สรุปการตอบข้อซักถามของนักเรียน

ช่วงการเรียนรู้ หัวข้อ “มุมมองของผู้ใหญ่กับเด็กไทยในอนาคต”

โดย    คุณกฤช อุดมสิน

    ผู้จัดกิจกรรม Knowledge Camping โรงเรียนเทพศิรินทร์ 11 รุ่น

    นายสัตวแพทย์กิจ สุนทร

    กรรมการสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์

………………………………………………………………………………………………………………….

กลุ่ม 3

คำถาม :เกี่ยวกับมากตรา 12 ที่จะอนุญาตให้นักเรียนที่ท้อง เมื่อคลอดลูกแล้วสามารถกลับมาเรียนต่อได้ ท่านรู้สึกเห็นด้วยหรือไม่ เพราะเหตุใด

คำตอบที่ได้ : ประเทศไทยมักจะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หากลองกลับไปคิดดูแล้วปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นตรงที่เด็กนักเรียนท้อง แต่มันเกี่ยวกับศีลธรรม ปัญหาจริงๆ อยู่ที่ ทำไมนักเรียนถึงท้อง ต้นเหตุเกิดจากผู้ใหญ่ ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่เยาวชน มีสถานบันเทิง เปิดยั่วยุ ดึงดูดให้เด็กนักเรียนและเยาวชนซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เยาวชนเสียตัว ก็เพราะผู้ใหญ่ที่มีศีลธรรมไม่รู้จักทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี ไม่รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด เยาวชนจึงเกิดการลอกเลียนแบบผู้ใหญ่

หากเรารู้สาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้ และแก้ไขให้ตรงจุด มาตรา 12 ก็คงไม่เกิดขึ้น

กลุ่ม 5

คำถาม : คิดอย่างไรกับการศึกษาไทยในปัจจุบันนี้ และทำไมผู้ใหญ่ถึงเปรียบเทียบระหว่างนักเรียนสายสามัญ และสายอาชีพจนมากเกินไป  

คำตอบที่ได้: โดยตามสังคมไทยแล้ว ได้มองเห็นว่าการที่ให้นักเรียน เรียนในสายอาชีพถือว่าเป็นประชากรที่มีความสำคัญเป็นอันดับที่ 2 และสายสามัญเป็นสายที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 1 เพราะสังคมไทยได้คิดว่า สายสามัญเป็นสายที่เรียนมากกว่า พอจบมากถือว่าเป็นที่มีความสำคัญมากกว่าสายอาชีพ พอจบมากจากสายสามัญได้เป็นเจ้านายคน ซึ่งการคิดแบบนี้เป็นการคิดที่ผิด เพราะถ้าจบมาแล้วมาเป็นเจ้านาย แต่ไม่มีความสามารถทางด้านใดเลย ก็ไม่ถือว่ามีความสำคัญ แต่ประชาชนที่มีความสำคัญมากกว่ากลับเป็นสายอาชีพ เพราะสายอาชีพยังได้รับเงินเดือนมากกว่าสายสามัญที่จบออกมาอีกด้วย

  1. ทำไมอาจารย์ถึงเปรียบเทียบสายวิทย์ สายศิลป์ และทำไมอาจารย์ถึงมองว่าสายศิลป์ถึงมีความสามารถมากกว่าสายวิทย์  (กลุ่ม 7)
  • ขึ้นอยู่กับความถนัด ความชอบ และการเลือกของแต่ละคน ไม่สามารถนำเกรดมาเป็นตัวชี้วัดได้ว่า นักเรียนสายวิทย์หรือศิลป์ สายไหนเก่งกว่าหรือมีความสามารถมากกว่ากัน โดยอย่าเลือกตามค่านิยม

กลุ่ม 4

คำถาม :ค่านิยมที่ว่าการเป็นอาชีพหมอ วิศวกรรม เพราะเหตุใด

คำตอบที่ได้: ค่านิยมแบบนี้เป็นค่านิยมของคนไทยมานาน ซึ่งเป็นค่านิยมแบบผิดๆ เพราอาชีพในปัจจุบันนี้ไม่สามารถระบุได้ว่าอาชีพไหนดีที่สุด หรือได้เงินเดือนมากที่สุด เป็นอาชีพที่ดีที่สุด อาจจะมีอาชีพบางอาชีพที่นั่งหน้าจอคอมและสามารถหาเงินได้ และอาจจะได้เงินเดือนมากกว่าอาชีพข้างต้นนี้ด้วย

คำถาม: มีความคิดอย่างไรกับ พ.ร.บ มาตรา 12 (กลุ่ม 3)

คำตอบที่ได้: ไม่ควรที่มี พ.ร.บ. มาตรา 12 ขึ้น เพราะเป็นส่งเสริมให้เยาวชนทำผิด เพราะไม่มี กฎหมายและบทลงโทษ สำหรับเยาวชนอย่างชัดเจน

 

กลุ่ม 6

คำถาม: คิดยังไงกับการศึกษาไทย ทำไม่เปรียบเทียบระหว่างสายอาชีพและสายสามัญ

คำตอบ: ระบบการศึกษาเป็นตามกระสังคม เป็นเรื่องมุมมองที่มองว่าสายอาชีพเป็นชนชั้นรอง บางครั้งสายอาชีพก็ประสบความสำเร็จมากกว่า เราประเมินบุคคลไม่ครบด้านเราแต่ทักษะทางวิชาการ แต่ไม่ได้ประเมินทักษะในการใช้ชีวิต ดังนี้เราจึงต้องค้นหาตนเองว่ามีความสามารถอะไรและพัฒนาความสามารถต่อตนเอง

 

คำถาม: ทำไมถึงเปรียบเทียบสายวิทย์ สายศิลป์

คำตอบ: เราให้คนที่เรียนสายวิทย์ แต่ให้คนที่เคยเรียนสายศิลป์ ทำให้เด็กที่เรียนสายศิลป์ซึ่งต่อไปจะเรียนรัฐศาสตร์ บริหาร เป็นต้น เป็นนักเรียนสายวิทย์ ดังนั้นสิ่งที่เราควรเรียนคือสิ่งที่เราชอบและถนัดไม่ใช่เลือกตามค่านิยม และทำให้มีเด็กหลายคนเรียนพื้นฐานไปตรงกับที่ต้องการเรียนในมหาวิทยาลัย

 

คำถาม: ทำไม่ถึงมีค่านิยมว่าเด็กเรียนสายวิทย์ต้องไปสอบแพทย์ วิศวะ และถูกกดดันจากรอบด้าน

คำตอบ: คนไทยส่วนใหญ่มาจากอาชีพเกษตร ซึ่งคนเหล่านี้ต้องการให้มีหลายอาชีพที่มั่นคงทำให้ติดค่านิยมในปัจจุบัน แต่ในความจริงแล้วไปมีอาชะไม่มั่นคง บางทีอาชีพที่ดูมั่นคงในตอนนี้ในอนาคตอันใกล้อาจจะมีความเสี่ยงสูงก็ได้ ดังนั้นต้องเลือกอาชีพที่เราสามารประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นและเหมาะกับตัวเองมากที่สุด ซึ่งเราต้องค้นหาตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ และหาความรู้เพิ่มเติมฝึกฝนตนเองให้มีความรู้และฝึกให้ตนเป็นคนที่มีไวพริบ

 

คำถาม: การที่ให้เด็กที่ท้องกลับมาเรียนอีกครั้งนั้นเป็นความคิดที่ถูกหรือไม่ มีความคิดเห็นอย่างไร

คำตอบ: เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หลายปัญหา ในเมืองไทยก็มักจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่เราต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยการลดพฤติกรรที่ไม่ดี ต้องแก้ที่รากปัญหา

 

กลุ่ม 7

         

คำถาม: ทำไมอาจารย์ถึงเปรียบเทียบเด็กสายวิทย์กับสายศิลป์แล้วทำไมอาจารย์ถึงมองว่าเด็กสายศิลป์มีความสามารถน้อยกว่าเด็กสายวิทย์

คำตอบ: มันเกิดความเข้าใจผิดแล้วก็เป็นเรื่องที่โรงเรียนต้องกำหนดเกรดเพราะว่าเด็กแต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนแต่ก็ไม่ใช่ว่าเด็กสายศิลป์ไม่มีความสามารถ แต่อยู่ที่ความถนัดของเด็กแต่ละคนมากมาย