บทความในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 16 พฤษภาคม 2552

ศึกษากรณี คุณยรรยงที่ครม.

            ช่วงนี้เป็นช่วงที่ประเทศไทยมีข่าวร้อน ๆ การเมืองก็ดูจะจาง ๆ ไป

            เช้าวันที่ 14 ก็ได้เห็นข่าวใหญ่ที่น่าสนใจมาก กรณีขออนุมัติครม.ประมูลข้าวโพดของกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 13 ซึ่งรัฐมนตรีพรทิวา ขอให้คุณยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายในมาชี้แจงซึ่งหลังจากนั้นก็มีการถกเถียงกันอย่างหนักระหว่างนายกฯอภิสิทธิ์และ ครม.ท่านอื่นๆ

            โดยคุณยรรยง อธิบายต่อครม. :

  • ครม.ชุดที่แล้วอนุมัติไปแล้ว
  • ครม.ไม่ใช่นิติบุคคล ทำสัญญาเองไม่ได้
  • จะขอให้ความเห็นชอบตามมติเดิม
  • ฟังแรกๆ ก็มีความรู้สึกว่าคุณยรรยงเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่มีความสามารถเอาเสียเลย พูดกับครม.คล้าย ๆ มาสอนมวย นักการเมือง

จึงขอถือโอกาสวิเคราะห์แบบเป็นกลางและอาจจะมีบทเรียนบางอย่างน่าสนใจให้ท่านผู้อ่านได้นำไปวิเคราะห์ดู

  • ประการแรก คุณยรรยง พวงราช เป็นข้าราชการที่มีอนาคตและมีความรู้ดี สมัยที่ผมสอนธรรมศาสตร์ได้พบปะกับคุณยรรยงหลายครั้ง ตั้งแต่ท่านยังทำงานอยู่ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา
  • เป็นลูกอีสานไต่เต้ามาเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เพราะมีความมุ่งมั่น มานะอดทน ใฝ่รู้
  • เริ่มการเรียนจากอาชีวะที่ศรีสะเกษและมาต่อที่จุฬาฯ เป็นศิษย์เก่าอาชีวะศรีสะเกษที่ทำชื่อเสียงให้โรงเรียน
  • ตามที่ทราบกันไม่มีประวัติด่างพร้อย

คำถามคือ ทำไม่จึงเกิดเหตุการณ์ที่ครม.ในวันที่ 13 กับคุณยรรยงทั้งๆที่เป็นข้าราชการที่ดีและเป็นตัวเก็ง ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนต่อไป

ผมสนใจบทบาทของนักการเมืองกับข้าราชการประจำมานาน  ทำให้ผมฟังข่าวนี้เป็นพิเศษ

ในยุคทักษิณเป็นยุคที่ข้าราชการตกต่ำสุดขีด เพราะยอมทุกอย่างที่นักการเมืองต้องการเรียกว่าช่วงทักษิณสร้างระบอบนี้ไว้อย่างฝังรากลึก

ประเทศที่เจริญแล้ว ประชาธิปไตยนักการเมืองต้องนำ พร้อมคุณธรรม และธรรมาภิบาล มีประโยชน์ต่อส่วนรวม

ดูสไตล์คุณพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้หญิงเก่งของเราก็คงเข้าใจได้บ้าง หลังจากเรียนงานเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ พักหนึ่งก็เริ่มเห็นช่องทางในกระทรวงพาณิชย์มากขึ้น

เรื่องโควตาประมูลข้าวโพดและโควตาประมูลข้าว ก็เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีพรทิวาสนใจเป็นพิเศษ เพราะหมายถึงการหาทรัพยากรเข้าพรรคซึ่งทุกพรรคการเมืองก็คงทำ แต่ต้องทำให้เนียนไม่สร้างผลกระทบเรื่องความโปร่งใสให้รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์

ผมคิดว่าคุณยรรยงคงถูกมอบให้มาเป็นผู้แถลง เพื่อครม.จะได้อนุมัติโครงการดังกล่าว ซึ่งความจริง รัฐมนตรีควรทำหน้าที่เองได้และผมคิดว่า จุดอ่อนของคุณยรรยงคงขาด ประสบการณ์ในระดับความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการกับการเมือง ขาดวิจารณญาณที่รอบคอบ จึงทำไปแล้วถูกใจรัฐมนตรีพรทิวา แต่ไม่ถูกใจ ครม.ทั้งคณะ และจะสร้างปัญหาให้แก่ตัวคุณยรรยงเอง ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือของการเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในสายตานายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์

บทเรียนครั้งนี้ประยุกต์เข้ากับทฤษฎีของการตัดสินผิดพลาดของคนเก่ง ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ ผมได้อ่านหนังสือชื่อว่า Think again เขียนโดย Sydney Finkelstein, Jo Whitehead และ Andrew Campbell ซึ่งร้านคิโนคุนิยะได้นำเสนอให้ผมมาวิจารณ์ให้คนไทยนำไปใช้และวิเคราะห์

ที่ผมชอบหนังสือเล่มนี้เพราะสามารถประยุกต์กับคนไทยได้บางเรื่องและบางเรื่องต้องเข้าใจบริบทของสังคมการเมืองไทยด้วย

ในหนังสือเล่มนี้ เขามี 2 ตาราง

ผิดพลาด

ทางป้องกัน

  • ขาดประสบการณ์
  • ขาดความรอบคอบในการใช้วิจารณญาณ
  • ผลประโยชน์ทับซ้อน
  • เล่นพวกหรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัว

 

  • หาข้อมูลให้ครบถ้วน
  • ปรึกษาหารือให้ละเอียดรอบคอบกับทีมงาน
  • ต้องเน้นธรรมาภิบาล
  • ต้องติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิด
  • คุณยรรยงพลาดในทฤษฎีที่ผมยกตัวอย่างมาหลาย ๆ อย่าง เช่น
  • เรื่องแรกคืออ่อนประสบการณ์ในการอธิบายต่อครม.มองไม่ออกว่าถ้าพูดแบบนี้ไปอะไรจะเกิดขึ้น
  • ขาดความรอบคอบในการใช้วิจารณญาณที่เหมาะสม
  • แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ อาจจะถูกการเมืองนำไปสู่ความไม่โปร่งใส

ผลประโยชน์ของใครกันแน่ ชาติหรือส่วนตัว ซึ่งคุณยรรยงต้องไม่อยู่ในกับดักในจุดนี้

ผมคิดว่าทางรอดของคุณยรรยงในอนาคตคือ ถ้าบางเรื่องถูกต้องการเมืองไม่พอใจก็คงต้องทำไปสู่จุดที่ไม่ถูกต้องก็ต้องทำแบบคุณหญิงทิพาวดี คือถ้าฉันถูกย้าย ฉันก็โอเค หรือ วิธีการเน้นแบบกลางๆ แบบ win win ทั้งกระทรวงพาณิชย์และครม.ไม่เสียหน้า ซึ่งประเด็นที่สอง เน้นความฉลาดเฉลียวที่ข้าราชการผู้ใหญ่ ต้องมีการฝึกให้อยู่รอดในการเมืองไทย ผมหวังว่าอ่านคงจะต้องเรียนรู้ว่า คนดีอย่างคุณยรรยงไม่ควรตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองโดยไม่จำเป็น

 และประเด็นสุดท้ายก็คือระบอบทักษิณในอดีตที่พยายามให้ข้าราชการอ่อนแอและยอมศิโรราบต่อนักการเมือง  ผมเห็นเรื่องเหล่านี้มาตลอด มีลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นผ.อ.อาชีวะบอกว่าทฤษฎีที่อาจารย์ให้มาในตารางขาดอยู่เรื่องหนึ่งที่ฝรั่งไม่เข้าใจคืออำนาจแฝงทางการเมือง ยุคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ต้องยกย่องข้าราชการประจำให้เขามีเกียรติและมีศักดิ์ศรี