ความเห็น 214455

ว่าด้วยเรื่อง..ทำใจให้สบาย

น้อยโหน่ง
IP: xxx.120.36.96
เขียนเมื่อ 

ตอนแรก หนูก็ไม่ทราบว่า "นายเต็มศักดิ์  พึ่งรัศมี" คือใคร  มาทราบในตอนหลัง ว่า "นายเต็มศักดิ์" มีสถานะเป็นอาจารย์หมอ.........(จริงๆ แล้ว หนูเป็นคนกลัวหมอ...แต่จะกลัวก็ต่อเมื่อ  ไปรับการรักษาเท่านั้นค่ะ..........)    แต่ตอนนี้ ที่หนูกำลังสื่อสารกับ "นายเต็มศักดิ์"   หรือ คุณหมอเต็มศักดิ์   หนูไม่ได้กลัวนะคะ..... แล้วหนูก็เคยลองถามตัวเองแล้ว ว่าทำไมถึงกลัวหมอ    

              คำตอบคือ  หมอทำให้เรารู้สึกว่า  เรากำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า  "OUT  OF   CONTROL" ค่ะ แต่ถ้าให้วิเคราะห์ไปอีกว่าทำไม....ก็ได้คำตอบอีกซึ่งยาวด้วยค่ะ.......แล้วก็ปวดศีรษะด้วยค่ะ.......

               หนูเคยตกอยู่ในสภาพ "OUT  OF  CONTROL " ...ตอนที่....กาลครั้งหนึ่ง  นานมาแล้ว  เด็กหญิงน้อยโหน่ง   มีอาชีพ "รับจ้างเป็นนักเรียน"......ก็มีความสุขสนุกสนานกับการเรียน   ในโรงเรียนขึ้นต้นว่า "สาธิต" แห่งหนึ่งในเมืองหลวง..........อยู่มามิช้ามินาน....เพื่อนของ เด็กหญิงน้อยโหน่ง มาชักชวนให้ไปเรียนต่ออีกโรงเรียนหนึ่ง....ซึ่งมีแต่ทีมชาติอยู่เต็มเลยค่ะ.........เด็กหญิงน้อยโหน่งมิรอช้า....ฟิตซ้อมสารพัด เพื่อให้ได้ดั่งใจหวัง..........แล้วก็สมหวังเมื่อวันประกาศผล.........แต่.....เมื่อผ่านเข้าไป..ปรากฏว่า .......ทุกครั้งที่มีวิชาภาษาที่ประเทศยุโรปเขาใช้กัน.........เด็กหญิงน้อยโหน่งต้องพบกับสภาวะ " OUT  OF  CONTROL"  จากบุคลากรทางการศึกษา ที่มีหน้าที่ถ่ายทอดวิทยายุทธ..........ท่านใช้วิธี "NO  PAIN   NO  GAIN"  เพื่อให้เหล่าจอมยุทธ อินเทิร์น  ทั้งหลาย ฮึดสู้.......ฮึดสู้แล้ว.....จะได้ทำวีซ่าเพื่อข้ามสีทันดร ไปสู่การศึกษาอีกระดับได้  .(ท่านก็ทำด้วยพื้นฐานของความหวังดี)  แต่เด็กหญิงน้อยโหน่ง.....อ๊ะจ๊าก!.........รู้สึกว่า "ทำไมภาระการศึกษาของเรา ถึงหนักหน่วงขนาดนี้........"      ไม่ใช่การบ้านหรอกนะคะ...ที่ทำให้รู้สึกว่าหนักหน่วง  แต่............เป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ    จากเดิมที่เคยเป็นมือวางอันดับต้นๆของรร.เก่า (ซึ่งมีสภาพเรียนสนุกลุกนั่งสบาย.....เด็กคือสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่น่ารักในสายตาครู  )   กลายเป็นตกอันดับมือวาง.....เพราะเมื่อเจอนโยบาย "NO PAIN   NO GAIN   เด็กหญิงน้อยโหน่งไม่มีแรงฮึดสู้........กลายเป็นวัชพืชไปซะแล้วค่ะ .....ขอสารภาพตรงๆ ว่าก่อนที่หนูจะกลัวหมอ     หนูกลัวคุณครูมากๆเลยค่ะ.......ทั้งๆที่หนูก็ขยันแล้วนะคะ   แต่เวลาคุณครูเรียกตอบ.....ถ้าตอบผิดนิดเดียว.....เสียงดังตุ๊บ....จะตามมาทันที........บางที....ท่านก็ฝากรอยเล็บของท่านไว้ที่มือ+แขนของเด็กหญิงน้อยโหน่ง.....และมีประโยคท่อนฮุคเพื่อเป็นการคอนเฟิร์มกับเพื่อนในชั้นเรียนว่า  เราอยู่ในสถานะไหนในสายตาครู        .แต่เราจะรู้สึกไม่ดีกับท่านก็ไม่ได้ใช่มั๊ยคะ.......เพราะจะเป็นบาปกรรมเปล่าๆ   แล้วตอนนั้น เด็กหญิงน้อยโหน่งก็ไม่ทราบจะติดต่อรัฐบาล  เพื่อเสนอแนวคิดเห็นเพิ่มเติมต่อนโยบายการเรียนการสอนได้ที่ไหน  แฟชั่นอินเทรนด์ของวัยนั้น  คือ  การต้องสอบเทียบ... ..(แต่จะเพื่ออะไรนั้น......เด็กหญิงน้อยโหน่ง  เข้าใจเพียงแต่ว่า  เพื่อให้พ้นสภาพ OUT  OF  CONTROL )       ทุกทีที่มีการเรียนวิชานี้......เด็กหญิงน้อยโหน่ง  จะแอบเหลือบมองนาฬิกา......ว่า  จะหมดเวลาหรือยัง...........ถ้าเป็นอีก 10 นาทีจะหมดเวลาละก็.......ในใจหนูจะมีเสียงแบบที่เขาประกาศตามห้างสรรพสินค้าว่า  "ตึ่ง...ตึง...ตึง..ตึ๊ง.........ท่านผู้มีอุปการะคุณ...โปรดทราบ  ขณะนี้เหลือเวลาอีก 10 นาที จะหมดเวลาแล้วค่ะ....."    พร้อมกับรู้สึกบาปๆอยู่ในใจยังไงก็ไม่ทราบ........

        แต่หนูก็ไม่ทราบว่า แท้จริง มันจะใช่เหตุผลนี้หรือเปล่า   ที่ทำให้หนูกลัวหมอ......   แต่คิดย้อนไปถึงเหตุการณ์นี้ทีไร  หนูปวดหัว และไม่สบายใจทุกทีเลยค่ะ..........ตอนนี้หนูคงต้องพึ่งประโยคที่ว่า "อย่าคิดมากเลย...ทำใจให้สบาย"  อีกแล้วนะคะ...คุณหมอ....