง)
๑๓. บ้านเมืองมีทั้งคนดีและคนไม่ดีร้านพี่ก็เช่นกันซึ่งพี่ต้องรับมือกับคนทุกรูปแบบ แต่คนทุกรูปแบบจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
๑๔. มันไม่ผิดหรอกที่ผู้หญิงต้องการสวยงาม (แต่มันน่าจะมีวิธีสวยงามที่ดีกว่านี้) & มันไม่ผิดหรอกที่ผู้ชายจะชอบมองผู้หญิงที่สวยที่งาม (แต่มันควรจะมีมารยาทในการมองไม่ให้มันน่าเกลียดจนเกินไป+ควรจะมองเฉพาะคนที่เขาอยากให้เรามอง) & มันไม่ผิดหรอกที่พี่จะดูแลความสงบเรียบร้อยภายในร้าน(แต่เราควรจะเรียนรู้ที่จะรู้จักตนเอง+รู้จักผู้อื่น และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในสังคม ไม่ควรจะ เบียดเบียนกัน+สร้างความเดือดร้อน ซึ่งกันและกัน)
๑๕. ก็น่าแปลกดีที่ลึกลงไปภายในจิตใจของผู้ที่รักและหวังดีอย่างแท้จริงของหญิงเหล่านั้น เช่น พ่อแม่ครูบาอาจารย์ญาติสามีลูก มิได้เห็นดีเห็นงามกับการกระทำของเธอ ซึ่งเธอเหล่านั้นก็รู้ดี แต่ด้วยความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ตนเอง ไม่เคยแคร์ความรู้สึกของคนที่เขาหวังดีอย่างแท้จริงก็ยังคงฝืนดันทุรันทำกันไปได้
“ความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งที่น่าวิตกคือ ทุกวันนี้ความคิดอ่านและความประพฤติหลาย ๆ อย่าง ซึ่งแต่ก่อนถือว่าเป็นความชั่วความผิด ได้กลายเป็นสิ่งที่คนในสังคมยอมรับ แล้วพากันประพฤติปฏิบัติโดยไม่รู้สึกสะดุ้งสะเทือนจนทำให้เกิดปัญหา และทำให้วิถีชีวิตของแต่ละคนมืดมนลงไปข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นหน้าที่ของชาวพุทธจะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง แต่ละท่านแต่ละฝ่ายต้องยึดหลักการให้มั่นคงที่จะไม่ทำสิ่งใดๆ ที่ชั่ว ที่เสื่อมต้องกล้าและบากบั่นที่จะทำแต่สิ่งที่เป็นความดี เป็นความถูกต้องและเป็นธรรม เพื่อให้ผลความประพฤติปฏิบัติชอบบังเกิดเพิ่มพูนขึ้นและค้ำจุนส่วนรวมไว้มิให้เสื่อมทรุดลง หากให้กลับฟื้นคืนดีขึ้นได้เป็น ลำดับ” ................................(พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ที่ประชุมสมาคมพุทธศาสนาทั่วราชอาณาจักร ครั้งที่ ๓๖ วันที่ ๑๘ พ.ย. ๒๕๓๒ )
คนจะงาม งามที่ใจ ใช่ใบหน้า คนจะงาม งามที่ใจ ใช่ใส่สั้น
คนจะสวย สวยจรรยา ใช่ตาหวาน คนจะสวย สวยจรรยา ใช่สายเดี่ยว
คนจะแก่ แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน คนจะแก่ แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน
คนจะรวย รวยศีลทาน ใช่บ้านโต คนจะรวย รวยศีลทาน ใช่บ้านโต
คำถาม อยากทราบว่าการนุ่งสั้น บาปไหมค่ะ??? ( อยากทราบว่าการใส่กางเกงขาสั้น ใส่กระโปรงสั้น หรือใส่เสื้อผ้า เช่นสายเดี่ยวบาปไหมค่ะ )
คำตอบ พิจารณาว่าการแต่งกายของเราทำให้ผู้ที่มองเราเกิดกิเลส(ราคะ)หรือไม่ถ้าการแต่งกายของเราเป็นเหตุที่ไปกระตุ้นราคะของผู้อื่นให้กำเริบก็จะเป็นบาป
เด็กไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่หมดเท่าไหร่ก็ไม่ว่า ขอให้รักษาหน้าตาไว้ได้ ฉันใด มนุษย์เป็นสัตว์สังคมย่อม
ผู้ใหญ่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กผู้หญิงหมดเท่าไหร่ก็ไม่ว่า ขอให้ฉันสวยฉันงาม ฉันนั้นแหละ.......โยม ต้องการได้รับการเชิดหน้าชูตา
ผู้ใหญ่เห็นว่าเงินทอง ดีงามกว่า ความประพฤติดีประพฤติชอบ ฉันใด ไม่ต้องการการดูถูกเหยียดหยาม
เด็กก็เห็นว่าการสวยงามที่ไม่เหมาะสม ดีงามกว่า จิตใจ+ความประพฤติสวยงาม ฉันนั้นแหละ.......โยม ในการเข้าสังคมทุกที่ทุกเวลา
เราอยู่ในสังคมที่วิปริต ถ้าเราไม่วิปริตตาม ( ไม่ทำตามที่คนอื่นเขาทำกัน + ไม่ทำตามๆกันไป ) ก็จะไม่สามารถเข้าสังคมเข้าพวกได้ + ไม่ได้รับการเชิดหน้าชูตาในการเข้าสังคม + ได้รับความอับอายในการเข้าสังคม กลายเป็นคนแปลกแยกไม่มีที่ยืนในสังคม กลายเป็นคนบ้า เพราะว่าทำไม่เหมือนชาวบ้านที่เขาทำกันทั้งบ้านทั้งเมือง แต่ถ้าบ้าในสิ่งที่ถูกที่ชอบที่ควร - ในทางที่ถูกที่ชอบที่ควร มันก็สมควรจะบ้าไม่ใช่หรือ (คล้ายๆกับว่าคนในสังคมกำลังพากันเดินไปในทางที่จะตกเหว แล้วเรายังจะหน้ามืดตามพวกเขาไปอีกหรือ?.....โยม ) + ( สิ่งที่ถูกต้องไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่นิยมปฏิบัติและสิ่งที่เป็นที่นิยมไม่จำเป็นต้องถูกเสมอไป)
“เมื่อขรัวโตบ้า พากันนิยมชมว่าขรัวโตเป็นคนดี ยามนี้ขรัวโตเป็นคนดี พูดกันบ่นอู้อี้ว่าขรัวโตบ้า”..(ขอสัตว์ทั้งปวงจงเป็นสุข ขอสัตว์ทั้งปวงจงพ้นทุกข์)
สรุป ๑. “การที่ผู้หญิง (ไม่มียางอาย) แต่งตัวโป๊ (จะเป็นเหตุยั่วราคะผู้ชายให้เกิด-ไม่ว่าจะมีเจตนาหรือไม่ ) เป็นสิ่งที่ผิดและไม่ปกติไม่ธรรมดา เป็นเรื่องน่าละอาย ได้กลับกลายเป็น (ผู้หญิงไม่แต่งตัวโป๊อายเพื่อนกลัวถูกเพื่อนล้อว่าNerd!) สิ่งที่ถูกต้องดีงาม และเป็นเรื่องปกติธรรมดา ในสังคมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (หญิงใดไม่แต่งตัวโป๊จะกลายเป็นคนผิดปกติ จะอายในการเข้าสังคม จะถูกมองด้วยสายตาแปลก ๆ +ผู้ชายมองแล้วเมิน + ผู้หญิงมองว่าเป็นแกะดำ)
๒. “การที่ผู้หญิงแต่งกายไม่เหมาะสม ปรากฏต่อสาธารณะ เป็นต้นเหตุแห่งปัญหาทางสังคมเกี่ยวกับการกระทำผิดเรื่องเพศ ”…… (เด็กรุ่นใหม่เคยทราบไหม)
๓. สังคมในปัจจุบันไม่มีความรู้ความสามารถในการแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ (ไม่รู้ว่าอันไหนเป็นทาง อันไหนไม่ใช่ทาง ไม่รู้ทางไหนเจริญ ทางไหนเสื่อม ไม่รู้ว่าทางไหนทุกข์ ทางไหนสุข ไม่รู้ว่าอะไรเป็นบาป อะไรเป็นบุญ ไม่รู้ว่าอะไรเป็นคุณ อะไรเป็นโทษ ไม่รู้ว่าอะไรมีสาระ อะไรไม่มีสาระ ไม่รู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว ไม่รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม-เกิดมาเพื่อสนองความอยากไปวันๆเพียงแค่นั้นเองหรือเกิดมาชาติหนึ่ง? ไม่รู้ว่าเกิดมาแล้วควรจะไปทางไหนดี ไม่รู้ว่าอะไรเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ไม่รู้ว่าอะไรเป็นทางดับเหตุให้เกิดทุกข์ ไม่รู้ว่าตัวเองว่ายอยู่ในทะเลทุกข์วนเวียนอยู่ในสงสารวัฏฏ์นานชั่วกัปชั่วกัลป์ + เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ยินแล้วไม่มีใครพูดถึงแล้ว-กุลสตรี-หิริโอตตัปปะ-ศีล-มนุษย์ผู้มีใจสูง-นรก-สวรรค์-นิพพาน-ไม่ผิดศีลไม่ผิดธรรม-กฎแห่งกรรม-อริยทรัพย์-มักน้อย-พอเพียง-แบ่งปัน-ไม่แก่งแย่งแข่งขันกัน-น้ำใจ-เอื้ออาทรต่อกัน-หวังดีต่อกัน-เมตตาต่อกัน-การให้อภัย -ทาน) แล้วพอกระแสสังคมที่เชี่ยวกรากมีความเห็นผิด ( เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ) ก็ก่อให้เกิดการประพฤติผิดแล้วก็ก่อให้เกิดทุกข์+ปัญหาสังคมต่างๆตามมา โดยที่เขาเหล่านั้นไม่รู้ตัวว่าตนเองมีความเห็นและความประพฤติผิดแล้วก็ไม่รู้ว่าความเห็นผิดและความประพฤติผิดของตนสร้างทุกข์สร้างปัญหาให้กับตนเองและผู้อื่นอย่างไร แล้วยังแถมมันผู้ใดไม่มีความคิดและความประพฤติเหมือนสังคมที่ผิดก็จะไม่ให้เข้าสังคม+เข้ากลุ่มและถูกต่อว่าติฉินนินทา
๔. ถ้าให้เลือกระหว่าง อายที่จะแต่งตัวโป๊ กับ อายที่ไม่ได้ทำตามกระแสสังคม คุณจะเลือกอายแบบไหน??? (ควรจะละอายชั่วเกรงกลัวต่อบาป)
๕. รู้จักแต่สิทธิ์ส่วนบุคคลของตน+แฟชั่น แต่ไม่รู้จักแต่งตัวโป๊+เคารพสิทธิ์ส่วนบุคคลของผู้อื่น+กาลเทศะ+เคารพให้เกียรติกฎระเบียบของสถานที่
๖. แฟชั่นไม่ใช่เหตุผลแต่เป็นข้ออ้างในการแต่งตัวโป๊ (แฟชั่นเกิดจากสติปัญญาในการแต่งตัว แต่การแต่งตัวโป๊เกิดจากหมดปัญญาที่จะสร้างแฟชั่นแล้ว)
๗. ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร กับสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว กับไม่ยอมรับว่าสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ไม่เหมือนกันน่ะ...โยม
๘. คนหนึ่งชอบแต่งตัวโป๊เป็นชีวิตจิตใจ+อีกคนหนึ่งชอบดูคนโป๊เป็นจิตวิญญาณ แล้วมันจะสงบสุข ไม่มีปัญหา ไม่สร้างความเดือดร้อนได้อย่างไร
๙. เด็กเกิดมาไม่รู้ว่าถ่านที่ติดไฟมันร้อน ผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน ตะโกนคอแทบแตกว่าอย่าไปจับ ด้วยความที่เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้อะไรเลย แต่หลงตนว่ารู้ทุกอย่าง และไม่ฟังผู้ใหญ่ (ทั้งๆที่ยังแบมือขอเงินผู้ใหญ่ยังเอาตัวไม่รอด) แล้วเด็กรุ่นนี้โตเป็นผู้ใหญ่จะเอาอะไรไปสอนเด็กสอนลูกสอนหลานละคร้าบ???
๑๐. ชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะคิดพูดทำได้แล้วการกระทำของเราจะกำหนดชะตาชีวิตของเราว่าจะดีหรือร้าย......เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้