ตอนแรก หนูก็ไม่ทราบว่า "นายเต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี" คือใคร มาทราบในตอนหลัง ว่า "นายเต็มศักดิ์" มีสถานะเป็นอาจารย์หมอ.........(จริงๆ แล้ว หนูเป็นคนกลัวหมอ...แต่จะกลัวก็ต่อเมื่อ ไปรับการรักษาเท่านั้นค่ะ..........) แต่ตอนนี้ ที่หนูกำลังสื่อสารกับ "นายเต็มศักดิ์" หรือ คุณหมอเต็มศักดิ์ หนูไม่ได้กลัวนะคะ..... แล้วหนูก็เคยลองถามตัวเองแล้ว ว่าทำไมถึงกลัวหมอ
คำตอบคือ หมอทำให้เรารู้สึกว่า เรากำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า "OUT OF CONTROL" ค่ะ แต่ถ้าให้วิเคราะห์ไปอีกว่าทำไม....ก็ได้คำตอบอีกซึ่งยาวด้วยค่ะ.......แล้วก็ปวดศีรษะด้วยค่ะ.......
หนูเคยตกอยู่ในสภาพ "OUT OF CONTROL " ...ตอนที่....กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว เด็กหญิงน้อยโหน่ง มีอาชีพ "รับจ้างเป็นนักเรียน"......ก็มีความสุขสนุกสนานกับการเรียน ในโรงเรียนขึ้นต้นว่า "สาธิต" แห่งหนึ่งในเมืองหลวง..........อยู่มามิช้ามินาน....เพื่อนของ เด็กหญิงน้อยโหน่ง มาชักชวนให้ไปเรียนต่ออีกโรงเรียนหนึ่ง....ซึ่งมีแต่ทีมชาติอยู่เต็มเลยค่ะ.........เด็กหญิงน้อยโหน่งมิรอช้า....ฟิตซ้อมสารพัด เพื่อให้ได้ดั่งใจหวัง..........แล้วก็สมหวังเมื่อวันประกาศผล.........แต่.....เมื่อผ่านเข้าไป..ปรากฏว่า .......ทุกครั้งที่มีวิชาภาษาที่ประเทศยุโรปเขาใช้กัน.........เด็กหญิงน้อยโหน่งต้องพบกับสภาวะ " OUT OF CONTROL" จากบุคลากรทางการศึกษา ที่มีหน้าที่ถ่ายทอดวิทยายุทธ..........ท่านใช้วิธี "NO PAIN NO GAIN" เพื่อให้เหล่าจอมยุทธ อินเทิร์น ทั้งหลาย ฮึดสู้.......ฮึดสู้แล้ว.....จะได้ทำวีซ่าเพื่อข้ามสีทันดร ไปสู่การศึกษาอีกระดับได้ .(ท่านก็ทำด้วยพื้นฐานของความหวังดี) แต่เด็กหญิงน้อยโหน่ง.....อ๊ะจ๊าก!.........รู้สึกว่า "ทำไมภาระการศึกษาของเรา ถึงหนักหน่วงขนาดนี้........" ไม่ใช่การบ้านหรอกนะคะ...ที่ทำให้รู้สึกว่าหนักหน่วง แต่............เป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ จากเดิมที่เคยเป็นมือวางอันดับต้นๆของรร.เก่า (ซึ่งมีสภาพเรียนสนุกลุกนั่งสบาย.....เด็กคือสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่น่ารักในสายตาครู ) กลายเป็นตกอันดับมือวาง.....เพราะเมื่อเจอนโยบาย "NO PAIN NO GAIN เด็กหญิงน้อยโหน่งไม่มีแรงฮึดสู้........กลายเป็นวัชพืชไปซะแล้วค่ะ .....ขอสารภาพตรงๆ ว่าก่อนที่หนูจะกลัวหมอ หนูกลัวคุณครูมากๆเลยค่ะ.......ทั้งๆที่หนูก็ขยันแล้วนะคะ แต่เวลาคุณครูเรียกตอบ.....ถ้าตอบผิดนิดเดียว.....เสียงดังตุ๊บ....จะตามมาทันที........บางที....ท่านก็ฝากรอยเล็บของท่านไว้ที่มือ+แขนของเด็กหญิงน้อยโหน่ง.....และมีประโยคท่อนฮุคเพื่อเป็นการคอนเฟิร์มกับเพื่อนในชั้นเรียนว่า เราอยู่ในสถานะไหนในสายตาครู .แต่เราจะรู้สึกไม่ดีกับท่านก็ไม่ได้ใช่มั๊ยคะ.......เพราะจะเป็นบาปกรรมเปล่าๆ แล้วตอนนั้น เด็กหญิงน้อยโหน่งก็ไม่ทราบจะติดต่อรัฐบาล เพื่อเสนอแนวคิดเห็นเพิ่มเติมต่อนโยบายการเรียนการสอนได้ที่ไหน แฟชั่นอินเทรนด์ของวัยนั้น คือ การต้องสอบเทียบ... ..(แต่จะเพื่ออะไรนั้น......เด็กหญิงน้อยโหน่ง เข้าใจเพียงแต่ว่า เพื่อให้พ้นสภาพ OUT OF CONTROL ) ทุกทีที่มีการเรียนวิชานี้......เด็กหญิงน้อยโหน่ง จะแอบเหลือบมองนาฬิกา......ว่า จะหมดเวลาหรือยัง...........ถ้าเป็นอีก 10 นาทีจะหมดเวลาละก็.......ในใจหนูจะมีเสียงแบบที่เขาประกาศตามห้างสรรพสินค้าว่า "ตึ่ง...ตึง...ตึง..ตึ๊ง.........ท่านผู้มีอุปการะคุณ...โปรดทราบ ขณะนี้เหลือเวลาอีก 10 นาที จะหมดเวลาแล้วค่ะ....." พร้อมกับรู้สึกบาปๆอยู่ในใจยังไงก็ไม่ทราบ........
แต่หนูก็ไม่ทราบว่า แท้จริง มันจะใช่เหตุผลนี้หรือเปล่า ที่ทำให้หนูกลัวหมอ...... แต่คิดย้อนไปถึงเหตุการณ์นี้ทีไร หนูปวดหัว และไม่สบายใจทุกทีเลยค่ะ..........ตอนนี้หนูคงต้องพึ่งประโยคที่ว่า "อย่าคิดมากเลย...ทำใจให้สบาย" อีกแล้วนะคะ...คุณหมอ....