สิ่งที่ได้รับจากการเดินทางมานครเซี่ยงไฮ้ตามโครงการพัฒนาเครือข่ายสมาคมการค้าในกลุ่มประเทศ ASEAN+6
1) ทราบถึงลักษณะทางกายภาพของนครเซี่ยงไฮ้ ที่มีความเจริญมากเมืองหนึ่งของโลก มีประชากรมากถึง 20 ล้านคน ซึ่งถือได้ว่ามีขนาดเป็น 1/3 ของประเทศไทยทั้งประเทศ ระบบเศรษฐกิจที่เปิดให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมากจึงทำให้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
2) ความจริงจังในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การสร้างความสัมพันธ์กับต่างประเทศของรัฐบาลจีน ดูได้จากความเอาใจใส่ของ Mr. Wezhiyi ที่ดูแลคณะของเรา และช่วยประสานงานให้ได้พบกับหน่วยงานต่างๆของเซี่ยงไฮ้ ทั้งภาคเอกชน และรัฐบาลหลายหน่วยงาน และยังได้ทำความตกลงร่วมกันที่จะพัฒนาเครือข่ายร่วมกันด้วย
3) บทบาทของสมาคมการค้าในนครเซี่ยงไฮ้ ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และบางองค์กรถือเป็นหน่วยงานของรัฐ โดยแต่ละสมาคมจะคอยช่วยดูแลประสานงาน ช่วยเหลือสมาชิก โดยในส่วนนี้สมาคมการค้าของไทยน่าจะได้ศึกษาแล้วนำไปเป็นแบบในการพัฒนาสมาคมให้มีความเข้มแข็งได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สมาคมการค้าของไทยเองยังไม่มีความชัดเจนว่าบทบาทควรจะเป็นอย่างไร และบางสมาคมก็ตั้งขึ้นมาโดยเอกชนเพียงไม่กี่ราย เพื่อที่จะปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มที่มีจำนวนไม่มาก
4) การเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศ ซึ่งในส่วนนี้ประเทศส่วนใหญ่จะมีการจำกัดประกอบธุรกิจของต่างชาติในบางกรณีได้ ซึ่งประเทศไทยเองก็เช่นเดียวกัน แต่แนวโน้มในอนาคตจะต้องมีการเปิดเสรีมากขึ้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะที่กำกับดูแลการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จะต้องทบทวนกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันว่าควรมุ่งไปในทางส่งเสริมให้ต่างประเทศเข้ามาประกอบธุรกิจได้เพิ่มขึ้น หรือยังควรที่จะต้องจำกัดการประกอบธุรกิจ การเข้ามาลงทุนของต่างชาติอีก
จิตรกร ว่องเขตกร สำนักกฎหมายและคดี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า