คุณหมอคะ
ขอบคุณมากค่ะ ที่คุณหมอเอาเรื่องมาแชร์ให้หลายๆ คนได้มอง เพราะเชื่อว่ามีมุมให้มองหลายมุมทีเดียว เมื่ออ่านแล้ว ก็จะพยายามหาเวลาดูหนังค่ะ (หาหนังมาดูไม่ยาก แต่หาเวลา.. ยากกว่า คงเพราะตัวเองไม่ค่อยดูโทรทัศน์ หรือภาพยนตร์)
สำหรับเรื่องลักษณะนี้แป๊วก็เคยเดินเฉียดๆ มาแล้วเช่นกัน แต่คงมองคนละมุมกับซาร่า (คุณแม่ในเรื่อง)
แป๊ว
==============================
และนี่คือเหตุผล – ความรู้สึกของแม่ที่เขียนใน Email ที่ส่งให้คุณหมออิศรางค์ เมื่อช่วง พ.ค.51
...... .. สำหรับตัวเองแล้ว
- ถ้า HLA ไม่ตรงกัน ก็จบโดยตัวมันเองคือ ธรณ์เป็นผู้บริจาคไม่ได้ ธรณ์ก็ไม่ต้องเจ็บตัว
- ถ้า HLA ตรงกัน ก็ลำบากใจที่จะต้องตัดสินใจ คือไม่อยากให้ลูกเจ็บพร้อมกัน 2 คน เลย แล้วการที่ธรณ์จะเป็นผู้ให้นั้น ธรณ์อาจจะเหมือนกึ่งถูกบังคับ ไม่ได้เป็นผู้เลือกที่จะให้ด้วยตัวเอง รู้สึกเหมือนกับว่า เราละเมิดสิทธิ์ของธรณ์กลายๆ ไปทำให้ธรณ์ต้องเจ็บโดยที่ธรณ์ไม่เต็มใจ
พอผลออกมาว่า HLA ไม่ตรงกัน ก็รู้สึกว่าไม่ได้ผิดหวังอะไร ปัญหาที่คิดจบด้วยตัวมันเอง เราไม่ต้องเป็นผู้เลือก - บังคับลูก ธรรศก็ไม่ต้องทำให้ธรณ์เจ็บตัว เพียงแต่การกระทำต่อๆ ไปจะมีธรรศเป็นตัวศูนย์กลางของทางเลือก ไม่ว่าจะทางที่ทำให้ธรรศดีขึ้น หรือถ้าจะเป็นไปตามวาระมันก็จะเป็นไปโดยตัวธรรศเอง โดยที่ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือไม่เต็มใจ ซึ่งอย่างน้อยก็จะได้ไม่มีกรรมต่อกัน แม้จะโดยไม่ตั้งใจก็ตาม
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็รักลูกทั้ง 2 คน นะคะ รักพอๆ กัน ไม่ใช่ไม่อยากให้ธรรศหาย แต่บางการกระทำมันอดรู้สึกไม่ได้ว่า ถ้าต้องทำแบบนั้น จะไม่ยุติธรรมกับธรณ์รึเปล่า เพราะธรณ์ไม่ได้มีส่วนตัดสินใจ ถ้าจะมีใครมองว่าคิดแปลกๆ ก็ยอมรับค่ะ ........
เรายังมีความหวังเสมอที่จะรักษาธรรศ แต่พร้อมกันนั้นเราก็ต้องยอมรับความจริงเรื่องโรคที่ธรรศเป็นอยู่ด้วยค่ะ บางครั้งการที่เรากล้าที่จะยอมรับความจริง มันก็ทำให้เราไม่กลัวจนเกินไป ทำให้เรามีสติมากขึ้น พยายามหาวิธีที่อยู่ร่วมกับ " ผู้มาเยือน " ให้ได้มากที่สุด เราจะไม่มานั่งหลอกตัวเเองว่าเค้าต้องหายๆๆ อยู่เท่านั้น เพราะอะไรมันก็เกิดขึ้นได้เสมอ เราใช้เวลาให้มีประโยชน์ที่สุดจะดีกว่า