และที่สำคัญอย่าเชื่อนิทานเกินไป เช่น การบอกเล่าต่อๆกันมาว่าพระแตกกรุแค่ 200 องค์บ้าง 20 องค์บ้าง เป็นการปั่นราคาพระ

ถ้ารักที่จะอนุรักษ์ต้องเปิดใจกว้าง พระกรุกว่าที่จะเปิดกรุเป็นทางการ ผู้ที่แสวงหาพระกรุ(แอบขุดกรุ) เขาขุดไปกี่ปีและเอาพระออก

ไปเท่าไหร่แล้ว ตอนเปิดกรุเป็นทางการอาจเจอแค่ 200 หรือ 20 แต่ก่อนหน้านั้นไม่มีใครรู้แน่ชัด เพราะผู้ลักลอบขุดกรุ เขาไม่บอกหรอก ถ้าเชื่อนิทานเกินไปของดีที่เจอก็อาจหลุดมือก็ได้ เพราะกว่าจะเปิดกรุเป็นทางการมักจะมีการลักขุดไปก่อนแล้วรู้ทีหลัง ก็เลยแจ้งกรมศิลป์เปิดกรุหรือกรรมการวัดเปิดกรุ

ข้อสำคัญอีกประการ ถ้ารักที่จะอนุรักษ์จริงๆ ถ้าเจอเนื้อพระกรุเก่าแก่จริงๆ แม้ไม่ทราบที่มาก็เก็บรักษาไว้ได้เลย กรุพระในประเทศไทยมีเป็นพันๆกรุ และแต่ละที่ที่แตกกรุออกมาก็ไม่มีใครรู้หมด แต่พระจะกระจายไปกับคนที่ไปทำงานต่างพื้นที่ก็เยอะทำให้พระกระจายไปทั่วประเทศไทย เช่นคนทางภาคเหนือไปทำงานทางภาคใต้ พระกรุทางใต้แตกเขาอาจจะเก็บไว้ก็ได้ เวลากลับบ้านก็นำกลับมาด้วย ซึ่งไม่แน่นอนเสมอไปว่าพระท้องถิ่นนั้นๆจะต้องอยู่ที่ในท้องถิ่นเสมอไป ยกตัวอย่างเช่น พระกรุเวียงลอ จ.พะเยา มีคนเฒ่าคนแก่ เล่าให้ฟังว่า สมัยประมาณ 50 ปี ก่อนพระกรุเวียงลอแตก ไม่มีใครสนใจเลย มีการนำพระที่เป็นเนื้อสัมฤทธิ์ เนื้อทอง และเนื้อประเภทโลหะต่างๆ ใส่รถบรรทุกนับสิบคัน ล่องลงไปทางกรุงเทพ เหลือแต่พระกรุเนื้อดินมากมายทิ้งเรี่ยราด เด็กเลี้ยงวัวเลี้ยงควายเอาหนังสติ๊กยิงเล่นแตกหักมากมาย ปัจจุเล่นเล่นหากันหลักหมื่นยังหาแทบไม่ได้ พระที่อยู่กรุส่วนใหญ่จะปนกัน เช่นเนื้อดิน เนื้อชินเงิน สนิมแดง ชินเขียว แล้วแต่ว่าเนื้อไหนจะเยอะกว่าแค่นั้นเอง การสร้างพระสมัยโบราณต้องสร้างจำนวนมากอย่างแน่นอน

ไม่ได้สร้างน้อยๆอย่างที่ชอบเล่าต่อๆกันมา เพียงแต่เราเจอมากน้อยขึ้นอยู่กับการเวลา ถ้ารักจะเล่นพระกรุโบราณ ต้องเปิดใจกว้าง ศึกษา ฟังความคิดเห็นหลายๆคน เรื่องพิมพ์พระไม่ต้องยึดติดมาก คิดไปสมัยโบราณ ไม่มีคอมฯแกะบล๊อค ต้องใช้ฝีมือแกะบล๊อคเท่านั้น สร้างพระนับพันนับหมื่นองค์ ใช้กี่บล๊อคลองคิดดู ถึงใช้คนแกะบล๊อคคนเดียวกัน แต่แกะด้วยมือต้องแตกต่างกันแน่นอน ถ้าพระมาจากบล๊อคเดียวกันก็อาจเหมือนกัน แต่ถ้ามาจากบล๊อคอื่นก็อาจต่างกันเล็กน้อย ไม่ถึงกับเพี้ยนไปไกลก็ใช้ได้แล้ว แต่เนื้อพระยังไงก็ทำได้ไม่เหมือนธรรมชาติ (เป็นการศึกษาและทฤษฏีส่วนตัว ที่ใช้เก็บพระกรุทุกวันนี้)