"เพศศึกษากับพระภิกษุสามเณร"

จันทร์จิรา จันทร์มณี ป.โท ปีที่ ๒ ภาคพิเศษ สาขาพระพุทธศาสนา
              พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส [ทุติยวรรค] ๘. ขัคควิสาณสุตตนิทเทส ภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ อย่างนี้แล ภิกษุทั้งหลาย สุข โสมนัส อันใด อาศัยกามคุณ ๕ นั้นเกิดขึ้น โสมนัสนี้ เรียกว่า กามคุณอันเป็นสุขที่เกิดแต่การมีเพศสัมพันธ์ สุขของปุถุชน มิใช่สุขของพระอริยะ เรากล่าวว่า “ไม่ควรเสพ ไม่ควรคบหา ไม่ควรให้เจริญ ไม่ควรทำให้มาก ควรเกรงกลัวสุขชนิดนี้”๑ รวมความว่า เพราะกามทั้งหลายสวยงาม มีรสอร่อย
              คำว่า น่ารื่นเริงใจ อธิบายว่า ใจ ได้แก่ จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑระ มนะ มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนวิญญาณธาตุที่เกิดจากวิญญาณขันธ์นั้น กามย่อมล่อ ใจให้ยินดี ชื่นชม พอใจ รื่นเริง รวมความว่า เพราะกามทั้งหลายสวยงาม มีรส อร่อย น่ารื่นเริงใจ
              คำว่า ยั่วยวนจิตด้วยอารมณ์หลายรูปแบบ อธิบายว่า ย่อมยั่วยวน คือล่อให้จิตพอใจ ให้ร่าเริง ให้รื่นเริง ด้วยรูปชนิดต่าง ๆ ฯลฯ โผฏฐัพพะชนิดต่าง ๆ รวมความว่า ยั่วยวนจิตด้วยอารมณ์หลายรูปแบบ
              ว่าด้วยโทษแห่งกามคุณ
              คำว่า เราเห็นโทษในกามคุณแล้ว อธิบายว่า สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ภิกษุทั้งหลาย โทษแห่งกาม เป็นอย่างไร กุลบุตรในโลกนี้เลี้ยงชีวิตด้วยการมีศิลปะใด คือ ด้วยการนับคะแนน การคำนวณ การนับจำนวน การไถการค้าขาย การเลี้ยงโค การยิงธนู การรับราชการ หรือด้วยศิลปะอย่างใดอย่างหนึ่ง อดทนต่อความหนาว ตรากตรำต่อความร้อน หวาดกลัวแต่สัมผัสแห่งเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลาน และตายลงด้วยความหิวกระหาย แม้ข้อนี้ก็ชื่อว่าเป็นโทษแห่งกามทั้งหลาย เป็นกองทุกข์ที่จะพึงเห็นได้เอง มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นเค้า มีกามเป็นเหตุเกิด เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายนั่นแล
๑ ม.อุ. ๑๔/๓๒๘/๒๙๙-๓๐๐
             โดยส่วนตัวมีความเห็นว่าควรจะให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา กับพระภิกษุสามเณร ควรจะให้ท่านได้รู้ทั้งเรื่อง เพศพรหมจรรย์และเพศศึกษา เพื่อท่านจะได้ประพฤติปฏิบัติตัว ได้อย่างถูกต้อง ทั้งในขณะที่บวชเป็นพระภิกษุสามเณร และเมื่อลาสิกขา ออกไปใช้ชีวิตทางโลก ควรจะให้ท่านได้เรียนรู้ทั้งสองด้าน ทั้งทางโลก และทางธรรมควบคู่กันไป เพื่อให้พระเณรเหล่านี้รู้จักการดำเนินชีวิตทางโลกได้อย่างถูกต้อง เพื่อการเรียนรู้หลักการครองเรือนเพศศึกษา เพื่อการเรียนรู้เรื่องกามคุณ และเข้าใจธรรมชาติที่เป็นไป เข้าใจว่าความสุขของกามคุณแบบปุถุชนเป็นอย่างไร เมื่อพระภิกษุสามเณร ได้ศึกษาธรรมวินัยแล้วก็ไม่ควรยินดีกามคุณเหล่านี้ ดังเช่นคัมภีร์ พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส [ทุติยวรรค] ขัคควิสาณสุตตนิทเทส กล่าวว่า อันเป็นสุขที่เกิดแต่การมี ภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ อย่างนี้แล ภิกษุทั้งหลาย สุข โสมนัส อันใดอาศัยกามคุณ ๕ นั้นเกิดขึ้น โสมนัสนี้ เรียกว่า กามคุณอันเป็นสุขที่เกิดแต่การมีเพศสัมพันธ์ สุขของปุถุชน มิใช่สุขของพระอริยะ เรากล่าวว่า “ไม่ควรเสพ ไม่ควรคบหา ไม่ควรให้เจริญ ไม่ควรทำให้มาก ควรเกรงกลัวสุขชนิดนี้” ในเรื่องเพศศึกษานี้ตามหลักสูตรทั่วไปศึกษาเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับสรีระต่าง ๆ ในทางพุทธศาสนาก็มีการศึกษาถึงเรื่องเพศศึกษาด้วยเช่นกัน ศึกษาเพื่อพิจารณาดูสรีระต่าง ๆ เพื่อการพิจารณากายสังขารนี้ เพื่อเพ่งพิจารณาอสุภกัฎมัฐฐาน เพื่อพิจารณามรณานุสติ........