1.  หลักการของการมองเรื่องทรัพยากรมนุษย์ของ อ.จีระ กับ คุณพารณ มีอะไรเหมือนหรือต่างกัน

สิ่งที่เหมือนกัน

  • ยุทธศาสตร์ของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสร้างความสามารถในการแข่งขันสู่ระดับโลกมี่มีเป้าหมายเหมือนกัน > Global Citizen > จะต้องมี Global Knowledge
    • กำหนด Vision
    • การลงทุนให้เกิด Competencies มีคุณสมบัติสำหรับการก้าวสู่ระดับโลก ด้วย ความคล่องแคล่วในภาษาไทย ภาษาอังกฤษ, เทคโนโลยี, คุณธรรม
    • ส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้
    • สร้างและพัฒนาทั้ง “คนดีและคนเก่ง” มีทั้ง  IQ, EQ, AQ, TQ, MQ ซึ่ง วัดได้ด้วย Capability และ Acceptability
    • การลงมือทำ ลดช่องว่างระหว่าง idea กับ action และยังเป็นพวก“หัวถึงฟ้า ขาติดดิน”
    • มอง ทรัพยากรมนุษย์ คือ มูลค่าเพิ่มในระยะยาวไม่ใช่ต้นทุน เป็น strategic resource มีความเชื่อและศรัทธาในเรื่อง คน
    • Participation Management ที่ใช้ความร่วมมือ ร่วมใจจากทุกคนในทีมงาน

 สิ่งที่แตกต่างกัน

มีเป้าหมายเดียวกัน แต่ต่างกันที่รายละเอียดของกรอบความคิด

4 L’s คุณพารณ

4 L’s อ.จีระ

Village that Learn

หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้

Learning Methodology

เข้าใจวิธีการเรียนรู้

School that Learn

โรงเรียนแห่งการเรียนรู้

Learning Environment

สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้

Industry that Learn

อุตสาหกรรมแห่งการเรียนรู้

Learning Opportunities

สร้างโอกาสในการเรียนรู้

Nation that Learn

ชาติแห่งการเรียนรู้

Learning Communities

สร้างชุมชนการเรียนรู้

 

 

สร้างคนในแบบ Global Citizen

HR Architecture

เทคโนโลยีทางการศึกษา การเรียนรู้แบบ Constructionism

ทฤษฎี 2R’s , ทฤษฎี 2 I’s, ทฤษฎี C&E

 

2.      สิ่งที่เป็นความสำเร็จของ คุณพารณ และ อ.จีระ ที่วัดได้คืออะไร

นอกจากความสำเร็จ จากการที่เป็น “ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้” ที่มีส่วนผลักดันให้สังคมไทยทั้งภาครัฐและเอกชนมีการตื่นตัวและเห็นคุณค่าของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แล้ว  ความสำเร็จที่สามารถวัดได้เป็นรูปธรรมมีดังนี้

คุณพารณ

1) การสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษา Global Citizen ให้มีกระบวนการเรียนรู้แบบ Constructionism ที่ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ โดยเป็นผู้สนับสนุนในการผลักดันให้เกิดโรงเรียนในรูปแบบการศึกษาใหม่ ตาม Project Light House นี้คือ

                                                                                                                 I.  โรงเรียนดรุณสิกขาลัย จังหวัดกรุงเทพฯ

                                                                                                             II. โรงเรียนบ้านสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

โดยมีการปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนจากแบบที่มีครูผู้สอนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เป็น Child Center โดยให้ผู้เรียน เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เน้นเรียนรู้จากการลงมือทำ ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

2) เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง “สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ”

3) รางวัล APO National Award ประจำปี 2543

อ.จีระ

1) ก่อตั้ง “สถาบันทรัพยากรมนุษย์”  ปี 2523 และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันคนแรกและอยู่ในวาระต่อๆมาต่อเนื่องรวม 4 สมัย

2) จัดตั้ง “มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ” และดำรงตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิมาจนถึงปัจจุบัน

3) สร้างนวัตกรรมในการพัฒนาการศึกษาไทย โดยโครงการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนในจังหวัดสมุทรปราการ โดยมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ โรงเรียนบางหัวเสือบุญแจ่มเจียรนิล (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า สมุทรปราการ) และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ

4) รางวัลนักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่น ประจำปี 2550 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

5) ได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ

 

3. ส่วนของท่านพารณที่ไปกระทบส่วนของ public sector คืออะไร

1) Competitive Advantage of Thailand

ดังที่ World Economic Forum ให้ความสำคัญกับคุณภาพด้านคน เป็นเครื่องชี้วัดความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศ ดังนั้น การที่แรงผลักดันในการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ของคุณพารณ ต่อสังคมไม่ว่าจะเป็นเมื่อครั้ง ดำรงตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของเครือปูน หรือ แนวความคิดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แบบ Global Citizen ผ่าน Project Light House จะเป็นคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ในระดับจุลภาค ที่ส่งผลต่อความได้เปรียบเชิงการแข่งขันของประเทศซึ่งเป็นระดับมหภาค

2) การเพิ่มประสิทธิภาพการเพิ่มผลผลิต (Productivity Improvement)

แนวความคิดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของคุณพารณ ไม่ได้อยู่ที่การวัดการศึกษา และการฝึกอบรมอย่างเดียว แต่จะดูว่าคนเหล่านั้นมีความสามารถในการเพิ่มผลผลิตหรือไม่ด้วย ซึ่งการลงทุนในด้านทรัพยากรมนุษย์ของคุณพารณไม่ได้ส่งผลต่อ GDP ของประเทศด้วยแรงงานราคาถูกและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็น productivity ที่มี driven force จากคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์

3) จริยธรรมในการดำเนินชีวิต

ปรัชญาการทำงานของเครือปูน ที่เป็น corporate culture มีวิธีการสร้างคุณธรรมในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ เป็นต้นแบบของอุดมการณ์ในการทำธุรกิจแก่องค์กรอื่นๆ ว่าสามารถสร้างได้ ทำได้ และเป็นสื่อชี้ให้เห็นเป้าหมายของธุรกิจ ว่าคือ การจรรโลงคุณค่าของสังคมไทย

 

4. ข้อเสนอแนะ ถ้าจะทำหนังสือต่อเนื่องเป็นเล่มที่ 2 จะมีแนวทางไปทางใด แบบไหน

โดยส่วนตัวผมมีความสนใจทฤษฎี  3 วงกลมเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นแนวคิดเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ที่เราจะต้องนำ Change Management  ไปใช้ในการบริหารเมื่อบริบทเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ไม่ได้มองแค่ “คนภายใน” แต่ยังต้องมอง “คนภายนอก” ด้วยแล้ว จึงมีความท้าทายจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ต่าง ๆ ได้แก่

  • หน่วยงาน หรือ องค์กรที่มีสหภาพ (UNION)
  • NGO
  • หน่วยงานภาคประชาชนอื่นๆ

ซึ่งนับวันปฏิสัมพันธ์ของหน่วยงานข้างต้นกับองค์กร ยิ่งมากขึ้น และ บางครั้งความขัดแย้งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงหรือการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญขององค์กรและของประเทศ ดังจะเห็นได้ว่า มีหลายครั้งที่นโยบายหรือโครงการสำคัญหลายอย่าง  ต้องกลับไปทบทวนหรือถึงกับยกเลิกไปเลย

ในฐานะที่เป็น Change Agent ขององค์กร จึงอยากจะได้เห็นกรณีศึกษาทั้งจาก กรณีที่ล้มเหลว และ กรอบความคิดที่ทำให้โครงการหรือนโยบายประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี

 

                                                                        นาย นันทวัธน์  จีราคม

                                                                   นักศึกษาปริญญาเอก การจัดการ

                                                                           มหาวิทยาลัยสยาม