วันที่ 9 สิงหาคม 2553
การศึกษาดูงาน ณ ชุมพรคาบาน่ารีสอร์ท จังหวัดชุมพร
บรรยายสรุปโดย คุณสุชาวลี วนิชาชีวะ ผู้เสียสละฝ่ายไปทั่ว ชุมพรคาบาน่ารีสอร์ท
- คุณอัจฉรา รักพันธุ์บริหารชุมพรคาบาน่ารีสอร์ทแล้วต่อมา คุณวริสร ซึ่งเป็นบุตรได้มาบริหารต่อ โดยกู้เงินมาขยายโรงแรม มีโรงเรียนสอนดำน้ำและบริการครบวงจร
- สถาบันการเงินที่ให้กู้ล้มก่อนโรงแรมเสร็จ จึงไปกู้นอกระบบ
- เดิมมีพนักงานตำแหน่งต่างๆ ต่อมาพนักงานระดับสูงลาออกไปหมดแต่พนักงานระดับล่างอยู่เพราะคุณอัจฉรารักบุคลากรเหมือนลูกหลาน
- เมื่อทำกิจการต่อไป ก็ประสบวิกฤติน้ำท่วม แต่โชคดีที่มีรถกองการส่วนพระองค์โดยมีท่านดิศธร วัชโรทัยทำโครงการพระราชดำริแก้มลิงแก้ปัยหาน้ำท่วม
- ในปี 2542 ได้พบอาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธรให้ความรู้เศรษฐกิจพอเพียงและได้แนะนำให้ทำทีละก้าว เปิดห้องกลัดกระดุม ติดกระดุมความคิดให้
- พนักงานต้องทำกิจกรรมแต่ละวันได้แก่เคารพธงชาติ สวดมนต์ แผ่เมตตา นั่งสมาธิและเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
- รีสอร์ทใช้พนักงานกลุ่มหัวไวใจสู้มาเป็นหัวขบวนและส่งเสริมให้เขาปฏิบัติ
- รีสอร์ทเริ่มาจำลองว่าต้องกินและใช้อะไร รีสอร์ทมีนาข้าวเอง จึงช่วยชาวบ้านทำนาและแบ่งข้าวมากิน
- มีการปลูกของกิน จัดสรรว่าบ้านใครปลูกอะไรใช้หลัก ดื่มได้ ดูได้ ดมได้ ดื่มได้และกินได้ เรียกว่า “โครงการอุ้มชูไม่จำกัด”
- มีโครงการไม่เกษียณอายุพนักงานเพราะเขาทำงานแล้วมีความสุข
- 100% ของพนักงานเป็นคนในท้องถิ่น
- เดิม รีสอร์ทซื้อสบู่ แชมพูและน้ำยาซักผ้าเดือนละ 150,000 บาท ต่อมาคุณวริสร ก็ให้พนักงานเรียนรู้การทำสบู่ แชมพูและน้ำยาซักผ้าเองโดยใช้สมุนไพรที่ปลูก ทำให้ต้นทุนลดลงเหลือ 15,000 บาท
- แต่ก่อน รีสอร์ทจ้างรถดูดส้วม ต่อมาคุณวรสรไปดูงานที่จังหวัดนนทบุรี ได้ความคิดนำขี้คนมาหมัก 28 วัน ปล่อยผสมแกลบ พีพืชเช่น มะเขือเทศ แตงโมผสมด้วย เมื่อแห้งแล้ว นำมาบด ปั้นเป็นเม็ดทำเป็นปุ๋ยอินเตอร์สูตรนานาชาติ ตราลูกโลก ใช้ในโรงแรมและสวนพนักงานทำให้พืชแข็งแรงดี
- ดินที่รีสอร์ทเก็บน้ำไม่ได้ จึงนำใบไม้ไปห่มดิน นำปุ๋ยแห้งและน้ำไปรด เนื่องจากอยู่ใกล้ทะเลจึงปลูกได้แต่ปาล์ม
- รีสอร์ทแก้ปัญหาน้ำ บำบัดน้ำเสียโดยใช้พืชน้ำแล้วนำน้ำมารดในสวนโดยใช้ Sprinkle
- อาหารที่รีสอร์ทเป็นอาหารอินทรีย์ 100% ได้แก่ข้าวอินทรีย์ ขนมครกโบราณ ขนมปัง ข้าวซ้อมมือไม่มีสารกันบูด ข้าวยำ
- รีสอร์ทนำเศษอาหารมาทำเป็นแก๊สชีวภาพให้ครัวใช้
- มีการย้ายไก่ไปบ้านพักไก่ชราและนำขี้ไก่ไปปลูกผัก เมื่อไก่ทยอยตาย ก็ฝังเป็นปุ๋ยสด
- มีการนำน้ำมันพืชไปทำไบโอดีเซล
- รีสอร์ทเริ่มจากการไม่มีทุนและการใช้สิ่งใกล้ตัว
- รีสอร์ทเป็นแหล่งผลิตคนด้านเศรษฐกิจพอเพียง เผยแพร่ความรู้ไปสู่คนนอกและเป็นการให้แบบไม่มีเงื่อนไข เป็นหลักสูตร 4 คืน 5 วัน
- รีสอร์ทเริ่มจากพัฒนาคนจากในองค์กรก่อน เรียกว่า ระเบิดจากข้างใน
- มีเครือข่ายเป็นเกษตรกร ทำให้กำหนดราคาสินค้าเกษตรได้เอง เป็นการพึ่งพากัน
ช่วงถาม-ตอบ
ถาม กิจวัตรพนักงานมีอะไรบ้าง และกลุ่มพนักงานมีอะไรบ้าง
ตอบ กิจวัตรพนักงานได้แก่
7.00 น. เก็บขยะชายหาด
8.00 น. เคารพธงชาติ สวดมนต์ ปฏิญาณตน แผ่เมตตา นั่งสมาธิ
ต่อมาทำกิจกรรม เรียนรู้ร่วมกัน 1 เรื่อง
กลุ่มพนักงานแบ่งเป็น หัวไวใจสู้ รอดูทีท่า เบิ่งตารอคอย เหงาหงอยจับเจ่า และไม่เอาไหนเลย
ถาม มีโครงการไหนไม่ประสบความสำเร็จและมีโครงการไหนที่จะทำ
ตอบ จะทำรูปเครือข่าย “จากภูผา สู่มหานที” เชื่อทพะโต๊ะไปยังเกาะพิพัฒน์ มีการเชื่อมโยงกัน ประชุมทุก 2 เดือน ต้องใช้เวลาในการทำ
ยังมีปัญหาเรื่อง คน เปลี่ยนแปลงยาก ต้องเน้นให้เขาทำเอง
ถาม ความมีส่วนร่วมจากภายนอกแผ่ไปถึงไหน
ตอบ รอบนอกคือครอบครัวและญาติพนักงาน เข้าใจง่าย แต่บางส่วนก็กล้าๆกลัวๆ
ลูกค้า 100% เข้าใจพวกเรา เป็นผู้มาเยือนและลูกค้าประจำ
ถาม มีการดำเนินงานอย่างไร มีค่าตอบแทนพิเศษอะไรให้พนักงาน
ตอบ มีการให้ค่าแรงสูงกว่าที่อื่น มีที่พักและอาหารฟรี ช่วงปิดเทอม เด็กมาทำงานก็ได้เงิน
ในการดำเนินงานก็มีการสื่อสารกับราชการ
ถาม มีเทคนิคอะไรในการบริหารจัดการหนี้
ตอบ ทำการให้ ยิ่งให้ ยิ่งมี ขาดทุนคือกำไร หนี้ที่หายไปเป็นเพราะเราได้ทั้งการประนอมหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ผู้ใหญ่เห็นใจ จึงไม่ได้ใช้หนี้เป็นตัวเงิน