การบรรยายเรื่อง หลักเศรษฐศาสตร์มหภาคเบื้องต้นกับงานสหกรณ์ โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ในวันที่ 20 สิงหาคม 2553

  • ประสิทธิภาพการผลิตภาคเกษตรไม่ได้อยู่ที่ Input เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงและพันธุ์พืชเท่านั้น ภาคเกษตรต้องสนใจทุนมนุษย์ด้วย
  • ประเทศไทยกำลังพึ่งพาการกู้เงินต่างประเทศ สหกรณ์ออมทรัพย์ควรทำเรื่องการออมให้ดีขึ้น
  • ไทยจะเจริญได้ด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม สหกรณ์ก็ต้องมีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
  • ไทยไม่ควรลืมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพราะเราเป็นเศรษฐกิจแบบเปิด
  • GDP = C+I+G+X-M
  • C คือ การบริโภคในประเทศไทยไม่ดี
  • I คือ การลงทุน ไทยมีการลงทุนจากต่างประเทศน้อยมากตอนนี้
  • G คือ การลงทุนและใช้จ่ายของรัฐบาล ไทยดีอยู่ ทำให้ไทยยังอยู่รอด
  • X คือ การส่งออก
  • M คือ การนำเข้า การส่งออกยังน้อยกว่านำเข้า
  • สหกรณ์ควรเพิ่มการบริโภคในประเทศไทยและการลงทุนให้มากขึ้น
  • GDP ทำให้รู้สถานภาพประเทศไทย รายได้ประชาชาติไทย 4,000 ดอลล่าร์ต่อคนต่อปี ห่างจากสิงคโปร์ 12 เท่า
  • การเปรียบเทียบความร่ำรวยโดยใช้ GDP ต่อหัว มีปัญหาค่าครองชีพไม่เท่ากัน ไทยไม่ได้จนกว่าสิงคโปร์ 12 เท่า ต้องดู Purchasing Power Parity (PPP) ด้วยโดยดูค่าครองชีพ
  • คนไทยแม้จนกว่าสิงคโปร์ แต่ก็มีความสุขมากกว่า
  • สหกรณ์ควรคิดถึงคุณภาพชีวิตไม่ใช่คิดถึงแค่เงินอย่างเดียว
  • GDP มีจุดอ่อนคือไม่ได้หักสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ถ้าหักอาจทำให้ไทยติดลบ
  • ปัจจุบัน รายได้จากภาคเกษตรคิดเป็นไม่ถึง 10% ของ GDP ประเทศไทย แสดงว่าประสิทธิภาพการผลิตไม่ดี
  • สหกรณ์ควรเข้าไปสู่ภาคบริการมากขึ้น
  • ในการจ้างงาน ภาคเกษตรมีถึง 45% ถือว่าใช้แรงงานมากเกินไปเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพการผลิต
  • จุดอ่อนการจ้างงาน คือจ้างงานมากแต่ค่าจ้างถูก คนที่มีงานทำเกือบจะอยู่ไม่รอด
  • ที่น่ากลัวคือแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย ควรคิดให้ดีว่าจะจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างไร
  • การนับกำลังแรงงานคือ ต้องดูว่าอายุเกิน 15 ปีและมีความต้องการทำงาน และถามว่ามีงานทำหรือเปล่า
  • ในประเทศไทย ผู้หญิงมีบทบาทในกำลังแรงงานมาก และผู้หญิงมีศักยภาพในการทำงาน
  • ประเทศไทยไม่ควรใช้สวัสดิการแบบให้เปล่า
  • ควรเพิ่มความรู้และทักษะให้เกษตรกรมากขึ้น
  • การศึกษาไทยอ่อนแอ จึงได้เด็กคิดไม่เป็น วิเคราะห์ไม่เป็น เมื่อเข้าภาคเกษตรก็เป็นแรงงานที่แข่งขันไม่ได้ แก้ปัญหาไม่ได้ แล้วก็ไปคอรัปชั่น
  • สหกรณ์ควรเป็นตัวแทนในการปลูกฝังความรู้
  • ประเทศไทยต้องมีดุลการค้าซึ่งมาจากส่งออกและนำเข้า ต้องมีดุลการค้าเป็นบวกคือส่งออกมากกว่านำเข้า
  • จีนเก่งด้านส่งออก
  • ดุลบัญชีบริการคืออื่นๆที่ไม่ใช่สินค้า
  • Logistics ของไทยแพง เพราะมีสินค้ามากแต่ไม่มีเรือของตนเอง
  • บัญชีทุนคือการยืมเงินมาจากต่างประเทศ
  • สหกรณ์เกี่ยวข้องกับดุลการค้าและดุลบัญชีบริการ ต้องส่งออกมากๆ
  • อัตราแลกเปลี่ยนเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลจีนควบคุมเงินหยวนไม่ให้แข็งค่า ทำให้จีนส่งออกได้มาก
  • นายธนาคารทั่วโลกอยากจะเก็บเงินหยวนไว้ แต่รัฐบาลจีนพยายามควบคุมเงินหยวนไม่ให้มีการเก็งกำไร
  • วิกฤติต้มยำกุ้งเกิดขึ้นเพราะไทยเปิดเสรีการเงิน กู้เป็นดอลล่าร์ กู้มาในอัตราแลกเปลี่ยน 25 บาทต่อดอลล่าร์ แต่จ่ายคืนมากกว่านั้น
  • วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ทำให้อเมริกาและยุโรปนำเข้าสินค้าจากไทยน้อยลง
  • ประเทศไทยมีการออมน้อย ต้องมีการกู้ต่างประเทศ
  • โลกาภิวัตน์คือการเปิดเสรีทางการค้า
  • ถ้าสหกรณ์พัฒนาคนดี ก็ส่งออกได้มาก และขยายตลาดได้มากขึ้น แต่คนสหกรณ์คุณภาพยังไม่พอจึงฉกฉวยประโยชน์จากต่างประเทศได้ไม่มาก
  • โลกาภิวัตน์ทำให้มีการกีดกันทางการค้าน้อยลง ทำให้ส่งออกได้มากขึ้น แต่ต้องคำนึงถึงสุภาพอนามัยและมาตรฐานโลก
  • โลกาภิวัตน์กระตุ้นให้สหกรณ์ปรับตัว
  • โลกาภิวัตน์กระตุ้นให้มีการแข่งขันด้านราคา ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น

Workshop เศรษฐศาสตร์มหภาค

1. 2 กลุ่มแรก มาเรียนครั้งนี้ เห็นปัญหาประสิทธิภาพการผลิตของภาคเกษตรตกต่ำ(Q/L)

            -สหกรณ์การเกษตรและธกส.จะช่วยพัฒนาทุนมนุษย์ในภาคเกษตรอย่างไรที่เป็นรูปธรรม

2. สหกรณ์กับโลกาภิวัตน์จะสร้างโอกาส แก้ปัญหาคุกคามอย่างไร (3 กลุ่ม)

            -เน้นโครงการที่ใช้โอกาสของโลกาภิวัตน์ 3 โครงการ

            -เน้นการแก้ปัญหาคุกคามของโลกาภิวัตน์ อย่างไร อีก 3 โครงการ

กลุ่ม 1

ดู 4M ได้แก่ คน เงิน เครื่องมือ วิธีการ

ให้ความสำคัญคน เช่นพัฒนาคนสหกรณ์ และหน่วยงานข้างนอก รวมทั้งสันนิบาตสหกรณ์

 

ในด้านเงิน  หน่วยงานที่ดูแลคือสหกรณ์ ส่วนธกส.เป็นหน่วยสนับสนุน

 

ต้องอาศัยภาครัฐสนับสนุนวิชาการ

ต้องมีกระบวนการจัดการ ทำให้สหกรณ์และสมาชิกมีวินัย

ต้องอาศัยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 

 

ถ้าคนมีศักยภาพ จะใช้จำนวนคนลดลง

 

ดร.จีระ 

ขอชมเชยที่มองเป็นตัวละครไม่ใช่แค่ในสันนิบาตสหกรณ์

ธกส.ต้องพัฒนาเกษตรกรด้วย

ควรเสนอโครงการพัฒนาเกษตรกรต่อรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

กลุ่ม 2

กระแสโลกาภิวัตน์เป็นทั้งโอกาสและอุปสรรค

 

โอกาส

ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หาข้อมูลตัดสินใจทำวิจัยต่อยอด

ทำให้บุคลากรพัฒนาการศึกษากว้างไกล โลกาภิวัตน์เข้าถึงพื้นที่

ต้นทุนบริหารจัดการลดลง ทำธุรกรรมทางคอมพิวเตอร์

 

อุปสรรค

กระทบร้านค้าปลีกและสหกรณ์

ปกป้องผลประโยชน์

วินัยการเงิน

ใช้พลังงานเกินจำเป็น

 

โครงการ

สร้างวินัยการเงิน

ทำบัญชีครัวเรือน

ประหยัดพลังงานและใช้พลังงานทดแทน

 

ดร.จีระ

ควรให้เกษตรกรได้เรียนทางไกล

ควรกระตุ้นให้มีกฎหมายล็อคพื้นที่เปิดร้าน

 

กลุ่ม 3

โครงการพัฒนาผู้นำเกษตรกรยุคใหม่

เราจะพัฒนานักศึกษาอาชีวะและปริญญาโท มีการคัดเลือกนักศึกษาที่รักชุมชนมาเข้าโครงการ

ปลูกฝังทัศนคติ

ดร.จีระ

ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง