กลุ่ม 7
ได้รับรู้เกี่ยวกับการสรุปยอดความคิดตามโจทย์ Workshop 1 ดังนี้
การรวมกลุ่มเพื่อระดมความคิด เนื่องจากการทำงานเป็นกลุ่มนั้น ต้องรวบรวมทุกๆความคิดของคนในกลุ่ม เพื่อนำมาหลอมรวมกันซึ่งจะทำให้มีความคิดที่หลากหลาย ทำให้ได้รายละเอียดทางความคิด และทำให้ได้ความคิดที่ผ่านการสังเคราะห์ จากสมาชิกทุกคนในกลุ่ม จึงทำให้ได้ความคิดรวบยอดที่ดีที่สุด จากทุกๆคนในกลุ่ม และเป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีงาม กับสมาชิกทุกคนในกลุ่ม จึงทำให้ได้คิดรวบยอดที่ดีที่สุดจากทุกๆคนในกลุ่ม และเป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีงาม กับสมาชิกทุกคนในกลุ่มซึ่งจะมีประโยชน์ในอนาคตข้างหน้าอีกด้วย โดยคนในกลุ่มก็คือ คนในประเทศของเรานั่นเอง
ความสามัคคี การรวมกลุ่ม ของสมาชิกกลุ่มทุกคน จะก่อให้เกิดการโต้ตอบระหว่างกัน ซึ่งจะทำให้ทราบนิสัยของกันและกัน จะทำให้เกิดการขัดแย้งกันและการมีความเห็นตรงกัน ซึ่งจะทำให้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆจะก่อให้เกิดการแก้ปัญหาร่วมกัน เมื่อกลุ่มสามารถก้าวผ่านไปได้จะทำให้ทุกคนในกลุ่มเกิดความรักกัน และจะช่วยเหลือเกื้อกูลกันต่อไปในอนาคต จึงทำให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลหากนำมาใช้ในการปกครองประเทศ
การเปิดรับฟังความคิดที่แตกต่าง เนื่องจากการปกครองประเทศโดยรัฐบาล จะทำให้เกิดความแตกต่างทางความคิดดังกล่าวไว้ในข้อ 1,2 ซึ่งมีข้อเสียอยู่ว่าหากคนไทยไม่รับฟังกันและกัน ก็จะทำให้เกิดปัญหาดังที่เราประสบมา
สรุปแล้ว ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ จะสำเร็จได้ ถ้าเราเปิดใจจะทำให้งานที่ได้จะเป็นไปตามข้อ 1,2 ซึ่งจะทำให้ชาติเราเหนือใครๆ แน่นอน
กลุ่ม 8
สาเหตุหรือแก่นหลักของปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย มีดังนี้
1. ความขาดศีลธรรมของคนในสังคม
มนุษย์ทุกคนย่อมมีกิเลส และกิเลสก็ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ศิล5 ศีลขั้นพื้นฐาน ที่ทุกคนควรประพฤติปฏิบัติได้ แต่ในความเป็นจริงนั้น ทุกคนท่องได้ แต่ไม่สามารถทำได้ทุกข้อ
ทุกคนย่อมมีความเห็นแก่ตัว เพื่อจัดผลประโยชน์กัน ก็จะทำให้เกิดการแตกความสามัคคี เมื่อทุกคนไม่มีความสามัคคี ก็จะทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งกัน ดังเช่นในปัจจุบัน เนื่องจากผู้คนหลงโลภกับวัตถุภายนอก ความสะดวกสบายของตนเอง จนลืมความพอเพียง ที่ในหลวงทรงดำรัสไว้
2. ฐานะทางสังคม
คนเกิดมาต่างกัน คนละครอบครัว คนละสภาพแวดล้อม ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้มีผลต่อกระบวนการคิดเพราะแต่ละสภาพแวดล้อมจะปลูกฝังจิตสำนึกคนละแบบ จึงทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมนั้น โดยคนที่รวย ก็รวยเว่อร์ คนที่จนก็จนอยู่เช่นนั้น หากรัฐบาลไม่บริหารจัดการให้ดีไม่กระจายโอกาสให้ทั่วถึงกัน ทำให้คนดิ้นรนที่จะหาทางออกซึ่งถ้าคนที่ไม่การศึกษาที่ดี จะถูกชักจูงได้ง่าย และแก้ไขปัญหาโดยไม่ใช้เหตุผลนำไปสู่ความรุนแรง
การแก้ไขปัญหา
สิ่งสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหา คือ การปลูกจิตสำนึกที่ดีให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ เพราะเยาวชนจะเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศในอนาคต ต่อมาคือ กระจายการศึกษาให้ทั่วถึง และมาตรฐานให้ผู้คนรู้จักคิดใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา แทนการใช้ความรุนแรง
การให้การศึกษาที่ดี นั้นเป็นการฝึกผู้คนให้รู้จักคิดพัฒนาตนเอง การให้การศึกษาที่ทั่วถึงจะทำให้ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมลงได้
เมื่อทุกคนใช้เหตุผลในการดำเนินชีวิต มีสติยั้งคิด จะทำให้ประเทศชาติสงบสุข และเจริญก้าวหน้า ทั้งในด้านของวัตถุและจิตใจ และพ้นจากคำว่า “ประเทศที่กำลังพัฒนา” ซักที
กลุ่ม 9
ปัญหาความขัดแย้งในปัจจุบันนั้นแบ่งได้เป็น 3 ด้านใหญ่ๆ คือ
1. ด้านสังคม ยกตัวอย่างเช่น ความเหลื่อมล้ำทางสังคม หรือช่องว่าระหว่างคนจน คนรวย จะเห็นได้ชัดว่าสวัสดิการที่ได้รับแตกต่างกัน กระทั่ง รวมไปถึงความแตกต่างระหว่างสังคมชนบทกับสังคมคนเมือง
2. ด้านกฎหมาย ยกตัวอย่างเข่น นักการเมืองบางกลุ่มใช้ช่องว่าระหว่างคนจนกับคนรวยมาสร้างโอกาสให้กับตัวเอง ซึ่งทำให้ตนเองประสบความสำเร็จทางการเมือง ก่อให้เกิดการใช้อำนาอย่างผิดๆ ในการเปลี่ยนแปลงกฎหมายให้เอื้อเฟื้อกับธุรกิจของตน เช่น การประมูลต่างๆ การหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี เป็นตน จึงทำให้กลุ่มผู้เสียประโยชน์เกิดความไม่พอใจและรวมกลุ่มปลุกระดม โจมตี ฝ่ายตรงข้าง ทำให้เกิดความขัดแย้ง
3. ด้านการเมือง ยกตัวอย่างเช่น การขัดผลประโยชน์ระหว่างนักการเมือง และใช้ประชาชนเป็นเครื่องทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเอง
สำหรับภาพในอีก 10 ปี ข้างหน้า ของประเทศไทยที่เราอยากจะเห็นก็คือ ภาพของชาวไทยรักสามัคคีกัน มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ มีความสุข สงบสันติ แล้วก็เห็นความสำคัญของ GDH มากขึ้น อยากเห็นคนไทยรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และที่ทำสำคัญปัญหาโลกร้อนที่เป็นวิกฤตโลกตอนนี้ สามารถแก้ไขได้ และคนไทยมีความตระหนักสำนึกคิดรักษ์ธรรมชาติรอบตัว ให้อุดมสมบูรณ์ต่อไป
ทางออกของการแก้ปัญหาความขัดแย้ง
1. ปลูกฝังความยึดถือต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ควรมีการปลูกฝังตั้งแต่ครั้งยังเยาว์ จะช่วยให้มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างแน่นหลายมากขึ้น
2. ความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม ควรได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง ถือควรที่จะจัดให้มีความเท่าเทียมกันในทุกๆ ด้าน
3. Win – Win ใช้ทฤษฎีชนะทั้งสองฝ่ายในการเจรจาหาข้อตกลงเพื่อลดการขัดแย้ง