มีบันทึกจากบล๊อกในบริษัทมาฝากครับ ได้ขออนุญาตผู้เขียนแล้ว
ทีแรกจะเอาไปใส่ไว้ใน รางวัลของคนเป็นนาย เนื่องจากรู้สึกว่าการที่พนักงานที่สามารถพัฒนาความคิดความอ่านได้ขนาดนี้ เป็นรางวัลของคนเป็นนาย
แต่ด้านท้ายๆของเรื่องที่เขาเขียน ได้อ้างถึง "Level 5 Leader" ผู้นำระดับที่ห้า ซึ่งอยู่ในหนังสือ Good to Great ของ Jim Collins เป็นหนังสืออิงงานวิจัยที่เขียนตามหลัง Built to Last และได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วโลกเช่นเดียวกัน จึงเอามาใส่ในบันทึกนี้แทน
พนักงานผู้นี้ได้ทำกิจการส่วนตัวมาก่อน เป็นงานที่ผมยกย่องเป็นการส่วนตัวแม้ตอนนั้นจะยังไม่เคยพบกัน แต่กิจการนั้นก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด (ซึ่งเขาเล่าเรื่องไว้ด้านล่าง) เขาก็เสียใจมากเป็นเรื่องธรรมดา ผมเห็นว่าคนเก่งกล้าแบบนี้ มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต จึงให้โอกาส ซึ่งเขาก็ทำได้ดีครับ
บันทึกต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่เขาเขียนในบล๊อกภายในบริษัทเมื่อกลางปี 2548
ผู้็นำระดับที่ห้า และคำว่าอดทน
หลายปีก่อน ช่วงที่ผมเริ่มปลุกปั้นกิจการส่วนตัวที่อาจหาญก่อตั้งขึ้นมากับเพื่อนๆได้ สักระยะหนึ่งแล้ว จู่ๆผมก็ได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งเรียกให้ผมไปพบและว่าอยากมีเรื่องหารือด้วย
<p> เมื่อเจรจากันชายคนนี้ยื่นข้อเสนอขอเข้ามามีส่วนในกิจการของเรา ซึ่งจะว่าไปแล้วมันก็ไม่ใช่ข้อเสนอที่ยุติธรรมเท่าใดนัก เรียกว่าเป็นการเทกโอเวอร์กิจการกันง่ายๆโดยไม่ลงเงินลงแรงมากกว่า ด้วยความด้อยประสบการณ์เชิงธุรกิจของพวกเรา รวมทั้งความคาดหวังต้องการเม็ดเงินใหม่มาลงทุนเพื่อขยายกิจการ ซึ่งผมก็คาดว่าชายผู้นี้ก็คงอ่านพวกเราออกว่าเราต้องการอะไร ดังนั้นเขาจึงสามารถควบคุมพวกเราได้อยู่มือ </p> <p>แต่เมื่อทบทวนผลได้ผลเสียแล้ว ผมเองเป็นคนที่ยืนยันกับพรรคพวกให้เข้าร่วมกิจการกับชายผู้นี้ (ซึ่งอันที่จริงต้องเรียกว่ายื่นกิจการให้แทบเท้า มากกว่าเป็นการร่วมกิจการกันมากกว่า) ทั้งนี้เนื่องจากเล็งเห็นถึงข้อได้เปรียบในเรื่องเงินทุนและสายสัมพันธ์ใน เชิงธุรกิจของชายผู้นี้ รวมทั้งผมเองก็เห็นว่าอุปสรรคที่เราจะต้องเจอในหนทางข้างหน้าซึ่งกลุ่มของ เรานั้นด้อยทั้งเงินทุน ประสบการณ์ และสายสัมพันธ์ จะทำให้กิจการของเราต้องพังทะลายลงไม่ช้าก็เร็ว </p> <p>ในที่สุดแล้วหลังจากที่เราเข้ามาร่วมกิจการกัน ก็มีผลสรุปออกมาไม่สวยนัก นอกจากเราจะไม่ได้รับความช่วยเหลือที่คาดว่าจะได้ (นี่เป็นบทเรียนที่สำคัญบทหนึ่ง ที่ทำให้เราต้องจำไว้จนตายว่า จงยืนอยู่บนลำแข้งตนเอง และอย่าหวังพึ่งพาจมูกผู้อื่นหายใจ) สุดท้ายครั้นพอเราแยกตัวจากมา กลับต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่เกิดมาจากชายผู้นี้อีก ทั้งๆที่คู่แข่งเดิมและการขยายตลาดเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสสำหรับเราอยู่ แล้ว นี่เป็นเรื่องหนีเสือปะจระเข้โดยแท้ </p> <p>เมื่อหันกลับไปมองในแง่ดี ผมได้รับทราบแนวคิดที่ไม่เลวจากชายผู้นี้ไม่น้อยเหมือนกัน สมัยก่อนผมเข้าใจว่าตนเอง “รู้” ไปหมดทุกเรื่อง แต่ครั้นเมื่อใดที่ได้สนทนากับเขา ผมถึงได้รู้ว่าสิ่งที่ตนเอง “รู้” นั้นยังด้อยยิ่งนัก แม้แต่เรื่องที่ผมเชื่อว่าตัวผมเอง “รู้” ดีที่สุด เขายังสามารถแจกแจงรายละเอียด ซึ่งบางเรื่องผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยได้เป็นฉากๆ และบางครั้งผมได้เรียนรู้วิธีการ “บลัฟ” คู่เจรจาทางธุรกิจ ในลักษณะที่เป็น on the job training จากเขา ลีลาการเจรจาของเขานั้นถึงกับทำให้ผมทึ่ง ต้องยอมรับว่าเขามีความเชี่ยวชาญในการทำให้คนสยบยอมได้อย่างมีศิลปะ </p> <p> ผมยังจำได้ถึงสิ่งที่เขาเล่าให้ฟัง “การทำธุรกิจนั้นต้อง ‘อดทน’ ที่ผนังห้องทำงานมีภาพตัวอักษรจีนคำว่า ‘อดทน’ คอยเตือนใจเสมอ” ผมจำภาพอักษรตัวนั้นไม่ได้ แต่เ้ข้าใจว่าเป็นคำ 忍 เพราะลอง search ตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นคันจิ 隠忍 (in-nin) จาก Longdo จะมีส่วนผสมคำ 忍 ในความหมายของคำว่า อดทนเสมอ – ถ้าจำไม่ผิดเ้ข้าใจว่าน่าจะเป็นภาพ มีด ( 刃 ) yai-ba ที่วางไว้เหนือ ใจ ( 心 ) kokoro พอเอะใจไปค้นหาข้อมูลจากบล็อกของคุณเทพพิทักษ์ ซึ่งเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพ่นซอร์ส ก็เคยพูดถึงเรื่องนี้ไว้ ปรากฎว่าเ็ป็นตัวอักษรตัวเดียวกัน ภาษาจีนเรียกว่ายิ่ม คุณเทพพิทักษ์ถอดคำแปลจาก กลอนที่อยู่บนฉลากสาเกยี่ห้อ shinobu ( 忍 ) ออกมา ได้กินใจเหลือเกิน </p><blockquote> 忍字心上一把刀
不忍刀下剌心窩
若能忍得一点氣
逢凶化吉災禍無
ห่อน “ยิ่ม” ทิ่มทรวงใน แปลบสร้าน
ขืนกลืนข่มโกรธได้ สักอึด
ร้ายไป่ดีเปลี่ยนด้าน ผ่านพ้นเงื้อมภัยฯ </p>
</blockquote> <p> เขาพูดเช่นนั้น แล้วเล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งกว่าเขาจะมายืนตรงจุดนี้ได้ ต้องผ่านความลำบากแทบนับไม่ถ้วน กิจการล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ด้วยชัยชนะเพียงครั้งเดียว ทำให้เขาสามารถผงาดขึ้นมาได้ เรื่องที่ผมเห็นว่าสำคัญอีกเรื่องของเขาก็คือเรื่องการบริหารสายสัมพันธ์ นั่นเอง เพราะเขาสามารถขอเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากผู้ผลิตจากต่างประเทศ ทั้งที่ตอนนั้นเขายังไม่เคยมีผลงานแม้แต่น้อย ยังไม่ต้องนับถึงคู่แข่งที่แข็งแกร่งยึดหัวหาดอย่างมั่นคงในตลาดอยู่แล้ว แต่เขาก็สามารถทำได้ บริษัทของเขาทำยอดขายได้อย่างถล่มทลาย </p> <p>ผมรับฟังคำว่า ‘อดทน’ เพียงผ่านๆ ในตอนนั้นต้องยอมรับว่าผมยังเข้าใจคำนี้เพียงผิวเผินเท่านั้น ‘อดทน’ มันจะเป็นอะไรมากกว่า ‘อดทน’ ทุกคนก็ต้องอดทนอยู่แล้ว อดทนต่อความยากลำบากเพื่อประสบความสำเร็จในภายหลังใครๆ ก็รู้ </p> <p>มาถึงตอนนี้ผมต้องยอมรับ ผมประเมินคำว่า ‘อดทน’ น้อยเกินไป นี่เป็นคำที่เป็นหัวใจของไม่เพียงแต่การทำธุรกิจ แต่เป็นหัวใจของการดำเนินชีวิตอีกด้วย </p> <p>ต่อเมื่อผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือ From Good to Great ของ Jim Collins นั่นแหละผมถึงได้เข้าใจคำนี้อย่างแท้จริง หนังสือเล่มนี้ศึกษาถึงปัจจัยของความสำเร็จในการเปลี่ยนบริษัทธรรมดาทั่วไป ให้เป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งบริษัทที่ยิ่งใหญ่ในที่นี้วัดด้วยผลงานในการดำเนินกิจการระยะยาวเมื่อ เปรียบเทียบกับผลการดำเนินการของกิจการทั่วไป </p> <p>หนังสือเล่มนี้ระบุถึงปัจจัยที่สำคัญเรื่องหนึ่งคือ “ผู้นำ” และค้นพบว่า “ผู้นำ” ของกิจการที่เปลี่ยนจากกิจการธรรมดาๆ เป็นกิจการที่ยิ่งใหญ่นั้น ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกัน หนังสือเล่มนี้ขนานนามผู้นำที่มีลักษณะแบบนี้ว่า “ผู้นำระดับที่ห้า” </p> <p>ผู้นำระดับที่ห้า ไม่ใช่คนเก่งกาจอะไร เมื่อเทียบกันคนอื่นๆ ไม่ใช่คนกล้าหาญอะไร หลายคนออกจะมีความขี้อายด้วยซ้ำ อ่านถึงตรงนี้หลายคนคงคิดว่าตัวเองก็สามารถเป็นผู้นำระดับที่ห้าได้ แต่ทว่าผู้นำระดับที่ห้ากลับมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่าที่คิด ไม่ใช่เรื่องความเชี่ยวชาญในการบริหาร ไม่ใช่ความรอบรู้สัพพัญญู แต่ผู้นำระดับที่ห้าทำแต่เพียงเรื่องเรียบง่าย </p> <p>พวกเขาทราบดีว่าการดำเนินธุรกิจมักมีอุปสรรคใหญ่หลวงยืนรออยู่ ข้างหน้า ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องทำคือจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงอย่างอาจหาญ และไม่ประเมินสถานการณ์แบบหลอกตัวเอง หรือเข้าข้างตนเอง (ซึ่งคนทั่วไปมักจะกระทำเช่นนี้ เพราะเป็นปฏิกิริยาปกป้องตนเองแบบหนึ่ง) เมื่อเผชิญหน้ากับความจริงแล้ว รับทราบข้อมูลที่เป็นจริงแล้ว จะต้องระดมสมองเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นอย่างเต็มกำลัง แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้นำระดับที่ห้ามีอยู่ในใจด้วยก็คือ ความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า ว่าพวกเขาจะต้องประสบความสำเร็จ พวกเขาจะต้องถึงจุดหมายไม่วันใดก็วันหนึ่ง </p> <p> ด้านหนึ่งกล้าเผชิญหน้ากับความจริง และไม่คิดเข้าข้างตนเอง อีกด้านหนึ่งเชื่อมั่นศรัทธาอย่างแรงกล้าว่าจะต้องประสบผลสำเร็จ แม้ว่าผลจากการพยายามปรับปรุงนั้นจะมองไม่เห็นในระยะใกล้ก็ตามที พวกเขาจะค่อยๆเปลี่ยนแปลงและแก้ไขทีละเล็กละน้อย ตราบจนกระทั่งวันหนึ่งผลของการเปลี่ยนแปลงนั้นเห็นชัด คนภายนอกอาจจะมองเห็นว่ากิจการนั้นๆ มีการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ แต่คนภายในไม่ได้รู้สึกถึงเรื่องนั้น เพราะเป็นเพียงกระบวนการปรับปรุงแก้ไขครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างต่อเนื่องยาวนานนั่นเอง </p> <p> อันที่จริงผู้นำระดับที่ห้า และหนังสือเล่มนี้ยังมีประเด็นที่น่าสนใจอีกมาก แต่ผมคิดว่าหัวใจน่าจะอยู่ที่เรื่องนี้ และน่าประหลาดใจที่มันกลับไปตรงกับความหมายที่ผมคิดว่าใช่ความหมายของคำว่า ‘อดทน’ อย่างที่ชายคนนั้นเล่าให้ผมฟัง </p> <p> หากจะให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเห็นจะต้องกล่าวว่านอกจาก ‘อดทน’ แล้วยังต้อง ‘วิริยะ อุตสาหะ เพียรพยายาม’ อีกด้วย </p> <p> เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากตรงหน้าครับ ! </p> <p> [หากใครสนใจเรื่องผู้นำระดับที่ห้า สามารถเยี่ยมชมเว็ปไซต์ของ Jim Collins และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก http://www.jimcollins.com/lab/level5/index.html ] </p>