เมื่อเกือบสามสิบปีที่แล้ว ตอนที่ผมกำลังเรียนอยู่ประถมปลาย (ป.5-7สมัยนั้นเรายังแยกเป็นประถมต้นและประถมปลาย ประถมปลายจะมีความพร้อมที่จะเข้าเรียนต่อมัธยมมาก ไม่ว่าจะเป็นครู เครื่องไม้เครืองมือ เรียกได้ว่าน้องๆมัธยม หลังจากแผนการศึกษาปี 2520 ไม่รู้ว่าพหูสูตรท่านใดรวมชั้นประถมเข้าด้วยกันแล้วตัดออกไปหนึ่งปี เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ชั้นเรียนประถมเพิ่มขึ้นทันทีหลายหมื่นห้องครูขาดทันทีหลายหมื่นคน คุณภาพการศึกษาระดับประถมศึกษาทั้งระบบล้มเหลวมาจนถึงทุกวันนี้ ) พวกเรานักเรียนสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์ การทดลอง การประดิษฐ์กันมาก เพราะได้มีการปฏิบัติจริง มีความท้าทายการเรียนการสอนเป็นไปอย่างสนุกสนาน ทั้งที่เป็นโรงเรียนบ้านนอก
อุปสรรคที่สำคัญของพวกเราไมใช่การทำความเข้าใจในห้องเรียน แต่เป็นความยากลำบากในการหาอุปกรณ์เพื่อนำมาทำสิ่งที่เราอยากทำ ซึ่งก็มีพื้นฐานมาจากตำราเรียนนั่นเอง อย่างเช่นเราอยากทดลองประดิษฐ์มอเตอร์หรือไดนาโม หลักการเรื่องขดลวดตัดสนามแม่เหล็กใครก็รู้ แต่เวลาลงมือทำเราหาอุปกรณ์ในท้องตลาดในตัวจังหวัดของเรา หรือใกล้เคียงไม่ได้เลย ผมจำได้ว่าต้องแคะแม่เหล็กจากกล่องดินสอมาใช้ แกะมอเตอร์เด็กเล่นเอาชุดขดลวดที่พันเหล็กมาใช้ เอาสังกะสีมาตัดทำตัวถังแค่นี้ต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์แต่ก็ภูมิใจอย่างที่สุดที่มันทำงานได้
ที่จริงเราอยากทดลองประดิษฐ์อะไรอีกหลายอย่างเช่นเครื่องจักรไอนำ แต่มาดูเรื่องอุปกรณ์ และระดับความรู้ของพวกเราแล้วคงเป็นไปได้ยาก แต่ก็ฝันอยู่เสมอ..
ต่อมาเมื่ออยู่มัธยม เราอยากประดิษฐ์วิทยุรับส่ง อุตสาห์ไปควานหาวงจรมา(คิดดูว่าไม่มี internet เหมือนปัจจุบันมันยากแค่ไหน) เมื่อได้แล้วก็พยายามหาซื้ออุปกรณ์ใช้เวลาสะสมนานมากเพราะต้อตระเวนหาซื้อหลายแห่งแม้แต่เดินทางข้ามจังหวัดไปก็เคย ที่ร้ายกว่านั้นเมื่อนำมาประกอบ มาทดลองก็ต้องหลบๆซ่อนๆเพราะมันมีกฎหมายควบคุม เป็นเรื่องความมั่นคง (เยาวชนเราก็เลยโง่อย่างมั่นคง) spec บอกว่าส่งได้ไกล 300 ม. ของเราทดลองแทบแย่ได้ไม่เกิน 15 เมตร...ดีใจแทบตาย
เชื่อไหมครับ วันนี้ ขณะที่โลกก้าวหน้ามาขนาดนี้ เด็กหัวเท่ากำปั้นยังมีโทรศัพท์มือถือใช้ แต่ลองไปหาอุปกรณ์ที่เด็กจะสามารถเอามาใช้เป็นวัตถุดิบประดิษฐ์สิ่งของตามจินตนาการดูเถอะครับ...
..เฟืองพลาสติกซักตัวยังต้องไปแกะเอาจากของเล่นเก่าเหมือนเมื่อ 30 ปีที่แล้วอยู่เหมือนเดิม
ไม่เถียงครับว่าในร้านหนังสือชั้นนำ หรือร้านคุรุภัณฑ์ใหญ่ๆ มีพวกชุด kit เสริมทักษะพวกนี้ขาย แต่ถามว่าเมื่อดูราคาแล้วเด็กที่มีฐานะธรรมดาๆจะมีปัญญาหาซื้อได้ไหม?
นี่สะท้อนความตระหนัก ความจริงใจ วิสัยทัศน์ของผู้ใหญ่ ของผู้รับผิดชอบหรือเปล่าครับ
พอมีใครสะกิด มีกระแส เอ้าระดมกันมาส่งเสริมฮือฮากันเกรียวกราว...
...ไม่พ้นเทอมหน้าก็เลิกฮิตครับ !