มาติดตามด้วยความชื่นชมเช่นกันครับ
    เรื่องแบบนี้พี่บ่าว ไม่ต้องฟังใครเล่า  เพราะประสบมาด้วยตนเองเมื่อยามเป็นเด็กครับผม .. เงินมีความหมายน้อย  จิตใจมีความหมายมาก  มันคือความศิวิไล ที่เหือดหายไปกับความเจริญทางวัตถุ .. ไม่อยากคิดให้เศร้าแต่อดสลดใจแทนสังคมไทยไม่ได้ครับ ..
      อ่านกลอนนนี้ดูก็แล้วกัน  เขียนไว้นานแล้ว ..

   ฉันเป็นคน  บ้านนอก  ขอบอกกล่าว
มีเรื่องราว  มากมาย  ให้นึกถึง
กาลเวลา  ล่วงไป  ใฝ่คนึง
สิ่งที่ตรึง  ใจมั่น  นั้นมากมาย

   สมัยนั้น  เราอยู่กัน  ฉันท์น้องพี่
มากน้ำใจ  ไมตรี  มิเหือดหาย
ไร้ไฟฟ้า  ไร้ประปา  แต่สบาย
เราอยู่ได้  กับธรรมชาติ  อันอุดม

   อยากกินปลา  เราไปหา  ตามท้องทุ่ง
เต็มตะกร้า  ล้นกระบุง  ก็สุขสม
แบ่งจ่ายแจก  ลุงป้า  น่านิยม
เป็นสังคม  แห่งน้ำใจ  อยู่ไกลเมือง

   ทั้งทำนา  ปลูกข้าว  และทำไร่
จวบต้นข้าว  ออกรวงใหญ่  ชูช่อเหลือง
ต่างช่วยกัน  เก็บเกี่ยวไป  ไม่สิ้นเปลือง
ไม่มีเรื่อง  จ่ายค่าจ้าง  เป็นรางวัล

   ยังมีอีก  มากมาย  หลายตัวอย่าง
ยังจำได้  ไม่จืดจาง  ใช่เรื่องฝัน
ชักอ่อนล้า  ด้วยกรำงาน  มาทั้งวัน
วันนี้พอ  ก็แล้วกัน  นะ บ๊าย บาย !