ความเห็น


ในสุตตนิบาต มีพุทธพจน์หลายแห่งตรัสถึงพระอรหันต์ คือผู้บรรลุจุดหมายแห่งชีวิตประเสริฐแล้ว หรือ

ท่านผู้ปฏิบัติถูกต้องแล้วว่า เป็นผู้ที่ ไม่มีทั้งอัตตา และ นิรัตตา หรือทั้ง อตฺตํ และนิรตฺตํ * แปล เป็นไทย

ง่ายๆว่า ไม่มีทั้งอัตตาและไร้อัตตา หรือ ไม่มีทั้งตัวตนและไร้ตัวตน


คัมภีร์มหานิทเทสอธิบาย “อตฺตา” หรือ “อตฺตํ” ว่าได้แก่ อัตตทิฏฐิ คือ ความเห็นว่าเป็นตัวตน

หรือ สัสสตทิฏฐิ คือความเห็นว่า (มีตัวตน) เที่ยงแท้ยั่งยืนคงอยู่ตลอดไป และ (นิรตฺตา” หรือ

“นิรตฺตํ” ว่าได้แก่ อุจเฉททิฏฐิ คือ ความเห็นว่า (ตัวตน) ขาดสูญ

ในสุตตนิบาตที่อ้างข้างต้น คำว่า “อัตตา” หรือ “อัตตัง” จึงแปลได้ 2 อย่าง คือ

แปลว่า ตัวตน หรือ การยึดถือตัวตนก็ได้ แปลว่า สิ่งที่ยึดถือเอาไว้ก็ได้

หมายความว่า ตัวตน ก็คือสิ่งที่ยึดถือเอาไว้เท่านั้นเอง มิใช่สภาวะที่มีอยู่จริง

อีกประการหนึ่ง ในสุตตนิบาตที่อ้างถึงนั่นแหละ ท่านกล่าวถึง อัตตา คู่กับ นิรัตตา

หรือ อัตตัง คู่กับ นิรัตตัง และบอกว่า พระอรหันต์ หรือ ผู้ปฏิบัติชอบ ไม่มีทั้งอัตตา หรือ อัตตัง

และไม่มีทั้งนิรัตตา หรือ นิรัตตัง

นิรัตตา หรือ นิรัตตัง ก็แปลได้ 2 อย่าง เช่นเดียวกับอัตตา หรือ อัตตัง คือ

แปลว่า (การยึดถือว่า) ไม่มีอัตตา หรือ การถือว่า (อัตตา) ขาดสูญ ก็ได้

 

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗
ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=25&A=10608&Z=10674

   ตุวฏกสูตรที่ ๑๔
            พระพุทธนิมิตตรัสถามว่า
            [๔๒๑] ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระทิตย์ ผู้-
                         สงัด และมีความสงบเป็นที่ตั้ง ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ ภิกษุ
                         เห็นอย่างไรจึงไม่ถือมั่นธรรมอะไรๆ ในโลก ย่อมดับ
            พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
                         ภิกษุพึงปิดกั้นเสียซึ่งธรรมทั้งปวง อันเป็นรากเง่าแห่งส่วน
                         ของธรรมเป็นเครื่องยังสัตว์ให้เนิ่นช้าซึ่งเป็นไปอยู่ว่า เป็นเรา
                         ด้วยปัญญา ตัณหาอย่างใดอย่างหนึ่งพึงบังเกิดขึ้น ณ ภายใน
                         ภิกษุพึงเป็นผู้มีสติศึกษาทุกเมื่อ เพื่อปราบตัณหาเหล่านั้น
                         ภิกษุพึงรู้ยิ่งธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ณ ภายใน หรือภายนอก
                         ไม่พึงกระทำความถือตัวด้วยธรรมนั้น สัตบุรุษทั้งหลายไม่
                         กล่าวความดับนั้นเลย ภิกษุไม่พึงสำคัญว่า เราเป็นผู้ประเสริฐ
                         กว่าเขา เสมอเขาหรือเลวกว่าเขา ด้วยความถือตัวนั้น
                         ถูกผู้อื่นถามด้วยคุณหลายประการ ก็ไม่พึงกำหนดตนตั้งอยู่
                         โดยนัยเป็นต้นว่า เราบวชแล้วจากสกุลสูง ภิกษุพึงสงบ
                         ระงับภายในเทียว ไม่พึงแสวงหาความสงบโดยอุบายอย่างอื่น
                         ความเห็นว่าตัวตน ย่อมไม่มีแก่ภิกษุผู้สงบแล้ว ณ ภายใน
                         อนึ่ง ความเห็นว่าไม่มีตัวตน คือ เห็นว่าขาดสูญ จักมีแต่
                         ที่ไหน คลื่นไม่เกิดที่ท่ามกลางแห่งสมุทร สมุทรนั้นตั้งอยู่
                         ไม่หวั่นไหว ฉันใด ภิกษุพึงเป็นผู้มั่นคง ไม่หวั่นไหวใน
                         อิฐผลมีลาภเป็นต้น ฉันนั้น ภิกษุไม่พึงกระทำกิเลสเครื่อง
                         ฟูขึ้นมีราคะเป็นต้น ในอารมณ์ไหนๆ ฯ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี