ชอบอ่านหนังสือเช่นเดียวกันค่ะ ตอนแรกก็เริ่มจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นก่อน ต่อมาก็เริ่มเบื่อแล้วก็หานิยายอ่าน จำได้ว่าตอนอยู่มัธยมต้นอ่านนิยายของห้องสมุดประชาชนจนหมดทุกเรื่อง..หลังจากนั้นก็เริ่มรู้แนวการดำเนินเรื่องก็เริ่มเบื่ออีก..ก็เลยหันมาอ่านนิยายอิงประวัติศาสตร์อย่างเช่น สี่แผ่นดิน ผู้ชนะสิบทิศ และวรรณคดี เช่น อิเหนา ขุนช้างขุนแผน พระอภัยมณี จนกระทั่งทุกวันนี้ก็ยังชอบอ่านนิยาย แต่หนังสืออื่น ๆ ก็อ่านได้ จะขึ้นรถลงเรือก็ต้องมีหนังสือติดตัวไว้ตลอด (แต่อ่านหนังสือบนรถไม่ดีต่อสายตานะคะ)
เห็นด้วยนะคะกับผู้เขียนที่บอกไว้ว่าครอบครัวมีส่วนอย่างมากกับการเป็นแบบอย่างและปลูกฝังให้คนในครอบครัวรักการอ่าน เพราะตัวเองก็อยู่ในครอบครัวที่ชอบอ่านหนังสือ พ่อกับแม่เป็นแฟนพันธุ์แท้หนังสือ "บางกอก" กับ "ทานตะวัน" จำได้ว่าหน้าปกหนังสือที่มีดาราส่วย ๆ พ่อตัดแล้วแปะฝาบ้านได้ทั้งหลังเลยล่ะ (หึ ๆ ) ปัจจุบันพ่อหันมาอ่านหนังสือพิมพ์แล้ว คืออ่านทุกหน้าทุกคอลัมน์เลยล่ะ เรียกได้ว่าเกินคุ้มจริง ๆ กับเงิน 8 บาทที่ซื้อหนังสือพิมพ์มา
ประโยชน์ของการอ่านนั้นมีมากมายและเกือบทุกคนก็จะรู้อยู่แล้ว แต่ก็น่าแปลกที่บ้านเรามีน้อยคนที่จะรักการอ่าน เมื่อหลายปีที่แล้วจำไม่ได้ว่างานอะไร มีการจัดสัปดาห์หนังสือขึ้นที่ราชภัฏ (ส่วนวังจันทน์) มีคนมาดูงานน้อยมากเมื่อเทียบกับอัตราประชากร มันเป็นสิ่งที่สะท้อนได้อย่างดีว่า....เรารักการอ่านกันเพียงใด?
เคล็ดลับง่าย ๆ อ่านในสิ่งที่เราชอบและสนใจก่อน หลังจากนั้นคุณจะพบว่าโลกนี้มีสิ่งที่เราไม่รู้อย่างมหาศาลเลยทีเดียวเชียว